โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ถอดรหัส ‘แอโรบิกสวนลุมฯ’ จากภาพจำระดับตำนาน สู่ ‘Viral Culture’ ที่ครองใจคนทุกเจน

The Momentum

อัพเดต 07 เม.ย. เวลา 12.54 น. • เผยแพร่ 07 เม.ย. เวลา 09.55 น. • THE MOMENTUM

หากใครมีโอกาสแวะเวียนไปแถวสวนลุมพินีในช่วงเย็น ภาพของฝูงชนหลักร้อยไปจนถึงหลักพันที่ยืนเรียงแถวขยับร่างกายตามจังหวะเพลงแดนซ์สุดมันคงไม่ใช่เรื่องแปลกตา แต่น้อยคนนักจะรู้ว่าสิ่งที่ดูเหมือนการออกกำลังกายธรรมดานี้ แท้จริงแล้วคือ Culture และ Landmark สำคัญของกรุงเทพฯ ที่ทรงพลังอย่างยิ่งในยุคดิจิทัล

ส่วนหนึ่งที่ทำให้แอโรบิกสวนลุมฯ ถูกพูดถึงในวงกว้างมากขึ้น คือการที่ TAEYONG ศิลปินจาก NCT เคยมาออกกำลังกายและบันทึกวิดีโอบรรยากาศการเต้นแอโรบิกของคนไทยลงใน Vlog ของตัวเอง จนกลายเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์ที่ช่วยสะท้อนเสน่ห์ของวัฒนธรรมเมืองกรุงเทพฯ ไปสู่สายตาผู้ชมทั่วโลก

ข้อมูลล่าสุดจากเครื่องมือ Zocial Eye โดยบริษัท Wisesight (ณ วันที่ 6 เมษายน 2569) มีสถิติที่น่าสนใจ พบว่า ในช่วงปลายเดือนมีนาคมและต้นเมษายน 2569 ที่ผ่านมาเพียงไม่กี่วัน กระแสของ ‘แอโรบิกสวนลุมฯ’ มียอดการชม (Views) สูงถึง 24 ล้านครั้ง และสร้างการมีส่วนร่วม (Engagement) ได้มากกว่า 1.8 ล้านครั้ง อะไรคือเบื้องหลังที่ทำให้กิจกรรมรุ่นเก๋านี้ยังคงเป็นกระแสติดลมบนมาได้ถึงทุกวันนี้

1. เมื่อ Public Space กลายเป็น Strong Community

เสน่ห์อันดับแรกคือการใช้พื้นที่สาธารณะอย่างคุ้มค่า สวนลุมพินีไม่ได้เป็นแค่ที่วิ่ง แต่เป็นคอมมูนิตี้คนรักสุขภาพที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่ง ภาพของคนต่างวัย ต่างอาชีพ ที่มารวมตัวกันโดยมิได้นัดหมาย กลายเป็นเสน่ห์แบบไทยๆ ที่แม้แต่นักท่องเที่ยวต่างชาติยังต้องหยุดถ่ายรูป (หรือที่จริงแล้วจะมาเพื่อถ่ายรูปตัวเงินตัวทองก็ตาม) เพราะมันสะท้อนถึงพลังของชุมชนที่เข้มแข็ง และการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมที่หาได้ยากในสังคมเมืองปัจจุบัน

สิ่งที่น่าสนใจคือ พื้นที่เดียวกันนี้สามารถรองรับกิจกรรมได้หลากหลายมาก บางคนมาวิ่ง บางคนมาเต้นแอโรบิก บางคนพาครอบครัวมาเดินเล่น หรือแม้แต่มานั่งพักเฉยๆ ก็ยังรู้สึกว่าได้เป็นส่วนหนึ่งของอะไรบางอย่างโดยไม่ต้องรู้จักใครเป็นพิเศษ

ความเรียบง่ายแบบนี้เองที่ทำให้เกิดความผูกพัน คนที่มาเป็นประจำจะเริ่มคุ้นหน้าคุ้นตากัน ทักทายกันเล็กๆ น้อยๆ จนกลายเป็นความสัมพันธ์แบบไม่เป็นทางการ ซึ่งหาได้ยากในเมืองใหญ่ที่ผู้คนมักใช้ชีวิตเร่งรีบ

สวนลุมพินีจึงไม่ได้เป็นแค่พื้นที่สีเขียว แต่เป็นพื้นที่ที่ทำให้คนเมืองได้กลับมาเชื่อมโยงกันอีกครั้ง ทั้งกับตัวเอง คนรอบข้าง และสังคมในภาพรวม

