โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“GCAP GOLD” ชี้สัญญาณอันตราย จ่อเปิดฉาก Stagflation ระยะแรก แนะดักเก็บทองคำโซน 4,400 $

The Better

อัพเดต 07 พ.ค. เวลา 04.20 น. • เผยแพร่ 07 พ.ค. เวลา 04.10 น. • THE BETTER
“GCAP GOLD” เตือนสัญญาณอันตราย จ่อเปิดฉาก Stagflation ระยะแรก ปูทางทองคำสู่สินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงหลัก แนะดักเก็บโซน 4,400 ดอลลาร์

นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยว่า ภาวะตลาด ในปัจจุบันเริ่มแสดงสัญญาณที่น่ากังวล โดยเฉพาะสินทรัพย์หลักอย่างหุ้นและพันธบัตรปรับตัวลดลงพร้อมกัน ซึ่งในเชิงประวัติศาสตร์ถือเป็น จุดเริ่มต้นของวัฏจักรเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ขณะที่อัตราเงินเฟ้อยังคงทรงตัวในระดับสูง ส่งผลให้โครงสร้างเศรษฐกิจโลกกำลังเปลี่ยนผ่านและเริ่มสะท้อนสัญญาณ Stagflation ระยะแรกอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งถือเป็นจุดตั้งต้นของวัฏจักรที่เอื้อต่อการกลับมาของทองคำในระยะถัดไป

ขณะเดียวกัน อีกปัจจัยสำคัญที่ตลาดกำลังให้น้ำหนัก คือแรงกดดันด้านพลังงาน โดยเฉพาะความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางและบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาน้ำมันและเงินเฟ้อทั่วโลก เมื่อปัจจัยเงินเฟ้อมีแนวโน้มยืดเยื้อ ทำให้ธนาคารกลางหลักโดยเฉพาะสหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงนานขึ้น ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งกลายเป็นแรงกดดันราคาทองคำในระยะสั้น

อย่างไรก็ตามในเชิงโครงสร้างของวัฏจักร Stagflation ทองคำมักไม่ได้ปรับตัวขึ้นทันทีในช่วงเริ่มต้น เนื่องจากต้องเผชิญกับแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนที่แท้จริง (Real Yield) ที่สูงขึ้น แต่เมื่อเศรษฐกิจเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวอย่างชัดเจน และเงินเฟ้อไม่ลดลงตามเป้าหมาย ทำให้ปัจจัยดังกล่าวเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะส่งผลให้ทองคำกลับมาโดดเด่นในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงเชิงระบบ โดยเฉพาะในภาวะที่นโยบายการเงินมีข้อจำกัดในการกระตุ้นเศรษฐกิจ

“ระยะสั้นราคาทองคำยังคงมีความผันผวนและอาจเคลื่อนไหวในลักษณะย่อแล้วซื้อมากกว่าการปรับขึ้นแบบต่อเนื่อง โดยมีดอลลาร์และ Bond Yield เป็นปัจจัยจำกัด Upside แต่ในระยะกลางถึงยาวโครงสร้าง Stagflation จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้ทองคำกลับเข้าสู่รอบขาขึ้นอีกครั้ง โดยเฉพาะหากเกิดภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวพร้อมเงินเฟ้อฝังลึก ซึ่งจะเร่งให้เงินเกิดการไหลเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างมีนัยสำคัญ”

ฝ่ายวิเคราะห์ ระบุว่า นักลงทุนที่ต้องการสะสมทองคำในพอร์ตระยะกลางถึงระยะยาว ควรรอจังหวะที่ราคาปรับฐานลงใกล้บริเวณ $4,400 ซึ่งคิดเป็นราคาทองคำไทยประมาณ 68,500–68,200 บาท แล้วทยอยแบ่งไม้เข้าสะสม เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นฐานแรงซื้อสำคัญของตลาด ที่เคยรองรับการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในช่วงปลายปี 2568 จึงมองว่าเป็นโซนที่มีความสำคัญต่อโครงสร้างระยะยาว และเหมาะสำหรับการเริ่มเข้าซื้อสะสมเพื่อลงทุน

ขณะที่พอร์ตระยะสั้น แนะนำให้นักลงทุนเน้นเทรดตามรอบการแกว่งตัวของราคา โดยใช้กลยุทธ์“ย่อแล้วซื้อ” เป็นหลัก กล่าวคือ รอเข้าซื้อเมื่อราคาปรับตัวลงใกล้แนวรับสำคัญ และทยอยขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้น พร้อมกำหนดจุดตัดขาดทุนอย่างชัดเจน เพื่อควบคุมความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดในระยะสั้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...