โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

รีวิวกองทุน KF-LATAM เปิดประตูสู่ลาตินอเมริกา มหาอำนาจทรัพยากรโลก

Finnomena

อัพเดต 28 เม.ย. เวลา 05.24 น. • เผยแพร่ 27 เม.ย. เวลา 13.00 น. • Finnomena Funds

Highlights

  • สรุปกองทุน KF-LATAM ลงทุนลาตินอเมริกา
  • กองทุน KF-LATAM ลงทุนอะไรบ้าง ?
  • ทำไมลาตินอเมริกาถึงน่าสนใจ
  • กองทุนนี้เหมาะกับใคร ?
  • วิธีซื้อกองทุน KF-LATAM สนใจลงทุนเลย !

รีวิวกองทุน KF-LATAM ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์การลงทุนแบบ Active Bottom-Up เปิดประตูสู่โอกาสในดินแดนลาตินอเมริกา มหาอำนาจด้านทรัพยากรและฐานการผลิตใหม่ของโลก

รีวิวกองทุน KF-LATAM

ในขณะที่นักลงทุนส่วนใหญ่โฟกัสอยู่กับกระแส AI ในสหรัฐฯ และเทคโนโลยีในเอเชีย ยังมีอีกภูมิภาคหนึ่งที่เงียบแต่ทรงพลัง และกำลังถูกมองว่าเป็น “หลุมหลบภัยทางเลือก” (Alternative Safe Haven) นั่นคือ ลาตินอเมริกา ดินแดนที่อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ มีโครงสร้างประชากรวัยทำงานที่แข็งแกร่ง และเป็นฐานการผลิตใหม่ที่สำคัญของโลก

การขยับน้ำหนักจากตลาดกระแสหลักเข้าสู่ลาตินอเมริกา ไม่เพียงแต่ช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดเดียว แต่ยังเป็นการดึงศักยภาพจาก “ฟันเฟืองต้นน้ำ” ของเศรษฐกิจโลกเข้าสู่พอร์ตการลงทุน ผ่านกองทุน KF-LATAM

สรุปข้อมูลกองทุน KF-LATAM

สรุปข้อมูลกองทุน KF-LATAM

Source: Krungsri Asset Management, Templeton Asset Management as of 31 January 2026

KF-LATAM(กองทุนเปิดกรุงศรีลาตินอเมริกาอิควิตี้) จะเน้นสร้างการเติบโตของเงินทุนในระยะยาว ผ่านการลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดีและราคาถูก (Undervalued) ในภูมิภาคลาตินอเมริกา โดยลงทุนผ่านกองทุนหลักคือTempleton Latin America Fund บริหารจัดการโดย Franklin Templeton ผู้จัดการสินทรัพย์ระดับโลกที่มีทีมวิเคราะห์อยู่ในบราซิล เม็กซิโก และทั่วภูมิภาคมาอย่างยาวนานกว่า 30 ปี (อ้างอิง: Franklin Templeton as of 20 April 2026)

รายละเอียดต่าง ๆ ของกองทุน

  • กองทุนนี้มีความเสี่ยงระดับ 6 – เสี่ยงสูง
  • นโยบายปันผล: ไม่จ่าย
  • มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
  • ลงทุนขั้นต่ำครั้งแรกและครั้งถัดไป 500 บาท
  • ค่าธรรมเนียมขาย (Front-end Fee) 1.50%
  • ค่าธรรมเนียมรับซื้อคืน (Back-end Fee) ไม่มี
  • ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) 1.3375% ต่อปี
  • รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด 1.7183% ต่อปี
  • ข้อมูลจากหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ ณ วันที่ 31/03/2026

ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Finnomena Funds

กองทุน KF-LATAM ลงทุนอะไรบ้าง

กองทุน KF-LATAM ลงทุนอะไรบ้าง

Source: Krungsri Asset Management, Templeton Asset Management as of 31 January 2026

กองทุน KF-LATAM เน้นสร้างการเติบโตด้วยการเฟ้นหาบริษัทชั้นนำในภูมิภาคลาตินอเมริกาที่มีระดับราคาหุ้นยังต่ำกว่ามูลค่าที่ควรจะเป็น (Undervalued) โดยใช้กลยุทธ์การบริหารเชิงรุก (Active Management) เพื่อคัดเลือกหุ้นรายตัว (Bottom-up) ที่มีความโดดเด่นทั้งในแง่ของกระแสเงินสดและศักยภาพการเติบโตระยะยาว

ขอบเขตการลงทุนของกองทุนครอบคลุมบริษัทที่ได้รับอานิสงส์จากโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่เป็นจุดแข็งของภูมิภาค ตั้งแต่อุตสาหกรรม “ต้นน้ำ” อย่างกลุ่มพลังงานและเหมืองแร่ที่เป็นทรัพยากรสำคัญของโลก ไปจนถึงกลุ่ม “ปลายน้ำ” ที่มีแนวโน้มเติบโตตามการขยายตัวของกำลังซื้อในท้องถิ่น เช่น กลุ่มสถาบันการเงินที่แข็งแกร่ง และอุตสาหกรรมค้าปลีก

