สถานการณ์ยิ่งสับสน! ”อิหร่าน“ ปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ตอบโต้สหรัฐปิดล้อมท่าเรือ
สถานการณ์ยิ่งสับสน "อิหร่าน" ปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ตอบโต้สหรัฐปิดล้อมท่าเรือ แม้เพิ่งเปิดได้ไม่กี่ชั่วโมง ขณะที่โอกาสในการบรรลุข้อตกลงสันติภาพยังคงเต็มไปด้วยคำถาม
วันที่ 18 เมษายน 2569 เวลา 19.00 น. เว็บไซต์ AI JAZEERA รายงานว่า อิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) อีกครั้ง โดยระบุว่าเป็นการตอบโต้ต่อการที่สหรัฐฯ ยังคงปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านอย่างต่อเนื่อง
กองทัพอิหร่าน เปิดเผยเมื่อวันเสาร์ว่า การควบคุมเส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์แห่งนี้ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันคิดเป็นราว 20% ของปริมาณทั่วโลก ได้กลับสู่สภาพเดิมแล้ว พร้อมมีรายงานว่าเรือเร็วติดอาวุธของอิหร่านได้ยิงใส่เรือพาณิชย์ลำหนึ่งที่พยายามแล่นผ่านพื้นที่ดังกล่าว
การปิดช่องแคบเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง หลังจากก่อนหน้านี้มีการเปิดเส้นทางชั่วคราว และมีเรือพาณิชย์มากกว่าสิบลำสามารถผ่านได้ ภายใต้ข้อตกลงหยุดยิง 10 วัน ที่สหรัฐฯ เป็นคนกลาง ระหว่างอิสราเอลและเลบานอน
กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) แถลงว่า การปิดล้อมท่าเรือของสหรัฐฯ ถือเป็น “การละเมิดและการปล้นสะดมทางทะเล”
โดยย้ำว่า ช่องแคบฮอร์มุซจะอยู่ภายใต้ “การควบคุมอย่างเข้มงวดของกองกำลังติดอาวุธ” และจะยังคงสถานะนี้ต่อไป จนกว่าสหรัฐฯ จะฟื้นเสรีภาพในการเดินเรือสำหรับเรือของอิหร่านอย่างเต็มรูปแบบ
แม้จะมีเรือบรรทุกน้ำมันและก๊าซอย่างน้อย 8 ลำสามารถผ่านช่องแคบได้ภายในช่วงเช้าวันเดียวกัน แต่ก็มีเรืออีกจำนวนใกล้เคียงกันที่เลือกหันกลับ หลังเริ่มออกจากอ่าว
สถานการณ์ที่ไปๆ มาๆ นี้ สะท้อนความไม่แน่นอนอย่างหนักในเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ แสดงความเชื่อมั่นก่อนหน้านี้ว่า ข้อตกลงยุติสงครามใกล้จะเกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม เขาเตือนว่าการโจมตีของสหรัฐฯ อาจกลับมาอีก หากอิหร่านไม่ยอมรับข้อตกลง โดยเฉพาะประเด็นโครงการนิวเคลียร์
“บางทีผมอาจจะไม่ขยายเวลาหยุดยิง… แล้วเราก็จะต้องกลับไปทิ้งระเบิดอีก”
คำกล่าวนี้ยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อสถานการณ์ที่เปราะบางอยู่แล้ว
ฝั่ง อิหร่าน ระบุว่า ยังไม่มีการกำหนดวันเจรจารอบใหม่ และกล่าวหาสหรัฐฯ ว่า “ทรยศต่อกระบวนการทางการทูต”
ขณะที่ นักวิเคราะห์ด้านการเดินเรือ ชี้ว่า ความไม่ชัดเจนจากทุกฝ่ายทำให้เรือจำนวนมากไม่กล้าเสี่ยงผ่านช่องแคบ
ผู้สื่อข่าวในกรุงเตหะราน ระบุว่า สถานการณ์ตอนนี้เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
อิหร่านต้องการข้อตกลงที่ครอบคลุมหลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็นการยุติสงครามในภูมิภาค การรับประกันความมั่นคง การยกเลิกคว่ำบาตร การปลดล็อกทรัพย์สินที่ถูกอายัด และประเด็นนิวเคลียร์ ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้โอกาสในการบรรลุข้อตกลงในระยะสั้นยังไม่ชัดเจน
อ้างอิง : www.aljazeera.com