โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

Maersk ชี้ “สงครามอิหร่าน” กระทบหนักครึ่งปีหลัง เตรียมส่งต่อต้นทุนให้ลูกค้า

การเงินธนาคาร

อัพเดต 07 พ.ค. เวลา 16.10 น. • เผยแพร่ 07 พ.ค. เวลา 09.06 น.

Maersk บริษัทเดินเรือและโลจิสติกส์รายใหญ่ของโลก เตือนผลกระทบจากสงครามอิหร่านอาจรุนแรงขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี เตรียมส่งต่อต้นทุนให้ลูกค้า

วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 เวลา 16.36 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า บริษัทขนส่งและโลจิสติกส์ยักษ์ใหญ่ของโลก Maersk เตือนว่า สงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ได้กลายเป็นสัญญาณเตือนครั้งใหม่ต่อการค้าโลก พร้อมชี้ว่าผลกระทบอาจรุนแรงขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า จากต้นทุนพลังงานและการขนส่งที่พุ่งสูงขึ้นอย่างหนัก

วินเซนต์ เคลิร์ก ซีอีโอของ Maersk ให้สัมภาษณ์กับ CNBC หลังบริษัทประกาศผลประกอบการไตรมาสแรกว่า อุตสาหกรรมขนส่งทางเรือเป็นธุรกิจที่ใช้พลังงานเข้มข้น ทำให้บริษัทต้องเผชิญต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล และสุดท้ายจำเป็นต้องผลักภาระดังกล่าวไปยังลูกค้า

เขาระบุว่า หากราคาน้ำมันยังเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล บริษัทจะมีต้นทุนเพิ่มขึ้นราว 500 ล้านดอลลาร์ต่อเดือน ซึ่งถือเป็นภาระที่ไม่สามารถแบกรับไว้เองได้ทั้งหมด

“เราพยายามลดต้นทุนให้มากที่สุดแล้ว แต่ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นครั้งนี้สูงมากจนจำเป็นต้องส่งต่อไปยังลูกค้า” เคลิร์กกล่าว พร้อมเตือนว่าแรงกดดันดังกล่าวจะส่งผลชัดเจนต่อผลประกอบการในไตรมาส 2 และ 3 ของปีนี้

โดยราคาน้ำมันโลกปรับตัวสูงขึ้นหลังสงครามในตะวันออกกลางทวีความรุนแรง ขณะที่ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการปิดช่องแคบฮอร์มุซยังคงกดดันตลาดพลังงานและเพิ่มความกังวลว่าเงินเฟ้อในหลายประเทศอาจเร่งตัวขึ้นอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวลดลง 2.2% ในวันพฤหัสบดี มาอยู่ที่ 93.01 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังตลาดมีความหวังว่า สหรัฐและอิหร่านอาจใกล้บรรลุข้อตกลงสันติภาพ

ซีอีโอ Maersk ยังตั้งคำถามว่า เมื่อภาระต้นทุนเหล่านี้ถูกส่งต่อไปยังผู้บริโภคปลายทาง จะเกิดการทำลายอุปสงค์ หรือ demand destruction หรือไม่ และอาจส่งผลให้ความต้องการบริโภคอ่อนแอลงในช่วงครึ่งหลังของปี พร้อมระบุว่า หากความต้องการผู้บริโภคลดลง ก็อาจส่งผลสะเทือนไปตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทานโลก และเปลี่ยนรูปแบบผลกระทบของวิกฤตครั้งนี้ต่ออุตสาหกรรมขนส่งและเศรษฐกิจโลกอย่างมีนัยสำคัญ

Maersk ซึ่งถูกมองว่าเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญของการค้าโลก รายงานกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) พื้นฐาน อยู่ที่ 1.75 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสแรก ลดลง 35% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ยังใกล้เคียงกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้

ขณะที่รายได้รวมลดลง 2.6% เหลือ 13,000 ล้านดอลลาร์ แม้ยังสูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 12,500 ล้านดอลลาร์ โดยบริษัทระบุว่า ธุรกิจขนส่งทางทะเล (Ocean division) ถูกกดดันจากค่าระวางเรือที่ลดลงและต้นทุนที่สูงขึ้น

ก่อนหน้านี้ ราวหนึ่งสัปดาห์หลังสงครามอิหร่านปะทุ Maersk ได้ระงับเส้นทางเดินเรือสำคัญ 2 เส้นทางที่เชื่อมตะวันออกกลางกับเอเชียและยุโรป เพื่อความปลอดภัยของลูกเรือและเรือสินค้า แม้สถานการณ์ตึงเครียด บริษัทก็ยังคงประมาณการทั้งปีไว้ตามเดิม โดยคาดว่า EBITDA พื้นฐานในปี 2569 จะเติบโต 4.5%-7%

อย่างไรก็ตาม บริษัทเตือนว่า อุตสาหกรรมยังเผชิญปัญหาเรือใหม่เข้าสู่ตลาดมากเกินไป รวมถึงความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการกลับมาเปิดเส้นทางเดินเรือในทะเลแดงและช่องแคบฮอร์มุซ

Maersk ระบุในรายงานผลประกอบการว่าภูมิรัฐศาสตร์กลายเป็นปัจจัยหลักที่กำหนดแนวโน้มเศรษฐกิจมหภาค รวมถึงสภาพแวดล้อมด้านการค้าและโลจิสติกส์ พร้อมมองว่าสงครามอิหร่านได้เพิ่มชั้นของความไม่แน่นอนให้กับเศรษฐกิจโลก

นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญของโลก แทบจะอยู่ในภาวะปิดใช้งาน

บริษัทระบุว่า แม้ปัจจุบันจะมีการหยุดยิงที่เปราะบางทั้งในอิหร่านและเลบานอน และการเจรจายังดำเนินอย่างช้า ๆ แต่การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงอยู่ในระดับเกือบหยุดนิ่ง ซึ่งเริ่มกระทบต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภคแล้ว

Maersk ประเมินว่า หากราคาน้ำมันยังอยู่ในกรอบ 90-100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และความขัดแย้งยุติลงในระยะใกล้ ความต้องการตู้คอนเทนเนอร์ทั่วโลกยังอาจเติบโตได้ 2%-4% ในปี 2569

แต่บริษัทเตือนว่า ความเสี่ยงยังเอียงไปทางด้านลบ และไม่สามารถตัดความเป็นไปได้ของสถานการณ์ที่เลวร้ายกว่านี้ออกไปได้

“การหยุดชะงักด้านพลังงานและการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซกำลังเปลี่ยนแปลงห่วงโซ่อุปทานโลกอย่างรวดเร็ว” Maersk ระบุ พร้อมชี้ว่า หลังมาตรการภาษีนำเข้าสหรัฐล่าสุด วิกฤตครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งสัญญาณเตือน ให้ภาคธุรกิจทั่วโลกเร่งสร้างห่วงโซ่อุปทานที่ยืดหยุ่นมากขึ้น และพัฒนากลยุทธ์รับมือความปั่นป่วนในอนาคต

อ้างอิง : cnbc.com

เกาะติดสถานการณ์ สหรัฐฯ–อิสราเอล เปิดฉากโจมตีอิหร่าน เร่งสถานการณ์ตึงเครียดทั่วตะวันออกกลาง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...