โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

จ่อเติม 100 บ.บัตรคนจน คลังชง ครม. 11 เม.ย. นี้ ช่วยกลุ่มขนส่งสู้ราคาพลังงาน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 8 เมษายน 2569 เวลา 3.13 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

คลัง ชง ครม. 11 เม.ย. นี้ อัดงบ 2.9 พันล้าน เติมเงินบัตรสวัสดิการฯ 100 บาท - อุดหนุมกลุ่มขนส่ง สู้วิกฤตพลังงาน คาดโอน 13 เม.ย. ให้ทันใช้ช่วงสงกรานต์ ยัน คนละครึ่งพลัส รอบใหม่เริ่ม พ.ค. นี้ ขยายสิทธิ์มากกว่า 20 ล้านคน

7 เม.ย. 2569 - นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า วันที่ 11 เม.ย. 2569 กระทรวงการคลังจะมีการเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขออนุมัติงบประมาณสำหรับมาตรการเร่งด่วนที่มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษได้เห็นชอบในหลักการไปก่อนหน้านี้แล้ว ได้แก่ การเติมเงินช่วยค่าพลังงานสำหรับผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13.4 ล้านราย วงเงินรวม 1,300 ล้านบาท และ มาตรการช่วยกลุ่มขนส่งและสาธารณะ ซึ่งได้รับลดผลกระทบจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นโดยตรง โดยมีวงเงินช่วยเหลือรวมประมาณ 1,600 ล้านบาท ทั้งนี้รวมวงเงินอยู่ที่ประมาณ 2,900 ล้านบาทโดยจะใช้เงินจากงบกลาง

“หากได้รับอนุมัติจาก ครม. ในวันที่ 11 เม.ย. จะพยายามเร่งรัดกระบวนการเพื่อให้เงินเข้าบัตรสวัสดิการฯ ภายในสัปดาห์หน้า หรืออย่างเร็วที่สุดคือวันที่ 13 เม.ย. เพื่อให้ทันใช้ในช่วงเทศกาลสงกรานต์”

นายลวรณ เปิดเผยต่อว่าสำหรับโครงการคนละครึ่งพลัส รอบใหม่ ยืนยันว่าประชาชนจะได้เริ่มใช้ในเดือน พ.ค. 2569 แน่นอน โดยขณะนี้ทางกระทรวงการคลังได้ทำการบ้านเพื่อเตรียมความพร้อมไว้ให้รัฐบาลตัดสินใจในเรื่องนโยบายและรายละเอียด

“คาดว่าผู้ได้รับสิทธิคนละครึ่งพลัสจะมากกว่าเดิมที่จำกัดไว้ที่ 20 ล้านคน เพื่อให้ครอบคลุมประชาชนที่เดือดร้อนในวงกว้าง แต่คงไม่ถึง 50 ล้านคนตามที่มีกระแสข่าวออกมาก่อนหน้านี้ เนื่องจากต้องพิจารณาตามความเป็นจริงของจำนวนประชากรที่หักกลุ่มเด็กและผู้สูงอายุออกไป รวมถึงข้อจำกัดด้านงบประมาณด้วย โดยจะเร่งนำโครงการคนละครึ่งพลัสให้เร็วที่สุด ยืนยันว่าจะเริ่มใช้ได้ในเดือน พ.ค. นี้ และคาดว่าจะชง ครม. ได้ 21 เม.ย.นี้ ส่วนรายละเอียดต้องรอให้รัฐบาลตัดสินใจ”

สำหรับการจัดหาแหล่งเงินทุนเพื่อรองรับมาตรการช่วยประชาชนจากวิกฤตพลังงาน นายลวรณ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นพบว่ามีงบประมาณจากโครงการที่ยังไม่ได้เบิกจ่ายหรือไม่ได้ดำเนินการตามเป้าหมายหรือปงบระมาณที่ยังไม่ผูกพันอยู่ประมาณ 84,000 ล้านบาท

โดยรัฐบาลอาจพิจารณาออกเป็นพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) โอนงบประมาณเพื่อนำเงินส่วนนี้มาใช้ดูแลประชาชน เนื่องจากกระบวนการออก พ.ร.ก. จะมีความรวดเร็วกว่าการออกพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โดยเมื่อ ครม. อนุมัติจะมีผลบังคับใช้ทันที และค่อยไปชี้แจงต่อสภาผู้แทนราษฎรในภายหลัง

“วันนี้รวมๆ แล้วมีงบฯ ที่ยังไม่ได้ใช้และยังไม่ได้ผูกพันอยู่ 84,000 ล้านบาท แต่ในแต่ละวันงบส่วนนี้ก็จะลดไปเรื่อยๆ เพราะมีการทำโครงการเพิ่มขึ้น เราก็คิดว่าตัดงบส่วนนี้ออกมาได้เร็วสุดก็ดีสุดเพื่อจะได้นำเงินมาเยียวยาประชาชน ส่วนคนละครึ่งพลัสจะใช้งบทั้งหมด 84,000 ล้านบาทหรือไม่ก็อยู่ที่รัฐบาลตัดสินใจว่าจะนำไปใช้ในโครงการไหนบ้าง”

ส่วนการพิจารณากลไกในการดูแลเสถียรภาพราคาน้ำมัน นายลวรณ เปิดเผยว่า ปัจจุบันกองทุนน้ำมันติดลบอยู่ประมาณ 50,000 ล้านบาท จากพ.ร.ก. ให้กระทรวงการคลังค้ำประกันกองทุนที่ 150,000 ล้านบาท จึงยังเหลือวงเงินอีกประมาณ 100,000 ล้านบาทในการบริหารจัดการได้ นอกจากนี้การลดค่าการกลั่น 2 บาท จะช่วยให้เงินไหลออกจากกองทุนน้อยลง โดยคาดว่า พ.ร.ก. ดังกล่าวจะเข้าสู่การพิจาณาของครม. ในวันที่ 11 เม.ย. 2569 เช่นกัน

ขณะที่การลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน จะเข้าสู่การพิจารณาของครม. ในวันที่ 11 เม.ย. นี้หรือไม่ นายลวรณ เปิดเผยว่า ปัจจุบันกองทุนน้ำมันยังรองรับได้จึงยังใช้กลไกกองทุนน้ำมันเป็นหลักก่อน

“ไม่ว่าจะลดภาษี 1 บาท หรือใช้กองทุนรองรับ 1 บาท ผลลัพธ์ที่เกิดกับประชาชนก็เท่ากัน ต้องอย่ามองว่าภาษีเป็นยาวิเศษเพราะในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันการจัดเก็บรายได้ก็ทำได้ยาก วันนี้มีวิกฤตพลังงานอยู่แล้วอยากให้ลามไปเป็นวิกฤตการคลัง”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...