เตรียมจัด “สมุยรีกัตต้า” ดึงกลุ่ม High Net Worth 4 ทวีปกระตุ้นเศรษฐกิจสมุย
ปักหมุดเศรษฐกิจสีน้ำเงิน "สมุยรีกัตต้า" ครั้งที่ 23 ดันสมุยขึ้นแท่นฮับท่องเที่ยวทางทะเลระดับโลก ใช้ Experiential Coastal Living ผสานกีฬาและลักชัวรีสปอร์ต เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวพรีเมียมกำลังซื้อสูงจาก 4 ทวีปประเมินเม็ดเงินหมุนเวียนและมูลค่าสื่อรวมกว่า 130 ล้านบาท พร้อมรักษาฐานสนามแข่งสำคัญบนปฏิทิน Asian Yacht Circuit เตรียมรับกลุ่มเจ้าของเรือยอชต์กว่า 300 ราย ปักหมุดหาดเฉวง สร้างตัวคูณทางเศรษฐกิจสู่ท้องถิ่นตลอดสัปดาห์การแข่งขัน
12 พฤษภาคม 2569 - ในปัจจุบัน อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวโลก กำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุค Experiential Coastal Living หรือ การท่องเที่ยวชายฝั่งเชิงประสบการณ์ ซึ่งไม่ใช่เพียงการพักผ่อนริมทะเลแบบเดิม แต่เป็นการผนวกกิจกรรมกีฬา ไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียม และการดูแลสุขภาพ (Wellness) เข้าไว้ด้วยกัน เทรนด์ดังกล่าวส่งผลให้จุดหมายปลายทางที่มีความพร้อมด้านกิจกรรมทางน้ำกลายเป็นเป้าหมายหลักของกลุ่มนักเดินทางรุ่นใหม่และกลุ่มผู้มีรายได้สูง (High Net Worth Individuals) ทั่วโลก
สำหรับภูมิภาคเอเชีย อุตสาหกรรมการแล่นเรือใบถือเป็นหนึ่งในดัชนีชี้วัดความมั่งคั่งและการเติบโตของการท่องเที่ยวระดับบน โดยเฉพาะในเส้นทาง Asian Yacht Circuit ซึ่งเป็นปฏิทินการแข่งขันที่นักแข่งเรือใบนานาชาติต่างให้ความสำคัญ เนื่องจากสามารถดึงดูดกลุ่มเจ้าของเรือยอชต์และนักธุรกิจที่มองหาทั้งความท้าทายในสนามแข่งและโอกาสในการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจในบรรยากาศลักชัวรี
ประเทศไทย โดยเฉพาะเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ใช้ความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ของอ่าวไทย พัฒนาศักยภาพจนก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์สำคัญของการท่องเที่ยวทางทะเลระดับโลก โดยมีรายการ "สมุยรีกัตต้า" (Samui Regatta) เป็นตัวชูโรงสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่ผ่านรูปแบบ Sport Tourism ที่มีความต่อเนื่องและยาวนานที่สุดรายการหนึ่งของภูมิภาค
ดึงกลุ่มคุณภาพ 4 ทวีป กระตุ้นการใช้จ่ายต่อหัวสูง
ข้อมูลจากคณะผู้จัดงาน ระบุว่า ในปี 2569 คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 300 คน ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่เอเชีย ออสเตรเลีย ยุโรป ไปจนถึงอเมริกา โดยกลุ่มนี้ประกอบด้วยนักใบเรือมืออาชีพ เจ้าของเรือยอชต์ และนักเดินทางระดับบน ซึ่งมีพฤติกรรมการใช้จ่ายต่อหัวสูงกว่านักท่องเที่ยวทั่วไปหลายเท่าตัว
กิจกรรมนี้ยังส่งผลบวกโดยตรงต่อห่วงโซ่อุปทานการท่องเที่ยวบนเกาะสมุย ตั้งแต่โรงแรมระดับโลกที่เน้นด้าน Wellness ไปจนถึงร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์และผู้ประกอบการท้องถิ่น เนื่องจากความต้องการของผู้เข้าร่วมงานครอบคลุมทั้งเรื่องอาหาร วัฒนธรรม และการพักผ่อนแบบ Active Island Lifestyle
ส่องโมเดลธุรกิจ: กีฬาที่เป็นมากกว่าการแข่งขัน
นายศุกฤกษ์ ทองสุข นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย ได้ฉายภาพถึงทิศทางเศรษฐกิจที่มาพร้อมกับการแข่งเรือใบครั้งนี้ว่า "สมุยรีกัตต้าสะท้อนรูปแบบการใช้ชีวิตแบบ Experiential Coastal Living ซึ่งเป็นเทรนด์การท่องเที่ยวที่กำลังมาแรงและได้รับความนิยม ผสานทั้งกีฬา ไลฟ์สไตล์ และการท่องเที่ยวเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่ที่มองหาประสบการณ์ที่หลากหลายและมีความหมาย"
ความน่าสนใจของสมุยรีกัตต้า ครั้งที่ 23 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23–30 พฤษภาคม 2569 นี้ ไม่ได้อยู่ที่เพียงการแข่งขันในน้ำ แต่คือการสร้าง Experiential Marketing Platform หรือแพลตฟอร์มการตลาดเชิงประสบการณ์ที่ทรงพลัง งานนี้กลายเป็นจุดนัดพบที่แบรนด์ลักชัวรีและธุรกิจไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียมใช้ในการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายโดยตรง
หากพิจารณาจากสถิติที่ผ่านมา งานนี้สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับธุรกิจท้องถิ่นได้สูงถึง 80 ล้านบาทต่อปี และสร้างมูลค่าทางการประชาสัมพันธ์ในระดับนานาชาติได้มากกว่า 50 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่สร้างผลตอบแทนกลับสู่ชุมชนและภาพลักษณ์ประเทศได้อย่างมหาศาล
หัวใจสำคัญที่ทำให้งานนี้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 23 ได้อย่างแข็งแกร่ง คือโครงสร้างการจัดการโดย บริษัท รีกัตต้าเอเชีย (Regattas Asia) ร่วมกับหน่วยงานด้านกีฬาและการท่องเที่ยวชั้นนำ ภายใต้การสนับสนุนจากทั้งภาครัฐและเอกชนในท้องถิ่น ซึ่งเป็นการบูรณาการทำงานร่วมกันเพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง (Hub) อีเวนต์กีฬาระดับนานาชาติอย่างแท้จริง
นายศุกฤกษ์ กล่าวเสริมถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของสนามแข่งขันในไทยว่า "สมุยรีกัตต้าเติบโตอย่างต่อเนื่องในฐานะอีเวนต์กีฬาที่จัดอย่างได้มาตรฐาน ตอกย้ำประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการแล่นเรือระดับแนวหน้าของภูมิภาค นอกเหนือจากการแข่งขันในทะเล ยังมีกิจกรรมไลฟ์สไตล์ที่สร้างความประทับใจให้กับนานาประเทศ"
การจัดการแข่งขันเรือใบนานาชาติสมุยรีกัตต้าจึงไม่ใช่เพียงแค่กิจกรรมกีฬาประจำปี แต่คือกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญในการดึงดูดเม็ดเงินจากต่างชาติ และเป็นเวทีประกาศความพร้อมของเกาะสมุยในการรองรับตลาดลักชัวรีระดับโลกอย่างเต็มรูปแบบในปี 2569 นี้