โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“นายกฯ ญี่ปุ่น” เตรียมหารือผู้นำอิหร่าน หวังคลี่คลายวิกฤต ก่อนเส้นตายทรัมป์ขู่โจมตี

การเงินธนาคาร

อัพเดต 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 21 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"นายกฯ ญี่ปุ่น" เตรียมหารือระดับผู้นำกับอิหร่าน และอาจหารือกับทรัมป์ เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ตะวันออกกลาง ก่อนเส้นตายที่สหรัฐขู่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานอิหร่าน

วันที่ 6 เมษายน 2569 เวลา 12.32 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เปิดเผยว่าญี่ปุ่นกำลังเตรียมจัดการเจรจาระดับผู้นำกับผู้นำอิหร่าน และอาจมีการพูดคุยทางโทรศัพท์กับอดีตประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อช่วยคลี่คลายความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ขณะที่เส้นตายคำขู่ของทรัมป์เกี่ยวกับการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของอิหร่านกำลังใกล้เข้ามา

ทาคาอิจิ กล่าวระหว่างการประชุมรัฐสภาว่าญี่ปุ่นกำลังเตรียมการสำหรับการหารือระดับผู้นำกับอิหร่าน และญี่ปุ่นจะทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้เพื่อหาทางออกจากสถานการณ์ความตึงเครียด และนำไปสู่การกลับสู่สันติภาพ

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากทรัมป์เตือนว่า สหรัฐอาจโจมตีโรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน หากอิหร่านไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญที่ญี่ปุ่นพึ่งพานำเข้าน้ำมันมากกว่า 90% ของการนำเข้าทั้งหมด

ทาคาอิจิ ระบุว่า ญี่ปุ่นจะพยายามดำเนินการทุกอย่างก่อนถึงเส้นตายที่ทรัมป์กำหนดในวันอังคาร และมีความเป็นไปได้ที่จะมีการพูดคุยทางโทรศัพท์กับทรัมป์ แม้ว่ายังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ

แม้ยังไม่ชัดเจนว่าญี่ปุ่นจะสามารถมีบทบาทเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยความขัดแย้งได้หรือไม่ แต่ญี่ปุ่นมีผลประโยชน์โดยตรงในการรักษาความสัมพันธ์กับอิหร่าน เนื่องจากอิหร่านเป็นประเทศที่มีอิทธิพลต่อการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา มีรายงานว่าเรือของญี่ปุ่น 2 ลำสามารถเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้สำเร็จเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เกิดการโจมตีอิหร่านโดยสหรัฐและอิสราเอลเมื่อกว่าหนึ่งเดือนก่อน

รัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่น โทชิมิตสึ โมเตงิ ได้หารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน อับบาส อารักชี ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำญี่ปุ่นมาก่อน

ด้าน บริษัทเดินเรือ Mitsui OSK Lines ของญี่ปุ่น ยืนยันว่าเรือบรรทุกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่บริษัทถือหุ้นสามารถเดินทางผ่านช่องแคบได้ ขณะที่เรือบรรทุกก๊าซปิโตรเลียมเหลวอีกลำหนึ่งก็ออกจากช่องแคบได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตามยังมีเรือที่เกี่ยวข้องกับญี่ปุ่นประมาณ 43 ลำ ที่ยังติดอยู่ในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ

นักวิเคราะห์ ระบุว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางไม่ได้เป็นเพียงเรื่องสงครามเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับคำถามสำคัญว่า ใครจะเป็นผู้ค้ำประกันความมั่นคงของภูมิภาค หากสหรัฐไม่รับบทบาทดังกล่าว ก็อาจเปิดโอกาสให้จีนเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในมหาสมุทรอินเดียและอ่าวเปอร์เซีย เนื่องจากจีนพึ่งพาน้ำมันจากภูมิภาคนี้อย่างมาก

ในด้านผลกระทบทางเศรษฐกิจ รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังเร่งสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน เนื่องจากญี่ปุ่นยังคงพึ่งพาตะวันออกกลางไม่เพียงแค่น้ำมัน แต่ยังรวมถึงแนฟทา ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและการผลิตพลาสติก เช่น บรรจุภัณฑ์อาหาร เข็มฉีดยาทางการแพทย์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และชิ้นส่วนอุตสาหกรรม

รัฐบาลญี่ปุ่นระบุว่า ปัจจุบันญี่ปุ่นมีสำรองน้ำมันประมาณ 8 เดือน และมีสำรองแนฟทาเพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศประมาณ 4 เดือน พร้อมทั้งกำลังหาซัพพลายเออร์รายใหม่เพื่อกระจายความเสี่ยงด้านพลังงาน

รัฐบาลญี่ปุ่นยังยืนยันว่าข่าวที่ระบุว่า ญี่ปุ่นจะไม่สามารถจัดหาแนฟทาได้ภายในเดือนมิถุนายนนั้นไม่เป็นความจริง และญี่ปุ่นยังสามารถบริหารจัดการสำรองพลังงานได้

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...