โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ทองร่วงสวนสงคราม แรงเก็งกำไรฉุด ดอลลาร์แย่งบท Safe Haven

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังไม่มีสัญญาณคลี่คลาย แต่ราคาทองคำกลับปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง สร้างความสับสนให้กับนักลงทุนที่มองทองคำเป็น “สินทรัพย์ปลอดภัย” โดยราคาในนประเทศปรับตัวลดลงรวมกว่า 3,250 บาทเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 ก่อนจะฟื้นตัวขึ้น 1,400 บาท ในวันถัดมา

อย่างไรก็ตาม มุมมองจากนักวิเคราะห์ตลาดชี้ให้เห็นว่า การปรับตัวลงครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ หากพิจารณาจากโครงสร้างราคาที่ถูกขับเคลื่อนด้วยแรงเก็งกำไรในช่วงก่อนหน้า

นายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัดเปิดเผย“ฐานเศรษฐกิจ”ว่า ราคาทองคำในช่วงปีที่ผ่านมาได้ปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรง โดยเพิ่มขึ้นถึงราว 64% ในปีเดียว ซึ่งถือว่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติที่ทองคำมักปรับขึ้นเพียงปีละประมาณ 10-20% เท่านั้น

การปรับขึ้นที่รวดเร็วและรุนแรงดังกล่าว ส่งผลให้ราคาทองคำ “วิ่งล่วงหน้า” เกินปัจจัยพื้นฐานไปแล้วหลายปี ทำให้เมื่อเข้าสู่ช่วงที่ตลาดเริ่มรับรู้ว่า แรงหนุนหลักมาจากการเก็งกำไร ไม่ใช่ปัจจัยพื้นฐานจริง ราคาจึงมีความเปราะบางต่อแรงขายทำกำไร

นายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อราคาทองคำหลุดแนวรับสำคัญบริเวณ 4,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่งผลให้เกิดแรงเทขายต่อเนื่อง กดราคาลงผ่านระดับ 4,600 และ 4,400 ดอลลาร์ จนล่าสุดแนวรับระยะสั้นขยับลงมาอยู่บริเวณ 4,200 ดอลลาร์ สะท้อนแรงขายที่ยังไม่สิ้นสุด

“ปรากฏการณ์ที่ทองคำไม่ปรับขึ้นแม้เกิดสงคราม เป็นสัญญาณสำคัญที่ทำให้ตลาดเริ่มตระหนักว่า การปรับขึ้นก่อนหน้านี้ขับเคลื่อนด้วยแรงเก็งกำไรเป็นหลัก ส่งผลให้เมื่อแนวรับถูกทำลาย นักลงทุนจึงเร่งขายเพื่อลดความเสี่ยง” นายณัฐวุฒิกล่าว

อีกปัจจัยที่กดดันราคาทองคำคือ การกลับมาแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งในช่วงเวลานี้กลับกลายเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยหลักแทนทองคำ ทำให้เม็ดเงินลงทุนบางส่วนไหลออกจากทองคำไปสู่ดอลลาร์

สำหรับแนวโน้มในระยะถัดไป โกลเบล็กมองว่า ราคาทองคำยังอยู่ในช่วง “ปรับฐาน” และยังไม่เข้าสู่จุดที่เหมาะสมสำหรับการลงทุนระยะกลางถึงยาว โดยประเมินว่า หากราคาหลุดระดับ 4,000 ดอลลาร์ลงมา อาจเริ่มเห็นโอกาสในการสร้างฐานใหม่

ทั้งนี้ การประเมินว่า ราคาทองคำเข้าสู่ช่วงสร้างฐานหรือไม่ จำเป็นต้องใช้เวลา โดยอย่างน้อยต้องเห็นการเคลื่อนไหวที่ “ไม่ทำจุดต่ำใหม่” ต่อเนื่องเป็นระยะเวลาประมาณ 1 เดือน เพื่อยืนยันว่า ตลาดเริ่มมีเสถียรภาพ และแรงขายลดลง

