โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ESA จับมือ Kepler ลุยโปรเจกต์ อินเทอร์เน็ตไฟเบอร์ในอวกาศ สร้างเครือข่ายสื่อสารด้วยเลเซอร์ความเร็วสูง

SPACEMAN

อัพเดต 18 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • SPACEMAN มนุษย์อวกาศ

เมื่อวันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2569 องค์การอวกาศยุโรป หรือ อีซา (ESA) ได้ประกาศลงนามสัญญาหลักมูลค่า 750 ล้านบาท กับบริษัท เคปเลอร์ คอมมิวนิเคชันส์ (Kepler Communications) จากประเทศแคนาดา เพื่อเดินหน้าโครงการสร้างเครือข่ายการสื่อสารด้วยแสงความเร็วสูง หรือ ไฮดรอน (HydRON) ในระยะที่ 3 ซึ่งโครงการนี้เปรียบเสมือนการนำโครงข่ายอินเทอร์เน็ตใยแก้วนำแสงหรือไฟเบอร์ออปติกขึ้นไปติดตั้งบนอวกาศ เพื่อรองรับการส่งข้อมูลปริมาณมหาศาลระหว่างดาวเทียมและสถานีภาคพื้นดินแบบเรียลไทม์

โครงการไฮดรอน (High-throughput Optical Network: HydRON) มีเป้าหมายสูงสุดในการสร้างเครือข่ายการสื่อสารข้ามวงโคจรด้วยแสงหรือเลเซอร์อย่างสมบูรณ์แบบเป็นครั้งแรกของโลก โดยในระยะที่ 3 นี้ บริษัทเคปเลอร์จะรับหน้าที่เป็นผู้รับเหมาหลักในการเตรียมความพร้อมและส่งดาวเทียมที่ติดตั้งอุปกรณ์สื่อสารด้วยแสงจากพันธมิตรในยุโรป เพื่อทดสอบการทำงานร่วมกันของระบบและเปิดใช้งานการเข้าถึงข้อมูลแบบแทบไม่มีความหน่วงเวลาเลย

นับตั้งแต่ยุคเริ่มต้นของการสำรวจอวกาศ มนุษยชาติพึ่งพาการสื่อสารผ่านคลื่นวิทยุ (Radio frequency) เป็นหลักในการติดต่อสื่อสารกับนักบินอวกาศ ยานสำรวจ และดาวเทียม แต่ในปัจจุบันที่จำนวนดาวเทียมและปริมาณข้อมูลที่ต้องส่งกลับมายังโลกเพิ่มสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด คลื่นวิทยุแบบเดิมจึงเริ่มเผชิญกับข้อจำกัดด้านความเร็วและแบนด์วิดท์ที่ไม่เพียงพอ องค์การอวกาศยุโรปจึงมุ่งมั่นที่จะแก้ปัญหานี้ด้วยการเปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยีการสื่อสารด้วยแสง (Optical communications)

การสื่อสารด้วยแสงทำงานโดยการใช้ลำแสงเลเซอร์ในการส่งผ่านข้อมูล ซึ่งสามารถทำความเร็วได้สูงสุดถึงหนึ่งเทราบิตต่อวินาที (Terabit per second) นอกจากจะมีความเร็วสูงกว่าคลื่นวิทยุแบบดั้งเดิมหลายเท่าตัวแล้ว เทคโนโลยีนี้ยังมีความปลอดภัยสูงและถูกรบกวนได้ยาก การทำงานของระบบไฮดรอนจึงเปรียบเสมือนการจำลองสายอินเทอร์เน็ตไฟเบอร์ออปติกที่เราใช้กันบนโลก แต่เปลี่ยนเป็นการยิงลำแสงเลเซอร์เชื่อมต่อระหว่างดาวเทียมในวงโคจรระดับต่ำของโลก (Low Earth Orbit) กับดาวเทียมในวงโคจรระดับอื่น รวมถึงเชื่อมต่อกลับลงมายังสถานีรับสัญญาณบนพื้นโลกแทน

หนึ่งในการประยุกต์ใช้ที่สำคัญของโครงการระยะนี้ คือการเฝ้าระวังและติดตามวัตถุหรือเศษซากดาวเทียมในอวกาศ ด้วยความสามารถในการส่งมอบข้อมูลที่รวดเร็ว เครือข่ายนี้จะช่วยให้ผู้ควบคุมดาวเทียมสามารถหลบหลีกการพุ่งชนและบริหารจัดการการจราจรในวงโคจรที่กำลังแออัดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ความร่วมมือระหว่างองค์การอวกาศยุโรปและเคปเลอร์ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาขีดความสามารถทางอุตสาหกรรมอวกาศของยุโรปและแคนาดา แต่ยังเป็นการวางรากฐานอันแข็งแกร่งสำหรับโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารยุคใหม่ โครงข่ายไฮดรอนจะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการรับส่งข้อมูลจากอวกาศ ซึ่งเทคโนโลยีนี้อาจถูกนำไปต่อยอดเพื่อสนับสนุนภารกิจการตั้งถิ่นฐานบนดวงจันทร์และดาวเคราะห์ดวงอื่นในอนาคต ทำให้ข้อมูลอันล้ำค่าจากห้วงอวกาศลึกสามารถส่งกลับมาถึงมือมนุษย์ได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยกว่าที่เคยเป็นมา

  • ข้อมูลอ้างอิง: European Space Agency (ESA)
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...