‘กรมควบคุมโรค’ ยัน! ยังไม่พบ "ไวรัสฮันตา" ในไทย ทำความรู้จักเรียนรู้เฝ้าระวังเชิงรุก
วันที่ 10 พ.ค. 2569 กลายเป็นประเด็นที่คนทั่วโลกกำลังหวาดวิตก หลังองค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานการตรวจพบเชื้อ “ไวรัสฮันตา” (Hantavirus) บนเรือสำราญ MV Hondius ขณะเดินทางจากอาร์เจนตินามุ่งหน้าสู่ทวีปแอฟริกา ซึ่งมีรายงานผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 3 ราย ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการสอบสวนโรคอย่างละเอียดว่าเชื้อดังกล่าวมีต้นตอมาจากที่ใด
ทางด้านนายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า แม้ขณะนี้ประเทศไทยยังไม่พบรายงานผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสฮันตา แต่กรมควบคุมโรคได้สั่งการให้ทุกด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ เพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวัง คัดกรอง และติดตามผู้เดินทางจากต่างประเทศ โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง รวมถึงยกระดับมาตรการเฝ้าระวังในกลุ่มเรือสำราญและยานพาหนะระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด
กรมควบคุมโรคได้เน้นย้ำมาตรการสำคัญ ได้แก่ การประเมินความเสี่ยงของช่องทางเข้าออกประเทศ การตรวจสอบข้อมูลสุขภาพของผู้โดยสารและลูกเรืออย่างละเอียดก่อนอนุญาตเข้าเทียบท่า รวมถึงการติดตามรายงานผู้ป่วยสงสัยโรคติดเชื้อบนเรืออย่างเข้มงวด โดยเฉพาะเรือสำราญทุกลำต้องได้รับการตรวจประเมินอย่างละเอียด นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้ดำเนินมาตรการสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมและกำจัดพาหะนำโรคบนเรือทุกครั้งที่เข้าเทียบท่า
โดยเฉพาะเรือที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง คัดกรองอาการป่วยและซักประวัติเสี่ยงในผู้เดินทางจากประเทศที่พบเชื้อสายพันธุ์นี้ เช่น ทวีปอเมริกาใต้ โดยละเอียด พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมด้านอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ให้เพียงพอสำหรับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน
นายแพทย์มณเฑียร กล่าวเพิ่มเติมว่า โรคติดเชื้อไวรัสฮันตาเป็นโรคที่ติดต่อจากสัตว์ฟันแทะสู่คนผ่านการสัมผัสปัสสาวะ มูล หรือสารคัดหลั่งของสัตว์ฟันแทะที่ปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม โดยทั่วไปไม่ได้แพร่ติดต่อได้ง่ายเหมือนโรคทางเดินหายใจทั่วไป ประชาชนจึงไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนก แต่ขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ กรมควบคุมโรคยืนยันว่า ประเทศไทยมีระบบเฝ้าระวังและตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขที่พร้อมดำเนินการทันที หากพบความเสี่ยงต่อประเทศไทย พร้อมขอความร่วมมือประชาชนที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ หากมีอาการไข้สูง ปวดเมื่อย หรือหอบเหนื่อยผิดปกติ หลังสัมผัสสัตว์ฟันแทะ หรือมีประวัติเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง ควรรีบไปพบแพทย์และแจ้งประวัติการเดินทางและประวัติสัมผัสสัตว์ เพื่อให้แพทย์สามารถวินิจฉัยและดูแลรักษาได้อย่างรวดเร็วและเหมาะสม หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422
- รู้จักไวรัสฮันตา
ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค และ BDMS Health Research Center เผยว่า ไวรัสฮันตา (Hanta virus) เป็นเชื้อไวรัสที่พบในสัตว์ฟันแทะ เช่น หนู โดยเชื้อไม่ได้ทำให้หนูป่วย แต่สามารถแพร่สู่คนได้ในบางกรณี โดยในคนอาจทำให้เกิดโรคได้หลายรูปแบบ เช่น กลุ่มอาการทางเดินหายใจ หรือโรคไข้เลือดออกที่ทำให้มีภาวะไตวาย ขึ้นอยู่กับชนิดของไวรัส
- อาการของโรค
อาการของโรคมักเริ่มคล้ายไข้ทั่วไปในช่วงแรก และอาจพัฒนาได้ในบางราย ได้แก่ มีไข้ หนาวสั่น ปวดกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ในบางกรณี (ซึ่งพบไม่บ่อย) อาจมีอาการรุนแรง เช่น ทำให้เกิดโรคไข้เลือดออกที่มีภาวะไตวายร่วมด้วย ซึ่งโรคที่เกิดมีอาการค่อนข้างรุนแรง พบมีรายงานการเกิดโรคติดเชื้อไวรัสฮันตา ลักษณะนี้ในประเทศเกาหลี ประเทศจีน และทางตะวันออกของประเทศรัสเซีย นอกจากนี้ ยังพบทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจที่รุนแรง อาการสำคัญไวรัสฮันตา ไข้และปอดบวมน้ำที่มีความรุนแรงที่แตกต่างกัน ซึ่งทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ในเวลาที่รวดเร็ว เชื้อไวรัสฮันตาที่ก่อให้เกิดความผิดปกติของระบบบทางเดินหายใจพบการระบาดทั่วไปในทวีปอเมริกาเหนือ
ไวรัสฮันตาไม่ได้แพร่จากคนสู่คนเป็นหลัก แต่จะติดต่อผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่งของสัตว์ฟันแทะประเภทหนู อาทิ ปัสสาวะ อุจจาระ น้ำลาย โดยคนอาจสัมผัสผ่านทางผิวหนังที่มีบาดแผล หรือสูดดมสารคัดหลั่งของหนูเข้าสู่ร่างกาย โดยการติดเชื้อส่วนใหญ่มักเกิดจากการสูดดมฝุ่นที่ปนเปื้อนเชื้อ เช่น การทำความสะอาดพื้นที่ที่มีหนูอาศัยอยู่ หรืออยู่ในพื้นที่อับที่ไม่ได้ใช้งานนาน
ข้อมูลปัจจุบันพบว่าโอกาสการติดจากคนสู่คนในลักษณะทั่วไปมีน้อยมาก แต่หากอยู่ในสภาพแวดล้อมที่แออัดและใกล้ชิดกันเป็นเวลานาน เช่น กรณีบนเรือสำราญ อาจมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น ซึ่งระบบเฝ้าระวังของไทยยังคงทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและพร้อมรับมือทันทีหากพบสัญญาณผิดปกติ