“จีน” สั่งแบงก์ใหญ่ระงับปล่อยกู้โรงกลั่นน้ำมันที่ถูกสหรัฐคว่ำบาตร ปมซื้อน้ำมันอิหร่าน
"จีน" สั่งแบงก์ใหญ่ระงับปล่อยกู้โรงกลั่นน้ำมันที่ถูกสหรัฐคว่ำบาตร ปมซื้อน้ำมันอิหร่าน ก่อนการพบกันของโดนัลด์ ทรัมป์ และสี จิ้นผิง ช่วงกลางเดือนนี้
วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 เวลา 07.40 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า หน่วยงานกำกับดูแลการเงินของจีนได้แนะนำให้ธนาคารขนาดใหญ่ของประเทศระงับการปล่อยสินเชื่อใหม่แก่โรงกลั่นน้ำมัน 5 แห่งที่เพิ่งถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตรจากความเกี่ยวข้องกับน้ำมันอิหร่านเป็นการชั่วคราว ตามข้อมูลจากแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้อง
แหล่งข่าวระบุว่า สำนักงานบริหารกำกับดูแลการเงินแห่งชาติของจีน (NFRA) ได้ขอให้ธนาคารต่าง ๆ ทบทวนความเสี่ยงและความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัทที่ถูกคว่ำบาตร ซึ่งรวมถึง Hengli Petrochemical (Dalian) Refinery Co. หนึ่งในโรงกลั่นเอกชนรายใหญ่ที่สุดของจีน ระหว่างรอแนวทางเพิ่มเติมจากทางการ
ในระยะนี้ ธนาคารได้รับคำแนะนำไม่ให้ปล่อยสินเชื่อใหม่สกุลเงินหยวนแก่บริษัทเหล่านี้ แต่ยังไม่ให้เรียกคืนเงินกู้เดิมที่ปล่อยไปแล้ว
คำสั่งด้วยวาจาดังกล่าวมีขึ้นก่อนจีนเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาววันที่ 1 พฤษภาคม และถือเป็นท่าทีที่สวนทางกับประกาศของกระทรวงพาณิชย์จีนเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม ซึ่งสั่งให้บริษัทจีนเพิกเฉยต่อมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ โดยถือเป็นครั้งแรกที่จีนใช้มาตรการป้องกันทางกฎหมายซึ่งออกมาตั้งแต่ปี 2564 เพื่อคุ้มครองบริษัทจีนจากกฎหมายต่างชาติที่จีนมองว่า “ไม่เป็นธรรม”
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนสถานการณ์ที่รัฐบาลจีนต้องเดินเกมอย่างระมัดระวัง ระหว่างการแสดงจุดยืนแข็งกร้าวต่อรัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์ กับการพยายามปกป้องธนาคารรัฐขนาดใหญ่ของตนจากความเสี่ยงที่จะถูกสหรัฐ ใช้มาตรการคว่ำบาตรรอง (secondary sanctions)
ความตึงเครียดระหว่างสองมหาอำนาจยิ่งเพิ่มสูงขึ้น ก่อนการพบกันระหว่างทรัมป์และ Xi Jinping ที่กรุงปักกิ่งในวันที่ 14-15 พฤษภาคมนี้
ที่ผ่านมา สหรัฐฯ เพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่านอย่างต่อเนื่อง โดยพยายามตัดเส้นทางส่งออกน้ำมัน ซึ่งถือเป็นแหล่งรายได้สำคัญของรัฐบาลเตหะราน ล่าสุดเมื่อปลายเดือนเมษายน สำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างชาติของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ (OFAC) ได้ขึ้นบัญชีดำ Hengli ซึ่งถือเป็นผู้เล่นรายสำคัญในอุตสาหกรรมกลั่นน้ำมันของจีน
สหรัฐยังเตือนธนาคารต่าง ๆ ว่าอาจเสี่ยงถูกคว่ำบาตรรอง หากให้การสนับสนุนโรงกลั่นเอกชนจีนที่ซื้อน้ำมันจากอิหร่าน
ด้าน Scott Bessent รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เปิดเผยว่า สหรัฐฯ ได้ส่งหนังสือเตือนไปยังธนาคารจีน 2 แห่ง เพื่อแจ้งความเสี่ยงจากมาตรการคว่ำบาตรรอง หากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกรรมที่เชื่อมโยงกับอิหร่าน แม้ไม่ได้เปิดเผยชื่อธนาคารดังกล่าว
ข้อมูลจากบลูมเบิร์ก ระบุว่าธนาคารยักษ์ใหญ่ของจีนทั้ง 4 แห่ง ได้แก่ Industrial & Commercial Bank of China Ltd., Agricultural Bank of China Ltd., China Construction Bank Corp. และ Bank of China Ltd. เคยปล่อยกู้ให้ Hengli ล่าสุดในปี 2561
แม้จีนมักออกมาวิพากษ์วิจารณ์มาตรการคว่ำบาตรฝ่ายเดียวของสหรัฐ แต่ในหลายกรณีที่ผ่านมา จีนก็ปล่อยให้บริษัทขนาดใหญ่ของตนปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าวอย่างเงียบ ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ
โดยเฉพาะธนาคารรัฐขนาดใหญ่ของจีน ซึ่งมีประวัติยอมปฏิบัติตามมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐต่ออิหร่าน เกาหลีเหนือ และแม้แต่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของฮ่องกง เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะสูญเสียการเข้าถึงระบบชำระเงินดอลลาร์สหรัฐ
ในอดีต รัฐบาลจีนเคยพยายามลดความเสี่ยงให้ธนาคารขนาดใหญ่ของประเทศ ด้วยการใช้ Bank of Kunlun Co. ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ China National Petroleum Corp. เป็นช่องทางดำเนินธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน โดยปัจจุบันธนาคารดังกล่าวก็อยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐเช่นกัน
อ้างอิง : www.bloomberg.com