โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พวกชาติพันธมิตรนาโตไม่เอาด้วย เรื่องที่‘ทรัมป์’สั่งปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ

Manager Online

เผยแพร่ 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

(เก็บความจากเอเชียไทมส์ https://asiatimes.com/2026/04/nato-allies-bash-trumps-hormuz-blockade-as-oil-passes-100-a-bbl/)

NATO allies bash Trump’s Hormuz blockade as oil passes $100 a bbl

by Julia Conley

14/04/2026

พวกชาติพันธมิตรนาโต ไม่ว่าจะเป็นสหราชอาณาจักร, สเปน, หรือ ตุรกี ต่างเรียงหน้ากันออกมาปฏิเสธว่า ไม่ต้องการเข้าร่วมในแผนปฏิบัติการ “ปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ” ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

ตรงกันข้ามกับที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อวดอ้างเอาไว้ว่า “พวกประเทศอื่นๆ จะมาเข้าร่วมด้วย” ในการบังคับใช้มาตรการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากการพูดจาภายหลังการหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่านในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สิ้นสุดลงโดยไม่สามารถทำความตกลงอะไรกันได้ ทั้งนี้พวกชาติสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) เรียงแถวกันออกมาแสดงท่าทีอันชัดเจนในวันจันทร์ (13 เม.ย.) ว่า พวกเขาไม่มีแผนการเข้าร่วมกับความพยายามของทรัมป์แต่อย่างใด ขณะเดียวกับที่ข่าวคราวการปิดล้อมของสหรัฐฯได้ส่งให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งทะยานขึ้นไปอีกคำรบหนึ่ง

“เราไม่ได้สนับสนุนการปิดล้อม” นายกรัฐมนตรี เคียร์ สตาร์เมอร์ ของสหราชอาณาจักร บอก [1] กับสื่อบีบีซีในวันจันทร์ (13 เม.ย.) ก่อนที่มาตรการปิดล้อมของทรัมป์เริ่มมีผลบังคับใช้ ณ เวลา 10.00 น.ของวันจันทร์ตามเวลาภาคตะวันออกของสหรัฐฯ (ตรงกับ 21.00 น.วันจันทร์เวลาเมืองไทย) “ในความเห็นของผมแล้ว เป็นเรื่องจำเป็นยิ่งยวดที่เราต้องทำให้ช่องแคบฮอร์มุซเปิด และเปิดอย่างเต็มที่ นั่นคือสิ่งที่เราทุ่มเทความพยายามทั้งหมดของเราลงไปในช่วงสองสามอาทิตย์หลังๆ มานี้ และเราก็จะทำเช่นนี้ต่อไป”

ด้านรัฐมนตรีต่างประเทศ ฮาคาน ฟิดาน (Hakan Fidan) ของตุรกี ก็เรียกร้อง [2] ให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซขึ้นมาใหม่อีกครั้งโดยผ่านวิถีทางทางการทูต ขณะเดียวกันรัฐมนตรีกลาโหม มาร์การิตา โรเบิลส์ (Margarita Robles) ของสเปน บอกกับสื่ออัลจาซีรา ของกาตาร์ว่า การตัดสินใจของทรัมป์ที่จะปิดกั้นไม่ให้เรือต่างๆ “เข้าหรือออกจากท่าเรือทั้งหลายของอิหร่านตลอดจนพวกพื้นที่ชายฝั่งของอิหร่าน” ในช่องแคบฮอร์มุซนั้น เป็นสิ่งที่ “ไม่มีเหตุผลเลย”

“มันเป็นเอพิโซดเพิ่มเข้ามาอีกเอพิโซดหนึ่ง ในวงจรทั้งหมดของการควงสว่านต่ำลงมาเรื่อยๆ นี้ ซึ่งเรากำลังถูกดึงลากเข้าไปอยู่ในนั้น” โรเบิลส์ พูดถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นมาตามความเห็นของเธอ ทั้งนี้ เธอผู้นี้พร้อมด้วยนายกรัฐมนตรี เปโดร ซานเชซ ของสเปน คือคนที่ออกมาประณามอย่างรุนแรง [3] ในเรื่องที่สหรัฐฯและอิสราเอลตัดสินใจเข้าทำสงครามกับอิหร่าน รวมทั้งเป็นผู้ที่ปฏิเสธไม่ยอมให้นำเอาทรัพย์สินทางทหารของสเปนไปเกี่ยวข้องกับการสู้รบขัดแย้งครั้งนี้อีกด้วย

