CFTC เปิดสอบดีลน้ำมันปริศนา จับตา “เทรดล่วงหน้า” ก่อนนโยบายทรัมป์เปลี่ยนเกมอิหร่าน
หน่วยงานกำกับตลาดสหรัฐฯ เร่งตรวจสอบธุรกรรมฟิวเจอร์สน้ำมันที่เกิดขึ้นก่อนเหตุการณ์สำคัญด้านสงครามอิหร่าน หลังพบการลงทุนมูลค่าเกือบพันล้านดอลลาร์ จับจังหวะได้เป๊ะ สร้างกำไรมหาศาล
วันที่ 16 เมษายน 2569 เวลา 01.48 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า Commodity Futures Trading Commission หรือ CFTC ของสหรัฐ กำลังตรวจสอบธุรกรรมซื้อขายสัญญาน้ำมันล่วงหน้า (oil futures) ที่เกิดขึ้นก่อนการเปลี่ยนแปลงสำคัญในนโยบายสงครามอิหร่านของ Donald Trump โดยแหล่งข่าวระบุว่า มีการเทรดบางรายการที่จับจังหวะได้แม่นยำผิดปกติ จนสร้างกำไรจำนวนมหาศาล
Michael Selig ประธาน CFTC ระบุในการแถลงต่อสภาคองเกรสว่า หน่วยงานจะดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับผู้ที่กระทำผิด ไม่ว่าจะเป็นการฉ้อโกง ปั่นราคา หรือใช้อินไซเดอร์เทรด พร้อมย้ำว่า “เราจะตามหาคุณ และคุณจะต้องเผชิญบทลงโทษตามกฎหมายอย่างเต็มที่” แม้จะไม่ได้ยืนยันถึงการสอบสวนคดีใดโดยตรง
การสอบสวนครั้งนี้มุ่งไปที่ธุรกรรมในแพลตฟอร์มของ CME Group และ Intercontinental Exchange โดยตรวจสอบดีลอย่างน้อย 2 ช่วง ได้แก่ วันที่ 23 มีนาคม และ 7 เมษายน ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนเหตุการณ์สำคัญด้านนโยบายระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
หนึ่งในธุรกรรมที่ถูกจับตาคือการลงทุนในน้ำมันมูลค่าประมาณ 950 ล้านดอลลาร์ เพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนการประกาศหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา รวมถึงการเทรดที่ตรงจังหวะลักษณะเดียวกันในวันที่ 23 มีนาคม ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าอาจมีการใช้ข้อมูลภายในเพื่อแสวงหาผลประโยชน์
CFTC ได้ร้องขอข้อมูลเชิงลึกจากตลาดซื้อขาย รวมถึงข้อมูล “Tag 50” ซึ่งใช้ระบุผู้ที่อยู่เบื้องหลังธุรกรรมเหล่านี้ เพื่อหาตัวผู้เกี่ยวข้อง ขณะที่ CME ระบุว่ามีการเฝ้าระวังตลาดอย่างเข้มงวด และทำงานร่วมกับหน่วยงานกำกับอย่างใกล้ชิด ส่วน ICE ปฏิเสธให้ความเห็น
ด้านทำเนียบขาวได้ออกคำเตือนเจ้าหน้าที่ไม่ให้ใช้ตำแหน่งหน้าที่ไปแสวงหากำไรในตลาดฟิวเจอร์ส โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์สงครามมีความอ่อนไหว ขณะที่ Elizabeth Warren วุฒิสมาชิกจากพรรคเดโมแครต เรียกร้องให้มีการสอบสวนอย่างเข้มข้นมากขึ้น โดยเฉพาะหากพบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้องกับการใช้อินไซเดอร์เทรด
กรณีนี้สะท้อนความเสี่ยงในตลาดอนุพันธ์ที่มีความผันผวนสูงและขาดความโปร่งใส โดยเฉพาะเมื่อเชื่อมโยงกับนโยบายด้านสงครามและการทูต ซึ่งอาจเปิดช่องให้เกิดการแสวงหาผลประโยชน์จากข้อมูลลับในระดับมหาศาล
อ้างอิง : reuters.com