‘ปภ.’ย้ำแนวทางใช้เงินทดรองราชการฯ เร่งช่วยผู้ประสบภัยไฟป่า-หมอกควัน PM2.5 ภาคเหนือ
เมื่อวันที่ 5 เม.ย. 69 นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้เดินหน้ามาตรการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้เน้นย้ำไปยังจังหวัดที่ได้มีการประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย และเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน จากเหตุไฟป่าและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ให้เร่งนำงบประมาณและทรัพยากรที่มีอยู่มาใช้ในการระงับยับยั้งเหตุ และช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้ทันทีตามระเบียบราชการ ทั้งด้านการช่วยเหลือเยียวยา การป้องกันและบรรเทา การระงับเหตุ ให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่กำหนดให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนโดยเร็ว ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ชี้แจงระเบียบกระทรวงการคลัง และหลักเกณฑ์ใหม่ของกรมบัญชีกลางให้กับจังหวัดรับทราบ เพื่อเร่งให้การแก้ไขวิกฤติไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM2.5 และช่วยเหลือประชาชนให้รวดเร็วและต่อเนื่อง
อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า โดยเน้นย้ำไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ประสบภัยพิบัติ กรณีไฟป่าหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ให้ดำเนินการตามแนวทางการปฏิบัติในการจ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน กรณีอัคคีภัย ไฟป่า และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 โดยจังหวัดพิจารณาใช้จ่ายเงินทดรองราชการในเชิงป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินได้โดยไม่ต้องประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน และเมื่อเกิดสถานการณ์ในพื้นที่ให้นายอำเภอรายงานให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทราบ เพื่อจัดประชุมคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจังหวัด (ก.ช.ภ.จ.) โดยเร็วเพื่อพิจารณาประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน เป็นรายหมู่บ้าน/ชุมชน ตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น
อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า ในส่วนของวงเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินที่จังหวัดมีอยู่คงเหลือไม่เพียงพอ ให้จังหวัดเสนอเรื่องขอขยายวงเงินทดรองราชการมายังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทันที เพื่อประสานกับกระทรวงการคลังพิจารณาอนุมัติโดยด่วน ทั้งนี้ การจ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน กรณีอัคคีภัย ไฟป่า และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ต้องเป็นค่าใช้จ่ายตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และอัตราที่กระทรวงการคลังกำหนด เช่น ด้านการแพทย์และสาธารณสุข เป็นค่าจัดหาหน้ากากอนามัย การจัดหาวัสดุอุปกรณ์ในการจัดทำมุ้งสู้ฝุ่น เป็นต้น
ปัจจุบัน (ข้อมูลกองช่วยเหลือผู้ประสบภัย ปภ. เมื่อวันที่ 5 เม.ย. 68) พื้นที่ภาคเหนือมีการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (กรณีอัคคีภัย ไฟป่า) จำนวน 2 จังหวัด ได้แก่ จ.เชียงใหม่ 9 อำเภอ (อ.ฮอด สะเมิง ดอยสะเก็ด เชียงดาว แม่วาง แม่แตง แม่ริม พร้าว ดอยเต่า) 56 ตำบล 488 หมู่บ้าน 27 ชุมชน และจ.พะเยา 9 อำเภอ (อ.ภูซาง ภูกามยาว จุน ดอกคำใต้ ปง แม่ใจ เมืองพะเยา เชียงคำ เชียงม่วน) 68 ตำบล 811 หมู่บ้าน 16 ชุมชน ส่วนการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (กรณีฝุ่น PM 2.5) มีจำนวน 2 จังหวัด ได้แก่ จ.ลำพูน 1 อำเภอ (อ.ลี้) 8 ตำบล 99 หมู่บ้าน และจังหวัดพะเยา 9 อำเภอ (อ.ภูซาง ภูกามยาว จุน ดอกคำใต้ ปง แม่ใจ เมืองพะเยา เชียงคำ เชียงม่วน) 68 ตำบล 811 หมู่บ้าน 16 ชุมชน ในส่วนของการประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยกรณีไฟป่า ได้มีการประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยแล้ว 2 จังหวัด ได้แก่ จ.แม่ฮ่องสอน 4 อำเภอ (เมืองแม่ฮ่องสอน ขุนยวม แม่สะเรียง ปาย) 21 ตำบล 149 หมู่บ้าน และจังหวัดเชียงราย 3 อำเภอ (เวียงป่าเป้า แม่สรวย แม่ฟ้าหลวง) 12 ตำบล 31 หมู่บ้าน ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจะได้มีการประสานการปฏิบัติกับจังหวัดในพื้นที่ประสบภัยอย่างใกล้ชิด เพื่อเร่งช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล