โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

PTT ชู 8 มาตรการ รับมือวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ

หุ้นวิชั่น

อัพเดต 7 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้น

หุ้นวิชั่น - นางสาวภัทรลดา สง่าแสง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน แจ้งตลาดหลักทรัพย์ว่า สืบเนื่องจากสถานการณ์ปิดช่องแคบฮอร์มุซและการโจมตีในภูมิภาคตะวันออกกลางที่เริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปรวมทั้งสินค้าอื่นๆ ทั่วทุกภูมิภาคในทั่วโลกนั้น

บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ("ปตท.") ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องทางพลังงานของประเทศ ให้ความสำคัญสูงสุดต่อการบริหารจัดการให้ประเทศได้เข้าถึงพลังงานได้อย่างเพียงพอและเป็นธรรม ปตท.จึงขอเรียนชี้แจงถึงมาตรการบริหารจัดการเพื่อลดผลกระทบต่อห่วงโซ่พลังงาน รวมทั้งการให้ความร่วมมือดำเนินการตามนโยบายของภาครัฐ มายังสาธารณชนเพื่อทราบข้อเท็จจริง ดังนี้

1. การบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Management: BCM) จากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางโดยเฉพาะอย่างยิ่งการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้การขนส่งพลังงานในเส้นทางดังกล่าวหยุดชะงัก ก่อให้เกิดความผันผวนของราคาพลังงานในตลาดโลกอย่างรุนแรง ทั้งนี้เพื่อให้การบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ การจัดการสถานการณ์ฉุกเฉิน การติดตามและประเมินผลกระทบ ตลอดจนการประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและต่างประเทศ รวมทั้งการจัดหาพลังงานให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ภายในประเทศอย่างมีประสิทธิภาพตลอด Supply chain ปตท. จึงได้จัดตั้งศูนย์ PTT Incident Command System : PTT ICS และจัดให้มีการประชุมบริหารจัดการภาวะฉุกเฉินทุกวันอย่างต่อเนื่องรวมทั้งหมดกว่า 37 ครั้ง จนถึงปัจจุบันและยังคงดำเนินการต่อไป จากสถานการณ์ที่ยังไม่คลี่คลาย

2. ระบบการจัดหาน้ำมันดิบ ปตท. บริหารจัดการและกระจายความเสี่ยงในการจัดหาน้ำมันดิบจากหลากหลายแหล่งทั่วโลกลดการพึ่งพาแหล่งตะวันออกกลางโดยมีการนำเข้าน้ำมันดิบจากแหล่งอื่นๆ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา กลุ่มประเทศแอฟริกาตะวันตก ลาตินอเมริกา และมาเลเซีย ผ่านโครงการ P1 และเครือข่ายของ PTT Trading ทดแทนน้ำมันดิบที่ไม่สามารถจัดหาได้ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งรวมถึงเรือที่ติดค้างอยู่ภายในช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อให้โรงกลั่นในกลุ่ม ปตท. สามารถดำเนินการผลิตได้เต็มกำลังและสามารถผลิตน้ำมันสำเร็จรูปทุกประเภทได้เพียงพอต่อความต้องการในประเทศ แม้ว่าค่าขนส่งค่าประกันภัย และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ปรับเพิ่มขึ้น รวมถึงการงดการส่งออกตามนโยบายของภาครัฐ โดยได้จัดหาและนำเข้าน้ำมันดิบให้กับโรงกลั่นในกลุ่ม ปตท. ในช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม 2569 กว่า 70 เที่ยวเรือ โดยจัดหามาจากตะวันออกกลางประมาณร้อยละ 30 และจากภูมิภาคอื่นๆ ร้อยละ 70 ซึ่งเรือมีระยะเวลาการเดินทางที่นานขึ้น จึงต้องจัดหาล่วงหน้าจาก 45-60 วัน เป็น 90 วัน ทั้งนี้เมื่อสถานการณ์คลี่คลายและช่องแคบกลับมาเปิด อาจเกิดภาวะอุปทานเกินความต้องการ ซึ่งอาจทำให้ต้องขายน้ำมันดิบส่วนเกินที่จัดหาเพิ่มเติมไว้ล่วงหน้า ในราคาที่เปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์ตลาดโลกในเวลาต่อมา

3. ประสิทธิภาพของโรงกลั่น ในช่วงที่ผ่านมา โรงกลั่นมีการลงทุนเพื่อเสริมความยืดหยุ่นและความมั่นคงด้านพลังงาน ซึ่งเป็นการลงทุนล่วงหน้ากว่า 110,000 ล้านบาท ในระหว่างปี 2564 ถึง 2568 ทำให้โรงกลั่นทั้ง 3 แห่งของกลุ่ม ปตท. สามารถปรับเปลี่ยนไปใช้น้ำมันดิบจากแหล่งอื่นได้ทันทีโดยไม่กระทบต่อปริมาณการผลิตและความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ และดำเนินการกลั่นอย่างเต็มกำลังของโรงกลั่น โดยในช่วงภาวะวิกฤตที่ผ่านมา กลุ่ม ปตท. เดินเครื่องโรงกลั่นเฉลี่ยกว่าร้อยละ 105 แม้ว่าโรงกลั่นในภูมิภาคจะลดกำลังการกลั่นเนื่องจากประสบปัญหาในการจัดหาน้ำมันดิบและมีความเสี่ยงด้านราคาสูงขึ้น พร้อมกันนี้โรงกลั่นน้ำมันในกลุ่ม ปตท. ยังคงดำเนินการเพิ่มปริมาณการผลิตน้ำมันดีเซลให้มากขึ้น เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการในประเทศ ซึ่งทำให้ปริมาณผลิตของน้ำมันสำเร็จรูปชนิดอื่น เช่น น้ำมันเบนซิน น้ำมันอากาศยาน น้ำมันเตา เพิ่มขึ้นเช่นกัน ในขณะที่ความต้องการใช้น้ำมันสำเร็จรูปมีแนวโน้มลดลงจากราคาที่เพิ่มสูงขึ้น จึงทำให้ทุกโรงกลั่นจำเป็นต้องบริหารจัดเก็บสินค้าคงคลังของผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปอื่นๆ ที่เกินความต้องการในประเทศ รวมถึงรับภาระค่าใช้จ่ายดำเนินการต่างๆ ที่เพิ่มขึ้น

4. การสำรองและบริหารสินค้าคงคลัง ปัจจุบันโรงกลั่นกลุ่ม ปตท. มีสินค้าคงคลังน้ำมันสำเร็จรูปและน้ำมันดิบพร้อมใช้สำหรับผลิตสูงกว่าปริมาณสำรองตามกฎหมายของน้ำมันสำเร็จรูปและน้ำมันดิบ โดยช่วงที่ปิดช่องแคบฮอร์มุซและการโจมตีในภูมิภาคตะวันออกกลางเริ่มขึ้น ความต้องการน้ำมันดีเซลของประเทศสูงขึ้นจากระดับปกติที่ประมาณ 70 ล้านลิตรต่อวัน เป็น 80-90 ล้านลิตรต่อวัน ทำให้โรงกลั่นต้องดำเนินการกลั่นอย่างเต็มกำลังของโรงกลั่นตามนโยบายของภาครัฐเพื่อให้เพียงพอกับความต้องการใช้ในประเทศ รวมถึงดำเนินการแก้ไขปัญหาสถานการณ์น้ำมันหน้าสถานีบริการขาดแคลนในช่วงแรกของวิกฤต แม้ว่าช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ความต้องการน้ำมันในประเทศยังคงแกว่งตัวสูงในระดับประมาณ 30–90 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งโรงกลั่นในกลุ่ม ปตท. ยังคงดำเนินการผลิตเต็มที่ ภายใต้ข้อจำกัดการแกว่งตัวของความต้องการรายวันของลูกค้าและความสามารถในการจัดเก็บน้ำมันคงคลังที่มีอยู่ เพื่อให้ปริมาณน้ำมันดีเซลเพียงพอกับความต้องการในประเทศ

5. การกำหนดราคาขายน้ำมันสำเร็จรูปให้ลูกค้ากลุ่มต่างๆ ในช่วงสถานการณ์วิกฤติฯ กลุ่ม ปตท. จำหน่ายน้ำมันสำเร็จรูปให้ Jobber ประจำในราคาขายเท่าราคาหน้าสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่ (ไม่รวมภาษีเทศบาล) เพื่อให้สามารถนำน้ำมันสำเร็จรูปไปจำหน่ายต่อประชาชน และลูกค้าปลายทาง (ภาคขนส่ง ภาคเกษตรกรรมและอื่นๆ) ทั่วประเทศภายใต้ระบบการขนส่งและจัดจำหน่ายของลูกค้าเอง (Customer Logistics System) อย่างทั่วถึง

6. การบริหารจัดการทางการเงิน การที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและการดำเนินการจัดหาน้ำมันดิบเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะการจัดซื้อน้ำมันดิบจากแหล่งอื่นที่ไกลขึ้น มีระยะเวลาขนส่งทางเรือนานขึ้น ส่งผลให้กลุ่ม ปตท. ต้องสำรองสภาพคล่องส่วนเพิ่มจากเงินกู้ธนาคารและมีภาระต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยประกอบด้วย

  • หลักประกันในการจัดซื้อน้ำมันดิบ (Margin Call) ประมาณ 63,000 ล้านบาท

  • เงินทุนหมุนเวียน (Working Capital) สำหรับการจัดหาน้ำมันและก๊าซฯ เพิ่มขึ้นประมาณ 137,000 ล้านบาท

  • เงินค้างชำระของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจากการชดเชยราคา ประมาณ 35,000 ล้านบาท

รวมภาระสภาพคล่องที่เพิ่มขึ้นกว่า 230,000 ล้านบาท ซึ่งจะส่งผลให้เกิดต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นถึงกว่า 600 ล้านบาทต่อเดือน หรือ 7,000 ล้านบาทต่อปี ต้นทุนทั้งหมดที่เกิดขึ้น ไม่ใช่การดำเนินธุรกิจตามปกติ และไม่ได้ส่งผ่านในราคาน้ำมันให้เป็นภาระของบริโภคแต่เป็นต้นทุนจากการลดความเสี่ยงของประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่าประเทศไทยจะไม่เกิดภาวะขาดแคลนน้ำมัน

7. การดำเนินงานและการรายงานข้อมูลอย่างโปร่งใสของกลุ่ม ปตท. กลุ่ม ปตท. ยืนยันว่าไม่มีการกักตุนน้ำมันสำเร็จรูปในช่วงที่ความต้องการในประเทศอยู่ในระดับสูง โดยได้ดำเนินการผลิตและกระจายน้ำมันอย่างเต็มกำลัง พร้อมบริหารจัดการ Supply Chain อย่างโปร่งใส เพื่อให้ประชาชนมีพลังงานใช้อย่างเพียงพอและต่อเนื่อง และสนับสนุนความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศไทย พร้อมทั้งดำเนินการเปิดเผยข้อมูลปริมาณน้ำมันในระบบตลอด Supply Chain ตั้งแต่การจัดหาน้ำมันดิบ การผลิตของโรงกลั่น การขนส่งและการกระจายน้ำมันไปจนถึงการจำหน่ายน้ำมันสำเร็จรูปผ่านเว็บไซต์ของ ปตท. เพื่อให้เกิดความโปร่งใส นอกจากนี้มีการรายงานแผนและปริมาณการจัดหาและจัดจำหน่ายต่อหน่วยงานภาครัฐอย่างต่อเนื่อง อาทิ ปริมาณการจำหน่ายน้ำมัน ข้อมูลการนำเข้าและส่งออกน้ำมัน ต้นทุนและราคาขาย ปริมาณและสถานที่เก็บน้ำมันที่นำเข้า ซื้อกลั่น ผลิตได้ มาจำหน่ายและที่เหลืออยู่และปริมาณน้ำมันคงคลังแต่ละชนิด รวมถึงดำเนินการชำระภาษีสรรพสามิตโดยครบถ้วน

8. การกำกับดูแลกิจการ กลุ่ม ปตท. ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลและการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส โดยในระหว่างที่เกิดสถานการณ์วิกฤตข้างต้น บริษัทในกลุ่ม ปตท. ทุกแห่งได้ประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดในการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานและการสำรองพลังงาน ส่งผลให้ประเทศผ่านพ้นช่วงวิกฤตมาได้ด้วยดี อย่างไรก็ตามเพื่อให้เป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Way of Conduct) และยกระดับความเชื่อมั่นต่อสาธารณชน ปตท. ในฐานะบริษัทแม่จึงได้มีคำสั่งแต่งตั้ง "คณะกรรมการตรวจสอบกระบวนการดำเนินงานโรงกลั่นและการค้าน้ำมันของบริษัทในกลุ่ม ปตท." เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบเชิงลึกตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การจัดหาน้ำมันดิบ กระบวนการผลิต การจัดเก็บ ไปจนถึงการจำหน่าย เพื่อยืนยันความถูกต้อง ประสิทธิภาพ และความสอดคล้องกับกฎหมายและนโยบายภาครัฐ พร้อมทั้งนำข้อตรวจพบมาปรับปรุงกระบวนการทำงานให้มีความเป็นเลิศและโปร่งใสอย่างต่อเนื่องต่อไป

บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) จึงขอนำเรียนข้อเท็จจริงและการบริหารจัดการของกลุ่ม ปตท. มาให้สาธารณชนทราบในเบื้องต้น โดยหากมีความคืบหน้าอื่นใด บริษัทจะนำเรียนเพิ่มเติมในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...