โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ไขปม! แรงขาย ADVANC -TRUE

หุ้นวิชั่น

อัพเดต 18 เม.ย. เวลา 11.46 น. • เผยแพร่ 18 เม.ย. เวลา 04.46 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้น

หุ้นวิชั่น - ตลาดหุ้นทั่วโลกสัปดาห์ที่ผ่านมา (6 – 10 เม.ย. 2569) มีความเคลื่อนไหวรายตลาดที่น่าสนใจดังนี้ (ที่มา-บล.กรุงศรี)

ไทย : ตลาดหุ้นไทยปิดทำการในช่วงต้นสัปดาห์เนื่องจากเทศกาลสงกรานต์ และกลับมาเปิดทำการใน 2 วันทำการสุดท้ายของสัปดาห์ โดย SET Index กลับมาซื้อขายต่ำกว่า 1,500 จุดอีกครั้ง ปัจจัยสำคัญทั้งต่างประเทศและในประเทศที่มีผลต่อการเคลื่อนไหวของดัชนี ได้แก่

1.) ผลกระทบจากการที่นักลงทุนลดสถานะหุ้น DELTA หลังจากที่ ตลท. ประกาศติด Cash Balance ในช่วงปลายสัปดาห์ก่อน

2.) สถานการณ์สงครามสหรัฐฯ – อิหร่านมีภาพ De-escalation ทำให้ตลาดชะลอการลงทุนในหุ้นกลุ่มน้ำมัน

3.) การขายหุ้น Big Cap อาทิ ADVANC และ TRUE เพื่อลดความเสี่ยงก่อนการเจรจาสันติภาพสหรัฐฯ ในช่วงปลายถึงสุดสัปดาห์

สหรัฐฯ : สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับขึ้นเด่นต่อเนื่องตลอดทั้งสัปดาห์ โดยมีปัจจัยหนุนหลัก ได้แก่

1) ตลาดหุ้นที่ปรับลงไปสะท้อนความเสี่ยงสงครามในช่วงก่อนหน้าแล้ว ขณะที่สัญญาณผ่อนคลายทยอยเข้ามาหนุนตลาด โดยตลาดคลายความกังวลจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน หลังมีสัญญาณที่ชัดเจนขึ้นว่าทั้งสองฝ่ายใกล้บรรลุการขยายข้อตกลงหยุดยิง (Ceasefire) และการเจรจาสันติภาพจะเดินหน้าต่อในช่วงสุดสัปดาห์ที่ปากีสถาน

2) รายงานผลประกอบการของหุ้นในสหรัฐฯ ส่วนใหญ่เป็นไปตามคาดหรือดีกว่าคาด ทั้งในฝั่งหุ้นธนาคาร อาทิ JP Morgan และ Bank of America รวมถึงผู้ให้บริการสตรีมมิง (Streaming) อย่าง Netflix

3) แรงซื้อในกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ความเชื่อมั่นต่อภาพการลงทุน AI เพิ่มขึ้น หลัง Amazon ปรับเพิ่มงบลงทุนภายใต้ภาพบวกที่มีคำสั่งซื้อรองรับอยู่แล้ว ผสานกับที่ Amazon และ Google เริ่มพัฒนาชิปของตนเองในฐานะ New S-Curve ใหม่ รวมถึงการขยับตัวในฝั่งการแสวงหาพลังงานใหม่เพื่อรองรับการเทรนและรันโมเดล AI โดยเริ่มเห็นบริษัทเทคฯ เข้าไปลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาดที่จ่ายไฟได้เสถียร 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะเทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactors: SMRs) ผสานกับความคืบหน้าของ Quantum Computing ที่เริ่มเป็นกระแสมากขึ้น โดยรวมแล้ว กลุ่ม Tech ยังคงเป็น Sector เด่นที่นำตลาดหุ้นฝั่งสหรัฐฯ

ยุโรป : ดัชนีตลาดหุ้นยุโรปอิง STOXX 600 เคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways/Up โดยมีปัจจัยหนุนหลัก ได้แก่

1) ความหวังเรื่องข้อตกลงหยุดยิงในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะข่าวการเจรจาขยายเวลาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงข้อตกลงหยุดยิง 10 วันระหว่างอิสราเอลและเลบานอน ทำให้นักลงทุนคลายความกังวลลงบ้าง

2) ผลประกอบการเริ่มทยอยประกาศออกมา โดย ASML มีผลประกอบการดีกว่าคาด ในทางกลับกัน ปัจจัยกดดัน ได้แก่

1) นักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงชะลอการซื้อขายเพื่อรอดูความชัดเจนของสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในช่วงสุดสัปดาห์ ควบคู่ไปกับการรอดูตัวเลขคาดการณ์ของบริษัทจดทะเบียนอื่นๆ ที่มีสัญญาณชี้นำออกมาในทางลบ โดยเฉพาะภาคบริการและสินค้าฟุ่มเฟือย เช่น Kering (บริษัทแม่ของ Gucci) ที่ร่วงลงกว่า 9%, Hermès ร่วงลงราว 8% และ L'Oréal ปรับลงกว่า 2% เนื่องจากยอดขายได้รับผลกระทบโดยตรงจากสงครามในตะวันออกกลางและอุปสงค์ที่ชะลอตัว

2) ความกังวลในกลุ่มการบิน หลัง IEA ออกมาเตือนว่าปริมาณน้ำมันเครื่องบินเริ่มเหลือจำกัด

เอเชีย : ตลาดหุ้นเอเชียหลักๆ อย่าง KOSPI (เกาหลีใต้), Nikkei 225 (ญี่ปุ่น) และ TWSE (ไต้หวัน) ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยได้รับแรงหนุนจาก 3 ประเด็นหลัก ได้แก่

1) ความหวังการหยุดยิงในตะวันออกกลาง (Geopolitical De-escalation)

2) เศรษฐกิจจีนเติบโตแข็งแกร่งกว่าคาด (Strong China Data) โดยจีนรายงานตัวเลข GDP ไตรมาส 1/2569 เติบโตถึง 5% (YoY) ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ระดับ 4.8% รวมถึงตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ขยายตัวได้ดี

3) อานิสงส์ (Spillover Effect) โดยตรงจากดัชนี Nasdaq ของสหรัฐฯ ที่ทำจุดสูงสุดใหม่ ส่งผลให้แรงซื้อไหลเข้าหุ้นกลุ่มฮาร์ดแวร์ ชิป และอิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่ในเอเชียอย่างหนาแน่น ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีน้ำหนักสูงในดัชนี KOSPI, Nikkei และ TWSE

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...