โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ประมงตราด หนุนยกเลิก MOU 44 ชี้ไทยได้ประโยชน์ แนะเปิดด่านฟื้นค้าชายแดน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

ประมงตราด หนุนยกเลิก MOU 44 ชี้ไทยได้ประโยชน์ แนะเปิดด่านฟื้นค้าชายแดน

เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคมนายณรงค์ ชัยศิริ นายกสมาคมการประมงจังหวัดตราด เปิดเผยว่า การยกเลิก MOU 44 นั้นมีผลได้ผลเสียด้วยกันทั้งสองประเทศ ผลดีก็คือ การที่ทั้งสองประเทศได้เข้ามาเจรจากันด้วยเหตุผล และเป็นกฏหมายสากลที่แต่ละประเทศยอมรับหรือที่เรียกว่า อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS 1982) ซี่งทั้งสองประเทศต่างเป็นสมาชิกอยู่ ดังนั้นน่าจะทำให้มีการเจรจาที่ได้ทั้งประโยชน์สองประเทศ แต่อย่าลืมว่าการไม่มี MOU 44 และหันมาใช้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS 1982)ไทยก็มีส่วนที่เสียเปรียบอยู่เช่นกัน เพราะการขีดเส้นของไทยก็ต้องนำไปเจรจาใน UNCLOS 1982 ซึ่งอาจจะต้องถูกลดพื้นที่ก็ได้ อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งยังมีอยู่ เพราะการยกขึ้นไปเจรจาใน UNCLOS 1982ทั้งสองประเทศต้องรักษาประโยชน์ของประเทศตัวเองเป็นหลัก ซึ่งใครจะยอมเสียเปรียบโดยเฉพาะหากในพื้นที่มีทรัพยากรทางทะเลมหาศาลทั้งพลังงานหรือทรัพยากรสัตว์น้ำที่มีอยู่ในพื้นที่

“สิ่งที่ประมงไทยได้ประโยชน์มากก็คือ พื้นที่ทางทะเลใต้เกาะกูด เพราะหากมีการวัดจากชายฝั่งแล้ว จะทำให้พื้นทางทะเลในเกาะกูดมีมากขึ้นไม่ใช่เส้นทางกัมพูชาลากเล้นมาพาดเกาะกูด ซึ่งชาวประมงไทยทราบดีว่าพื้นที่ใต้บริเวณเกาะกูดมีสัตว์น้ำจำนวนมาก และจะมีเรือประมงไทยทั้งในภาคใต้ ภาคตะวันออก รวมทั้งเรือประมงของจังหวัดตราดเข้ามาทำประมงในพื้นที่นี้กว่าร้อยลำ ทั้งเรือดำ เรือลากคู่ และแต่ละปีมีมูลค่าใกล้พันล้านบาท/ปี ส่วนแหล่งพลังงานนั้นผมไม่ทราบว่ามีมากน้อยแค่ไหน ซึ่งประเด็นนี้กัมพูชาก็ทราบ แต่ความสามารถของเรือประมงกัมพูชาสู้ไทยไม่ได้ จึงไม่สามารถเคลื่อนไหวต่อต้าน รวมทั้งศักยภาพทางทหารเรือของกัมพูชาสู้ไทยไม่ได้ จึงไม่กล้าที่จะมาต่อต้านฝ่ายไทย” นายณรงค์ กล่าว

ด้าน นายปิยะวุฒิ ประสิทธิเวช เจ้าของท่าเรือส.กฤตวัณ ต.หาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ซึ่งเป็นท่าเรือขนส่งสินค้ารายใหญ่และปัจจุบันปรับเป็นท่าเรือประมงชั่วคราว เปิดเผยว่า นับเป็นเรื่องที่ดีที่รัฐบาลยกเลิก MOU 44 ไป เพราะเปรียบเทียบแล้ว MOU 44 ก็เป็นเสมือนข้อตกลงระหว่าง 2 ฝ่าย (ประเทศ)ที่ไม่ได้เป็นข้อผูกพันเป็นทางการ จะยกเลิกหรือไม่ยกเลิกก็เป็นสิทธิ เหมือนรถยนต์ชนกันทั้งสองฝ่ายเจรจากัน ได้ข้อสรุปใครผิดใครถูก แล้วต่างคนต่างไปไม่ต้องหาคนกลางมาเจรจา ซึ่งง่ายแต่หากตกลงไม่ได้ก็ต้องให้ตำรวจมาเป็นคนกลางคนไหนผิดก็ต้องรับผิดชอบในความเสียหาย ถูกปรับ ถูกจับดำเนินคดีไป ซึ่งก็เหมือนยกเลิก MOU-44 แล้วไปในอนุสัญญาทางทะเล หรือ UNCLOS 1982 ก็ต้องเจรจาและต้องยึดตามกติกาสากล หรือกฏหมายสากล ซึ่งจะมีผลดีและผลเสีย ซึ่งมองว่า ฝ่ายไทยจะได้เปรียบมากกว่า เพราะการขีดเส้นของกัมพูชาเป็นการขีดเส้นตามอำเภอใจ และไม่สนใจความถูกต้องหรือชอบธรรม เหมือนเส้นที่ไทยขีดได้ยึดหลักสากลมากกว่า ซี่งนี่คือมสิ่งที่ได้เปรียบของไทย แต่ฝั่งกัมพูชาเสียเปรียบจึงไม่อยากจะยกเลิก การมาเจรจากันในกติกาสากลตาม UNCLOS 1982 จึงเป็นธรรมกับทั้งสองประเทศ

