รวบสาวนักตุ๋น คาร้านอาหารป่าย่านหนองแขม อ้างไถ่ที่ดินมรดก 17 ไร่ หลอกเหยื่อโอนรัว 64 ครั้ง สูญเกือบครึ่งล้าน
เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) จับกุมหญิงวัย 43 ปี ตามหมายจับคดีฉ้อโกง หลังหลอกผู้เสียหายร่วมลงทุนไถ่ถอนที่ดินในพื้นที่ จ.นครราชสีมา อ้างนำไปขายต่อให้ชาวต่างชาติ สุดท้ายสูญเงินรวมกว่า 4.2 แสนบาท ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และ พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผู้บังคับการปฏิบัติการพิเศษ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปพ. นำโดย พ.ต.ท.จตุพร ติกแก้ว สว.กก.1 บก.ปพ. ร่วมกันติดตามจับกุม น.ส.แก้วตา (นามสมมติ) อายุ 43 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดจันทบุรี ในความผิดฐาน ฉ้อโกง โดยสามารถจับกุมตัวได้บริเวณแขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร
สืบเนื่องจากผู้เสียหายรายหนึ่งเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน หลังถูกผู้ต้องหาหลอกชักชวนให้ร่วมลงทุนไถ่ถอนที่ดินในพื้นที่ ต.จักราช อ.จักราช จ.นครราชสีมา ซึ่งผู้ต้องหาอ้างว่าเป็นที่ดินของครอบครัว เนื้อที่รวม 17 ไร่ ที่ติดจำนองกับธนาคารและสหกรณ์ โดยระบุว่าหากสามารถไถ่ถอนที่ดินได้แล้ว จะนำไปขายต่อและแบ่งผลกำไรให้กับผู้เสียหาย
เหตุการณ์เริ่มต้นเมื่อช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2566 ภายหลังทั้งสองฝ่ายรู้จักกันมาประมาณ 8 เดือน โดยผู้ต้องหาอ้างว่าต้องใช้เงินสำหรับดำเนินการไถ่ถอนที่ดินและค่าใช้จ่ายต่างๆ ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อและทยอยโอนเงินสนับสนุนหลายครั้ง รวมทั้งหมด 64 ครั้ง เป็นเงิน 420,750 บาท ผ่านบัญชีธนาคารกสิกรไทยชื่อของผู้ต้องหา ส่วนใหญ่เป็นการโอนผ่านร้านสะดวกซื้อ
ต่อมาในช่วงปลายเดือนกันยายน 2566 ผู้ต้องหาแจ้งว่า สามารถไถ่ถอนที่ดินได้แล้ว และอยู่ระหว่างรอรับเช็คจากผู้ซื้อที่ดินซึ่งเป็นชาวต่างชาติ โดยอ้างว่าจะสามารถนำเช็คไปขึ้นเงินได้ในวันที่ 2 ตุลาคม 2566 แต่เมื่อถึงกำหนดกลับไม่สามารถดำเนินการได้ พร้อมอ้างเหตุขัดข้องต่างๆ และเลื่อนกำหนดออกไปเป็นวันที่ 25 ตุลาคม 2566 ก่อนจะผิดนัดอีกครั้ง อีกทั้งยังปฏิเสธการแสดงหลักฐานและขอเงินเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง จนผู้เสียหายเริ่มเชื่อว่าถูกหลอกลวง จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความดำเนินคดี
ความคืบหน้าทางคดี เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2567 พนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องขอศาลจังหวัดจันทบุรีออกหมายจับผู้ต้องหา แต่ศาลมีคำสั่งยกคำร้อง เนื่องจากเห็นว่าพยานหลักฐานในขณะนั้นยังไม่เพียงพอจะชี้ชัดว่าเป็นการหลอกลวง ก่อนที่ต่อมาพนักงานสอบสวนจะมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องคดี
อย่างไรก็ตาม ภายหลังพนักงานอัยการพิจารณาสำนวนแล้วมีความเห็นแย้ง พร้อมมีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหาในข้อหาฉ้อโกง และให้ติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยพนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกไปยังภูมิลำเนาของผู้ต้องหา แต่ไม่สามารถติดต่อได้ เนื่องจากไม่ได้อาศัยอยู่ตามที่อยู่ดังกล่าวมานานแล้ว จึงเชื่อว่าหลบหนี
กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กก.1 บก.ปพ. สืบสวนติดตามอย่างต่อเนื่อง จนทราบว่าผู้ต้องหาหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร จึงเข้าจับกุมตัวได้สำเร็จ ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมาย
ทั้งนี้จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยยอมรับว่าได้หลอกให้ผู้เสียหายร่วมลงทุนและโอนเงินให้หลายครั้งจริง แต่ไม่ได้นำเงินไปลงทุนตามที่กล่าวอ้างไว้แต่อย่างใด
ผู้สื่อข่าวนครบาล ทีมข่าวสยามนิวส์ รายงาน
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ทลายรัง คอลเซ็นเตอร์กิมจิ คาคอนโดหรูพัทยา! เปิดสูตรโกงล้ำ หลอกคืนเงินลอตเตอรี่ ก่อนแอบกู้เงินสวมรอยเหยื่อ
- คอมมานโดบุกรวบ คาหมอชิต! บัญชีม้าแก๊งหลอกซ้ำซ้อน อ้างเป็นตำรวจไซเบอร์ ตุ๋นเหยื่อโอนเงินแก้แค้น
- ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ล่า! บริษัทตุ๋นลวงโลก ขายฝันทำงานต่างแดน สุดช้ำบางรายติดหนี้เพื่อตามฝัน ผู้เสียหายกว่า 100 ราย สูญเงินเกือบ 20 ล้านบาท