สตาร์เมอร์นั้น เรียกการปิดช่องแคบฮอร์มุซว่า เป็น “การสร้างความเสียหายอย่างล้ำลึก” และเปิดเผยว่าในสัปดาห์นี้ สหราชอาณาจักรกับฝรั่งเศสจะจัดการประชุมซัมมิต “เพื่อเดินหน้างานจัดทำแผนการที่มีหลายชาติเข้ามาร่วมมือกันอย่างเป็นอิสระ ในการพิทักษ์ปกป้องการเดินเรือระหว่างประเทศ เมื่อการสู้รบขัดแย้งคราวนี้ยุติลง”

ในส่วนของสหรัฐฯนั้น กองบัญชาการทหารด้านกลางของสหรัฐฯ (US Central Command หรือ CentCom ซึ่งหน้าที่รับผิดชอบครอบคลุมภูมิภาคตะวันออกกลาง) ออกมาแถลง [4] ในวันจันทร์ (13 เม.ย.) เช่นกันว่า กองทหารสหรัฐฯ “จะไม่ขัดขวางเสรีภาพในการเดินเรือของเรือต่างๆ ซึ่งแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยที่ไปหรือมาจากท่าเรือต่างๆ ที่ไม่ใช่ของอิหร่าน” นี่ดูเหมือนกับเป็นคำอธิบายเพิ่มเติม และก็เป็นการก้าวถอยหลังออกมาจากคำแถลงดั้งเดิมของ ทรัมป์ [5] ที่ประกาศเอาไว้เมื่อวันอาทิตย์ (12 เม.ย.) ซึ่งเขายังได้กล่าวเน้นย้ำอีกขณะพูดกับทีวีข่าวช่องฟ็อกซ์นิวส์ (Fox News) ในวันจันทร์ (13 เม.ย.) ว่า เขาจะบังคับใช้ “การปิดล้อมอย่างสมบูรณ์” ในเส้นทางน้ำที่มีความสำคัญยิ่งยวดต่อการค้าของโลกสายนี้

ข่าวเรื่องสหรัฐฯจะปิดล้อมฮอร์มุซนี้ ปรากฏออกมาหลังจากคณะผู้เจรจาฝ่ายอิหร่านได้กล่าวหารองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนฝ่ายสหรัฐฯ ว่า แสดงตัวไม่สุจริตจริงใจในการเข้าเจรจาระดับสูงคราวนี้ รวมทั้งเรื่องที่แวนซ์ออกมาแถลงข่าวกล่าวหาว่าอิหร่านจะไม่ยอมทำตามข้อเรียกร้องของสหรัฐฯในเรื่องเกี่ยวกับการพัฒนาด้านนิวเคลียร์

การตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 2 สัปดาห์ซึ่งประกาศออกมาเมื่อวันอังคารที่แล้ว (7 เม.ย.) –ไม่นานก่อนถึงกำหนดเส้นตายที่ ทรัมป์ ขีดเอาไว้ พร้อมกับการข่มขู่ว่าสหรัฐฯจะทำลายล้าง “อารยธรรมทั้งหมด” ของอิหร่าน ถ้ายังไม่ยอมทำดีลด้วย – ส่งผลให้ราคาน้ำมันและก๊าซร่วงลงมาต่ำกว่าระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทว่าราคาได้ขยับพุ่งขึ้นไปอีกรอบ หลังจากทรัมป์ออกมาข่มขู่คุกคามครั้งใหม่ด้วยเรื่องมาตรการปิดล้อม

ในวันจันทร์ (13 เม.ย.) ราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบชนิด เบรนท์ อยู่ที่ 102.52 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล พุ่งขึ้น 7.7% ขณะที่น้ำมันดิบสหรัฐฯก็ทะยานขึ้นเกือบๆ 8% ไปอยู่ที่ 104.02 ดอลลาร์ ทางด้านสัญญาขายส่งก๊าซของสหราชอาณาจักรเพื่อการส่งมอบเดือนพฤษภาคม ก็กระโจนพรวด 11.7%