“ผมยังอยากให้ทั้งสองประเทศเข้ามาเจรจากันโดยเร็วทั้งในระดับ JBC หรือ ในระดับพื้นที่ เพื่อยุติข้อขัดแย้งในพื้นที่ชายแดนโดยเร็ว เพราะปัจจุบันนี้คนตราดและคนจันทบุรีต้องการจะเปิดการค้าขายตามชายแดน เพราะที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากมาตรการขอบฝ่ายความมั่นคงที่ปิดชายแดนไทยกัมพูชาทางบกทั้งหมด แต่ทางน้ำยังปล่อยให้เกิดการขนส่งสินค้าไปยังกัมพูชาต่อเนื่อง เช่นที่จ.ระยอง แต่ในพื้นที่จังหวัดตราดและจันทบุรี ทำไมต้องมาเสียสละ ซึ่งมันเหมาะสมหรือไม่ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ มักจะกลายเป็นประเด็นอ่อนไหว พอพูดออกไปก็ทัวร์ลงเต็มหน้าบ้าน มันสมควรที่จะทบทวนหรือไม่ เพราะวันนี้ การลักลอบค้าชายแดนไปกัมพูชามีการลักลอบจำนวนมาก จึงควรจะเปิดชายแดนให้คนชายแดนได้ไปมาหาสู่กันและค้าขายร่วมกัน”นายปิยะวุฒิ กล่าว

ด้าน นายธิติเดช ทองภัทร รองประธานบริษัท เกาะกงอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า ไม่ได้มีความรู้ในเรื่อง MOU 44 มากนัก แต่สิ่งที่เป็นผลดีก็คือ จะส่งผลดีต่อสถานการณ์ชายแดนที่ดีมากขึ้น เพราะวันนี้คนชายแดนไปไหนไม่ได้ และค้าขาย ทำกินไม่ได้ ซึ่งไม่ใช่เฉพาะคนหาดเล็กเท่านั้น แต่คนกัมพูชาก็ยังต้องทำมาหากินร่วมกัน เขาบ้างเราบ้าง ต่างคนต่างต้องการรายได้ทั้งนั้น ซึ่งในอนาคตน่าจะเปิดชายแดนได้ แต่การเปิดก็จะเริ่มจากจังหวัดในภาคอีสาน และมาถึงจันทบุรี-ตราด แต่มันต้องมีการเจรจากันใน JBC เพื่อหาข้อสรุปจะเอาอย่างไร แต่ใครจะได้ ใครจะเสีย แต่การจะเจรจากันมันจะดีด้วยกันทั้งสองฝ่าย เพราะการเจรจาใน UNCLOS 1982 ก็น่าจะดี เพราะมีตัวกลาง และมีกติกาสากลที่ทั้งสองประเทศเป็นสมาชิกอยู่ การยุติข้อปัญกาน่าจะดีขึ้น ซึ่งเมื่อหารือกันแล้ว สถานการณ์ชายแดนก็จะดีขึ้น และอาจจะนำไปสู่การเปิดจุดผ่านแดนถาวรในอนาคต

ขณะ นาวาเอกปรัญชา โพธิย้อย ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด เปิดเผยว่า การยกเลิก MOU 44 ทั้งก่อนและหลังสถานการณ์ชายแดนในพื้นที่ทางบกจังหวัดตราดไม่ได้ความตึงเครียดใดๆ ซึ่งผู้บังคับบัญชายังกำชับให้แต่ละหน่วยดูแลพื้นที่ชายแดนต่อเนื่อง แม้บางจุดจะมีการยั่วยุบ้าง แต่ไม่ได้ส่งผลต่อความตึงเครียดใดๆ ส่วนเรื่องการเจรจาหารือกันในระดับ JBC นั้น น่าจะมีใตอนาคตเพื่อหารือตามกำหนดเวลาที่มีอยู่แล้ว ส่วนจะมีการเจรจาเรื่องใดนั้น ต้องแล้วแต่คณะกรรมการชายแดนทั้งสองฝ่ายที่จะกำหนด ส่วนเรื่องการลักลอบค้าขายตามแนวชายแดนจ.ตราดไปยังกัมพูชาก็รับทราบจากหน่วยทหารในพื้นที่อยู่แล้ว และได้กำชับว่าอย่าให้มีการกระทำผิดในพื้นที่รับผิดชอบ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ประมงตราด หนุนยกเลิก MOU 44 ชี้ไทยได้ประโยชน์ แนะเปิดด่านฟื้นค้าชายแดน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...