2. เพลย์ลิสต์สุดล้ำ เอกลักษณ์ที่เลียนแบบไม่ได้

จุดเด่นที่ถูกพูดถึงอย่างมากคือ ‘เพลง’ การมิกซ์ที่ไม่มีขีดจำกัดตั้งแต่เพลงสากลฮิตติดหู ไปจนถึงลูกทุ่งร่วมสมัย และเพลงแดนซ์ยุค 90s-2000s ที่จังหวะ ‘โจ๊ะ’ จนเป็นเอกลักษณ์ ความสนุกที่เข้าถึงง่ายนี้เองที่ทำให้ใครก็ตามที่เดินผ่านต้องเผลอขยับเท้าตาม และกลายเป็นฟันเฟืองสำคัญที่สร้างความจดจำให้กับผู้คน

ที่สำคัญคือมันไม่มีเส้นแบ่งว่าใครต้องฟังเพลงแบบไหน ทุกคนสามารถสนุกไปด้วยกันได้ ไม่ว่าจะรู้จักเพลงนั้นหรือไม่ ความหลากหลายนี้ทำให้บรรยากาศเปิดกว้าง และทำให้คนรู้สึกเข้าถึงได้ทันที

3. สัญลักษณ์ของ Longevity & Active Aging

ในยุคที่โลกกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย แอโรบิกสวนลุมฯ คือภาพแทนของ Longevity Economy ที่ชัดเจนที่สุด เราได้เห็นภาพคุณลุงคุณป้าที่ร่างกายแข็งแรง กระฉับกระเฉง เต้นเคียงข้างไปกับวัยรุ่นหรือคนวัยทำงาน สถิติจากโซเชียลมีเดียยืนยันว่า คอนเทนต์ที่สะท้อนความน่ารักและความสตรองของผู้สูงวัยกลุ่มนี้ ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม เพราะมันเปลี่ยนนิยามของการแก่ตัวลงให้ดูมีความสุขและมีพลัง

4. พลังของ TikTok และการปรับตัวสู่โลกดิจิทัล

ข้อมูลจาก Wisesight ชี้ให้เห็นว่า TikTok คือสนามหลัก ที่ขับเคลื่อนกระแสนี้ โดยมีสัดส่วน Engagement สูงถึง 52% ตามมาด้วย Instagram ที่ 26% และ Facebook 14%

ในส่วนของการพูดคุย แม้คนจะใช้ X (Twitter) พูดถึงกระแสนี้มากที่สุดในเชิงข้อความ (44%) แต่ในแง่ของการมีส่วนร่วม วิดีโอสั้นใน TikTok กลับทรงพลังกว่าอย่างเห็นได้ชัด

สิ่งนี้สะท้อนว่า แอโรบิกสวนลุมฯ ได้กลายเป็นคอนเทนต์แนว City Walk หรือไลฟ์สไตล์ที่คนรุ่นใหม่ชอบเสพ ไม่ว่าจะเป็นความเป๊ะของผู้นำเต้น หรือบรรยากาศที่ดูสนุกสนาน ทำให้ภาพลักษณ์ของการเต้นแอโรบิกไม่เชยอีกต่อไป

แบรนด์ที่ไม่มีโลโก้ แต่มี Identity ที่แข็งแกร่ง

ในมุมมองของการตลาด แอโรบิกสวนลุมฯ คือตัวอย่างความสำเร็จของการสร้าง Identity ผ่านกิจกรรมที่ทำต่อเนื่องมานานหลายสิบปี จนกลายเป็นแบรนด์ที่คนจดจำได้ทันทีโดยไม่ต้องมีโลโก้หรือโฆษณา

ด้วยยอดผู้ติดตาม (Followers) ในวงโคจรของคอนเทนต์นี้กว่า 1 ล้านบัญชี ชี้ให้เห็นว่าประเด็นเรื่องสุขภาพและพื้นที่สาธารณะไม่ใช่เรื่องเฉพาะกลุ่มอีกต่อไป แต่เป็น Mass Interest ที่คนกรุงโหยหา และพร้อมจะกระโจนเข้าร่วม ไม่ว่าจะเป็นการไปยืนเต้นที่ลานจริงๆ หรือการกดหัวใจให้ผ่านหน้าจอก็ตาม

ที่มา: เก็บข้อมูลผ่านเครื่องมือ Zocial Eye โดยบริษัท Wisesight

วิเคราะห์ข้อมูลโดย The Momentum Team

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...