ซัปพลายน้ำมันและก๊าซของโลก ราวๆ 20% ทีเดียว รวมทั้งปุ๋ยในปริมาณสำคัญ ใช้ฮอร์มุซเป็นเส้นทางในการลำเลียงขนส่ง ก่อนที่อิหร่านจะปิดช่องแคบนี้ในทางเป็นจริง ภายหลังถูกสหรัฐฯกับอิสราเอลเปิดสงครามถล่มใส่

ปรียันกา ซัชเดวา (Priyanka Sachdeva) นักวิเคราะห์ตลาดอาวุโส แห่งบริษัทโบรกเกอร์ ฟิลลิป โนวา (Phillip Nova) บอก [6] กับหนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียน ว่า การที่ “ตลาดแสดงปฏิกิริยา” ต่อคำข่มขู่ของ ทรัมป์ “เป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงความเป็นจริงที่ง่ายๆ แต่ทรงพลังมากประการหนึ่ง นั่นคือ ความเสี่ยงที่เกิดขึ้น ณ ช่องแคบฮอร์มุซ ไม่ใช่เป็นเรื่องทางทฤษฎี แต่เป็นเรื่องเชิงโครงสร้าง และเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาจริงๆ”

“ในสภาพแวดล้อมของทุกวันนี้ ความเสี่ยงทุกๆ บาร์เรลที่เพิ่มเข้าไปในตลาดน้ำมัน คือตัวที่นำไปสู่อัตราเงินเฟ้อของป้ายราคาสินค้า สำหรับเศรษฐกิจของทั่วโลก” ซัชเดวา บอก

การข่มขู่คุกคามของทรัมป์ที่จะดำเนินการปิดล้อมครั้งนี้ โดยรวมไปถึงเรือลำใดก็ตามที่จ่ายค่าผ่านทางให้อิหร่านเพื่อการผ่านช่องแคบฮอร์มุซนับตั้งแต่ประเทศตะวันออกกลางแห่งนี้เริ่มต้นการปิดล้อมของพวกเขาเองขึ้นมา ซึ่งผู้นำสหรัฐฯผู้นี้กล่าวหาว่า เป็น “การขู่กรรโชก” ของอิหร่าน

เคลลีย์ บิวคาร์ วลาโฮส (Kelley Beaucar Vlahos) เขียนเอาไว้ในแมกกาซีนออนไลน์ “เรสพอนซิเบิล สเตทคราฟต์” (Responsible Statecraft) เมื่อวันอาทิตย์ (12 เม.ย.) ที่ผ่านมา [7] ว่า ภายใต้การข่มขู่คุกคามของทรัมป์ สหรัฐฯเวลานี้จึงกำลังวางแผนการที่จะสกัดกั้น แม้กระทั่ง “พวกพันธมิตรรายสำคัญๆ”

“ฟิลิปปินส์ซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดเก่าแก่ของสหรัฐฯระดับที่มีการทำสนธิสัญญาผูกพันระหว่างกัน พวกเขาคือชาติที่ต้องได้ทรัพยากรพลังงานของพวกเขาถึงราว 98% ผ่านทางช่องแคบนี้” ข้อเขียนของ วลาโฮส ยกตัวอย่าง “ยังมีเรือญี่ปุ่นลำหนึ่งที่กำลังลำเลียงก๊าซธรรมชาติเหลว ซึ่งมีรายงานว่าแล่นผ่านช่องแคบนี้เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน” แน่นอนทีเดียวว่า ญี่ปุ่นก็เป็นพันธมิตรสำคัญใกล้ชิดมากๆ ของสหรัฐฯ

ซารัง ชิดอร์ (Sarang Shidore) ผู้อำนวยการโครงการโกลบอลเซาท์ (Global South program) อยู่ที่ สถาบันควินซีเพื่อการบริหารรัฐกิจอย่างมีความรับผิดชอบ (Quincy Institute for Responsible Statecraft) หน่วยงานคลังสมองที่ตั้งฐานอยู่ใน วอชิงตัน ดีซี และเป็นเจ้าของแมกกาซีนออนไลน์ เรสพอนซิเบิล สเตทคราฟต์ ให้ความเห็น [8] ว่า การใช้มาตรการปิดล้อมของสหรัฐฯคราวนี้ กำลัง “เป็นอีกก้าวเดินหนึ่งซึ่งมุ่งไปสู่โลกแบบที่ถือว่า กำลังอำนาจคือสิ่งที่ทำให้มีสิทธิมีเสียง”