ตัวอย่างหุ้นในพอร์ต KF-LATAM

  • PETROBRAS (บราซิล) ยักษ์ใหญ่พลังงานครบวงจร ผู้เชี่ยวชาญการขุดเจาะน้ำมันน้ำลึกระดับโลก
  • VALE SA (บราซิล) มหาอำนาจเหมืองแร่ ผู้ผลิตแร่เหล็กและนิกเกิลรายใหญ่ที่เป็นวัตถุดิบหลักของอุตสาหกรรมโลก
  • ITAU UNIBANCO (บราซิล) สถาบันการเงินเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค ผู้นำด้าน Digital Banking ที่ฐานะการเงินแกร่ง
  • BANORTE (เม็กซิโก) กลุ่มการเงินยักษ์ใหญ่ที่โตไปกับเศรษฐกิจเม็กซิโก จากกระแสเงินลงทุนไหลเข้า (FDI)
  • GRUPO MEXICO (เม็กซิโก) ผู้ผลิตทองแดงรายใหญ่อันดับต้น ๆ ของโลก เจ้าของโครงสร้างพื้นฐานระบบรางที่สำคัญ ทำไมลาตินอเมริกาถึงน่าสนใจ

ท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ตึงเครียด ภูมิภาคลาตินอเมริกาโดยเฉพาะประเทศหลักอย่างบราซิล เม็กซิโก และชิลี กำลังกลายเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่น่าสนใจในเชิง “หลุมหลบภัยทางเลือก” ซึ่ง Sentiment ในภาพรวมค่อนข้างเป็นบวกเมื่อเทียบกับกลุ่มตลาดเกิดใหม่อื่น ๆ ด้วยเหตุผลสำคัญ ดังนี้

  • สินทรัพย์รับประโยชน์จากความขัดแย้ง

ในยามที่ตะวันออกกลางและช่องแคบฮอร์มุซเผชิญความไม่แน่นอน ลาตินอเมริกากลายเป็นแหล่งพึ่งพาพลังงานและอาหารที่ปลอดภัย เนื่องจากอยู่ห่างจากจุดศูนย์กลางความขัดแย้ง (Low Territorial Risk) นอกจากนี้ Commodity Supercycle ยังช่วยหนุนรายได้จากการส่งออกน้ำมัน ทองแดง และธัญพืชให้สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

  • การย้ายฐานการผลิต และกลยุทธ์ China+1

การเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ของโลกทั้งในด้านน้ำมัน (บราซิล, เม็กซิโก, โคลอมเบีย) ทองแดง (ชิลี, เปรู) และสินค้าเกษตร (ถั่วเหลืองและข้าวโพดจากบราซิล) เมื่อสงครามดันราคาพลังงานและอาหารให้สูงขึ้น ประเทศเหล่านี้จะมีรายได้จากการส่งออกเพิ่มขึ้นมหาศาล โดยเฉพาะเม็กซิโกที่ได้รับอานิสงส์โดยตรง เมื่อสหรัฐฯ ต้องการลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาสินค้าที่ต้องผ่านเส้นทางเดินเรือ

  • มูลค่าถูกจนน่าดึงดูด (Deep Discount Valuation)

ในขณะที่ดัชนี S&P 500 ซื้อขายที่ P/E สูงกว่า 22 เท่า ตลาดหุ้นลาตินอเมริกากลับมี P/E เฉลี่ยประมาณ 13-14 เท่า ถือเป็นระดับราคาที่ Deep Discount หรือมีส่วนลดที่ลึกมาก เมื่อเทียบกับศักยภาพการเติบโตและอัตราเงินปันผล (Dividend Yield) ระดับสูง

P/E Ratio ของตลาดลาตินอเมริกา

P/E Ratio ของตลาดลาตินอเมริกา | Source: MacroMicro as of 20 April 2026

อัตราปันผลของภูมิภาคลาตินอเมริกา

อัตราปันผลของภูมิภาคลาตินอเมริกา | Source: เอกสารแนะนำกองทุน KF-LATAM as of January 2026

*คำเตือน: ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

กองทุนนี้เหมาะกับใคร

  • นักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงออกจากตลาดหลัก (Core Port Diversification)

เหมาะสำหรับผู้ที่มีสัดส่วนการลงทุนกระจุกตัวอยู่ในหุ้นสหรัฐฯ (โดยเฉพาะกลุ่ม Tech) หรือหุ้นจีน และกำลังมองหาสินทรัพย์ทางเลือกที่มีรอบวัฏจักรเศรษฐกิจ (Economic Cycle) ต่างออกไป เพื่อช่วยลดความผันผวนรวมของพอร์ตในช่วงที่ตลาดหลักเผชิญมรสุม

  • ผู้ที่ต้องการลงทุนในกลุ่มต้นน้ำของโลก (Commodity & Energy Play)

