โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘ปภ.’ย้ำแนวทางใช้เงินทดรองราชการฯ เร่งช่วยผู้ประสบภัยไฟป่า-หมอกควัน PM2.5 ภาคเหนือ

เดลินิวส์

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
“ปภ.” ย้ำแนวทางใช้เงินทดรองราชการฯ เร่งช่วยผู้ประสบภัยไฟป่า และหมอกควัน PM2.5 จังหวัดภาคเหนือ ให้ใช้เงินทดรองราชการฯ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามแนวทางหลักเกณฑ์ ครอบคลุมด้านการช่วยเหลือเยียวยา-ป้องกันและบรรเทา-การระงับเหตุ ให้เป็นไปอย่างรวดเร็วภายใต้ระเบียบ ก.ม.และหลักเกณฑ์ฯ

เมื่อวันที่ 5 เม.ย. 69 นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้เดินหน้ามาตรการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้เน้นย้ำไปยังจังหวัดที่ได้มีการประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย และเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน จากเหตุไฟป่าและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ให้เร่งนำงบประมาณและทรัพยากรที่มีอยู่มาใช้ในการระงับยับยั้งเหตุ และช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้ทันทีตามระเบียบราชการ ทั้งด้านการช่วยเหลือเยียวยา การป้องกันและบรรเทา การระงับเหตุ ให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่กำหนดให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนโดยเร็ว ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ชี้แจงระเบียบกระทรวงการคลัง และหลักเกณฑ์ใหม่ของกรมบัญชีกลางให้กับจังหวัดรับทราบ เพื่อเร่งให้การแก้ไขวิกฤติไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM2.5 และช่วยเหลือประชาชนให้รวดเร็วและต่อเนื่อง

อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า โดยเน้นย้ำไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ประสบภัยพิบัติ กรณีไฟป่าหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ให้ดำเนินการตามแนวทางการปฏิบัติในการจ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน กรณีอัคคีภัย ไฟป่า และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 โดยจังหวัดพิจารณาใช้จ่ายเงินทดรองราชการในเชิงป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินได้โดยไม่ต้องประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน และเมื่อเกิดสถานการณ์ในพื้นที่ให้นายอำเภอรายงานให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทราบ เพื่อจัดประชุมคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจังหวัด (ก.ช.ภ.จ.) โดยเร็วเพื่อพิจารณาประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน เป็นรายหมู่บ้าน/ชุมชน ตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า ในส่วนของวงเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินที่จังหวัดมีอยู่คงเหลือไม่เพียงพอ ให้จังหวัดเสนอเรื่องขอขยายวงเงินทดรองราชการมายังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทันที เพื่อประสานกับกระทรวงการคลังพิจารณาอนุมัติโดยด่วน ทั้งนี้ การจ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน กรณีอัคคีภัย ไฟป่า และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ต้องเป็นค่าใช้จ่ายตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และอัตราที่กระทรวงการคลังกำหนด เช่น ด้านการแพทย์และสาธารณสุข เป็นค่าจัดหาหน้ากากอนามัย การจัดหาวัสดุอุปกรณ์ในการจัดทำมุ้งสู้ฝุ่น เป็นต้น

ปัจจุบัน (ข้อมูลกองช่วยเหลือผู้ประสบภัย ปภ. เมื่อวันที่ 5 เม.ย. 68) พื้นที่ภาคเหนือมีการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (กรณีอัคคีภัย ไฟป่า) จำนวน 2 จังหวัด ได้แก่ จ.เชียงใหม่ 9 อำเภอ (อ.ฮอด สะเมิง ดอยสะเก็ด เชียงดาว แม่วาง แม่แตง แม่ริม พร้าว ดอยเต่า) 56 ตำบล 488 หมู่บ้าน 27 ชุมชน และจ.พะเยา 9 อำเภอ (อ.ภูซาง ภูกามยาว จุน ดอกคำใต้ ปง แม่ใจ เมืองพะเยา เชียงคำ เชียงม่วน) 68 ตำบล 811 หมู่บ้าน 16 ชุมชน ส่วนการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (กรณีฝุ่น PM 2.5) มีจำนวน 2 จังหวัด ได้แก่ จ.ลำพูน 1 อำเภอ (อ.ลี้) 8 ตำบล 99 หมู่บ้าน และจังหวัดพะเยา 9 อำเภอ (อ.ภูซาง ภูกามยาว จุน ดอกคำใต้ ปง แม่ใจ เมืองพะเยา เชียงคำ เชียงม่วน) 68 ตำบล 811 หมู่บ้าน 16 ชุมชน ในส่วนของการประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยกรณีไฟป่า ได้มีการประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยแล้ว 2 จังหวัด ได้แก่ จ.แม่ฮ่องสอน 4 อำเภอ (เมืองแม่ฮ่องสอน ขุนยวม แม่สะเรียง ปาย) 21 ตำบล 149 หมู่บ้าน และจังหวัดเชียงราย 3 อำเภอ (เวียงป่าเป้า แม่สรวย แม่ฟ้าหลวง) 12 ตำบล 31 หมู่บ้าน ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจะได้มีการประสานการปฏิบัติกับจังหวัดในพื้นที่ประสบภัยอย่างใกล้ชิด เพื่อเร่งช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...