“ความไม่ชอบด้วยกฎหมายกำลังถูกกองสุมเอาไว้ข้างบนของความไม่ชอบด้วยกฎหมาย การโจมตีอิหร่านซึ่งเริ่มต้นสงครามครั้งนี้ขึ้นมา ถูกทำให้สลับซับซ้อนมากขึ้นจากการที่เตหะรานเข้ายึดช่องแคบฮอร์มุซเอาไว้ จากนั้นการที่วอชิงตันเข้าปิดล้อมช่องแคบนี้ ก็คือยิ่งทำให้ความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้นอีก” เป็นความเห็นของ ชิดอร์

ที่ปรึกษาผู้หนึ่งของ โมจตาบา คอเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านคนใหม่ บอก [9] ว่า อิหร่านมี “พื้นที่ขนาดใหญ่ที่ยังไม่ถูกแตะต้อง” ซึ่งสามารถนำมาใช้ต่อสู้ตอบโต้กลับการปิดล้อมของสหรัฐฯ ขณะที่ โมฮัมหมัด บาการ์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน กล่าวย้ำสำทับว่า อีกไม่ช้าไม่นาน ชาวอเมริกันจะต้อง “หวนนึกถึงอย่างรู้สึกเสียดายกับราคาเบนซินในช่วงนี้ ซึ่งอยู่ที่ระดับ 4-5 ดอลลาร์” ทั้งนี้ ราคาเฉลี่ยของน้ำมันเบนซินในสหรัฐฯเพิ่งขยับทะลุแกลลอนละ 4 ดอลลาร์เมื่อเร็วๆ นี้เอง โดยเป็นการขึ้นสูงทำลายสถิติสืบเนื่องจากสงครามอิหร่านของทรัมป์

ทางด้าน โดนัลด์ รอธเวลล์ (Donald Rothwell) ศาสตราจารย์ด้านกฎหมายระหวางประเทศ ณ มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย (Australian National University หรือ ANU) เขียน [10] เอาไว้ในข้อเขียนเผยแพร่ทาง เดอะ คอนเวอร์เซชั่น (The Conversation) เว็บไซต์เผยแพร่บทความทางออนไลน์ว่า การปิดล้อมของทรัมป์ “แน่นอนทีเดียว” ว่าจะเป็นอันตรายต่อการหยุดยิงชั่วคราวซึ่งอยู่ในสภาพเปราะบางอยู่แล้ว เวลาเดียวกันก็ทำให้ตลาดระหว่างประเทศเดือดพล่าน

“พิจารณาจากแง่มุมทางกฎหมายอย่างบริสุทธิ์แล้ว ถ้าสหรัฐฯบังคับใช้มาตรการปิดล้อม ก็เท่ากับว่าจะทำให้การหยุดยิงจบสิ้นลง และความเป็นศัตรูกันก็จะหวนกลับมาอีก” รอธเวลล์ เขียนเอาไว้เช่นนี้

ข้อเขียนชิ้นนี้ เผยแพร่ครั้งแรกบนเว็บไซต์ข่าว คอมมอน ดรีมส์ (https://www.commondreams.org/news/strait-of-hormuz-oil-prices)

เชิงอรรถ

[1] https://www.aljazeera.com/news/2026/4/13/starmer-says-uk-will-not-support-us-blockade-of-strait-of-hormuz

[2] https://www.news18.com/world/uss-nato-allies-refuse-to-join-strait-of-hormuz-blockade-ws-l-10031117.html

[3] https://www.commondreams.org/news/spain-iran-ceasefire

[4] https://www.nytimes.com/live/2026/04/13/world/iran-war-trump-news/heres-the-latest?smid=url-share

[5] https://www.commondreams.org/news/trump-hormuz-iran-talks

[6] https://www.theguardian.com/business/2026/apr/13/oil-price-tops-100-dollars-barrel-us-blockade-strait-of-hormuz

[7] https://responsiblestatecraft.org/iran-war-gas-prices/

[8] https://responsiblestatecraft.org/iran-war-gas-prices/

[9] https://www.nytimes.com/live/2026/04/13/world/iran-war-trump-news/heres-the-latest?smid=url-share

[10] https://theconversation.com/would-a-us-blockade-of-the-strait-of-hormuz-be-legal-280446

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...