อย่างไรก็ตาม ในเชิงพฤติกรรมตลาด หากเป็นการสร้างฐานระยะยาวจริง อาจต้องใช้เวลานานถึงระดับ “ปี” ไม่ใช่เพียงระยะสั้น ทำให้นักลงทุนควรระมัดระวังการเข้าซื้อ

ในเชิงกลยุทธ์ นายณัฐวุฒิแนะนำว่า นักลงทุนระยะสั้นสามารถใช้จังหวะรีบาวด์ในการ “ขายทำกำไร” มากกว่าการไล่ซื้อ ขณะที่นักลงทุนระยะกลางถึงยาวควรรอจังหวะที่ราคาปรับลงลึกและเริ่มสร้างฐานที่ชัดเจนก่อนจึงค่อยพิจารณาเข้าลงทุน

ด้านนายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำกล่าวว่า สถานการณ์ตลาดทองคำในช่วงนี้เผชิญความผันผวนรุนแรงและมีลักษณะผิดปกติ เมื่อเทียบกับพฤติกรรมในอดีต โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งโดยปกติทองคำจะปรับตัวขึ้นในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ครั้งนี้ราคากลับปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ

สำหรับราคาทองคำในประเทศปรับตัวลดลงรวมกว่า 3,250 บาท โดยในช่วงแรกของความไม่แน่นอน ราคาลดลงไปแล้ว 1,850 บาท ก่อนจะปรับตัวลดลงต่อเนื่อง ล่าสุด ราคาทองคำแท่งอยู่ที่ระดับประมาณ 67,200 บาท ขณะที่ราคาทองคำในตลาดโลกปรับลดลงถึง 223 ดอลลาร์ เมื่อเทียบกับราคาปิดวันก่อนหน้า

ทั้งนี้ ปัจจัยกดดันสำคัญมาจากการแข็งค่าของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งล่าสุดเคลื่อนไหวทะลุระดับ 33 บาทต่อดอลลาร์ ส่งผลกดดันราคาทองคำโดยตรง อย่างไรก็ตาม หากเทียบกับช่วงต้นปี 2569 ราคาทองคำยังอยู่ในระดับใกล้เคียงเดิม แต่ถือว่าปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากระดับสูงในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน ตลาดยังจับตาพฤติกรรมของกองทุนทองคำรายใหญ่ โดยเฉพาะ SPDR Gold Trust ซึ่งมีทิศทางการลงทุนสวนทางกับราคา โดยในช่วงเดือนมกราคม–กุมภาพันธ์ 2569 กองทุนได้เข้าซื้อทองคำรวมกว่า 29 ตัน ก่อนจะกลับมาขายออกมากกว่า 40 ตันในเดือนมีนาคม ในระดับราคาที่ต่ำกว่าต้นทุนเดิม

“ความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้เกิดข้อสังเกตในตลาดว่า อาจเป็นการกดราคาทองคำเพื่อเร่งแรงขายจากนักลงทุนรายย่อย ก่อนกลับเข้าซื้อในระดับราคาที่ต่ำลง”นายจิตติกล่าว

สำหรับแนวโน้มการลงทุน นายจิตติแนะนำว่า นักลงทุนระยะสั้นควรชะลอการลงทุน และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากตลาดยังมีความไม่แน่นอนสูงและขาดปัจจัยพื้นฐานสนับสนุน ขณะที่นักลงทุนระยะยาวสามารถทยอยสะสมได้ แต่ควรกระจายจังหวะการลงทุน เนื่องจากยังมีความเสี่ยงที่ราคาทองคำจะปรับตัวลดลงได้อีกกว่า 100 ดอลลาร์ในระยะถัดไป

หน้า 16 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,186 วันที่ 26 - 28 มีนาคม พ.ศ. 2569

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...