หากคุณเชื่อในธีม Commodity Supercycle และต้องการรับประโยชน์จากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน แร่ทองแดง และสินค้าเกษตร ภูมิภาคลาตินอเมริกาคือคำตอบที่ตรงจุด เพราะเป็นแหล่งทรัพยากรหลักที่หล่อเลี้ยงอุตสาหกรรม EV และพลังงานสะอาดทั่วโลก

  • นักลงทุนสาย Value ที่มองหาหุ้น Deep Discount

เหมาะกับคนที่ชอบของดีราคาถูก เพื่อรอโอกาสที่มูลค่าหุ้นจะกลับไปสะท้อนปัจจัยพื้นฐานที่แท้จริงในอนาคต

  • ผู้ที่รับความเสี่ยงได้สูงและมองภาพระยะยาว

เนื่องจากลาตินอเมริกามีความผันผวนทั้งในด้านการเมืองท้องถิ่นและค่าเงิน กองทุนนี้จึงเหมาะกับนักลงทุนที่ใจนิ่งพอที่จะผ่านความผันผวนระยะสั้น เพื่อรอรับโอกาสจากกระแสย้ายฐานการผลิต และการเติบโตเชิงโครงสร้างของภูมิภาค

สนใจกองทุน KF-LATAM เปิดประตูสู่ลาตินอเมริกา มหาอำนาจทรัพยากรโลก
สามารถลงทุนได้แล้วบน Finnomena
คลิกที่นี่เพื่อซื้อกองทุน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้กับผู้แนะนำการลงทุนของคุณ หรือติดต่อบริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด โทร 02 026 5100 และทาง LINE @FinnomenaPort ในช่วงเวลาวันทำการ 09:00-17:00 น.

อ้างอิงข้อมูลจาก: เอกสารแนะนำกองทุน Krungsri Asset Management

คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | กองทุนไม่มีการป้องกันหรือบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (unhedged) ดังนั้น กองทุนจึงมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนได้รับผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ | กองทุนรวมนี้ลงทุนในต่างประเทศ จึงมีความเสี่ยงที่ทางการของต่างประเทศอาจออกมาตรการในภาวะที่เกิดวิกฤตการณ์ที่ไม่ปกติ ทำให้กองทุนไม่สามารถนำเงินกลับเข้ามาในประเทศ ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้ลงทุนไม่ได้รับเงินคืนตามระยะเวลาที่กำหนด | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

บริการและความโปร่งใสในการลงทุนผ่านแพลตฟอร์ม Finnomena

1. ค่าตอบแทนการใช้บริการและคำแนะนำ (Trailer Fee): Trailer Fee คือค่าตอบแทนที่บริษัทจัดการกองทุนรวม (บลจ.) จัดสรรให้กับตัวแทนสนับสนุนการขายหน่วยลงทุน (Selling Agent) โดยแบ่งมาจากค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) ที่กองทุนเรียกเก็บอยู่แล้ว ผู้ลงทุนจึงไม่มีภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มเติม

  • วัตถุประสงค์: เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ทั้งการให้คำแนะนำการลงทุน การอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรม และบริการหลังการขายอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง

2. การบริหารจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest): เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและรักษาประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน เรามีการจัดการใน 2 ระดับ ดังนี้

  • ระดับองค์กร (Firm Level): เรามีกลไกคัดเลือกและเสนอขายกองทุนรวมโดยยึดถือประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน (Best Interest) เป็นสำคัญ โดยใช้ปัจจัยด้านผลตอบแทนและความเสี่ยงเป็นเกณฑ์หลักในการพิจารณา โดยเฉพาะในกรณีที่กองทุนรวมมีนโยบายการลงทุนที่คล้ายคลึงกันแต่มีอัตรา Trailer Fee ที่แตกต่างกัน เพื่อให้มั่นใจว่าการแนะนำกองทุนเป็นไปอย่างเป็นกลางและโปร่งใส
  • ระดับผู้แนะนำการลงทุนอิสระ (Independent IC): ในกรณีที่ท่านรับบริการผ่าน IC อิสระ ผู้แนะนำฯ จะต้องแสดงตนและแจ้งสังกัดอย่างชัดเจน หาก IC มีหลายสังกัดที่อาจให้ผลตอบแทนต่างกัน IC มีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลความขัดแย้งทางผลประโยชน์ดังกล่าวให้ท่านทราบ เพื่อให้ท่านมีข้อมูลครบถ้วนในการตัดสินใจ

3. บริการและสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ลงทุน: ลงทุนผ่าน Finnomena ได้มากกว่าแค่การซื้อขาย

  • One-Stop Platform: รวมกองทุนชั้นนำจากหลากหลาย บลจ. จบในบัญชีเดียว
  • Smart Tools: เครื่องมือวางแผนและจัดพอร์ต (Portfolio Construction) ตามเป้าหมายและความเสี่ยงที่เหมาะสม
  • Market Insights: อัปเดตข่าวสาร บทวิเคราะห์ และแจ้งเตือนปรับพอร์ต (Rebalancing) ให้ทันสถานการณ์อยู่เสมอ
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...