โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ก.ล.ต. เปิด 5 มาตรการใหญ่ สกัดทุนเทา-ฟอกเงิน ล้างบางตลาดทุน-คริปโต

Manager Online

เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

ในยุคที่ตลาดทุนและตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลกลายเป็นพื้นที่สีเทาสำหรับทุนนอกระบบ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ประกาศยกระดับมาตรการกำกับดูแลครั้งใหญ่ผ่าน 5 แนวรบสำคัญ ครอบคลุมตั้งแต่การพิสูจน์ตัวตนลูกค้าถึงรากถึงโคน การเจาะตรวจผู้ถือหุ้นจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง ไปจนถึงการนำ Travel Rule มาสกัดการฟอกเงินผ่านคริปโต สัญญาณชัดว่ากรรมการกำกับฯ ไม่ยอมให้ตลาดทุนไทยเป็นสวรรค์ของเงินมืดอีกต่อไป

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้มิใช่เพียงการประกาศนโยบายในกระดาษ หากแต่สะท้อนแรงกดดันเชิงโครงสร้างที่สะสมมานาน เมื่อรูปแบบการกระทำผิดในตลาดทุนมีความหลากหลายและซับซ้อนขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะในมิติของสินทรัพย์ดิจิทัลที่เปิดช่องให้การเคลื่อนย้ายเงินข้ามพรมแดนทำได้อย่างรวดเร็วและยากต่อการตรวจสอบ ก.ล.ต. จึงวางโครงสร้างกำกับดูแลแบบครอบคลุมทั้งห่วงโซ่ผ่านผู้ประกอบธุรกิจและบริษัทจดทะเบียนภายใต้การกำกับดูแล

มาตรการที่ 1 รู้จักตัวตนลูกค้าที่แท้จริง หรือ KYC/CDD

จุดเริ่มต้นของการปราบทุนเทาต้องเริ่มจากประตูบานแรก นั่นคือกระบวนการ Know Your Customer และ Customer Due Diligence หรือที่เรียกรวมกันว่า KYC/CDD ซึ่ง ก.ล.ต. กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจทุกรายต้องรู้จักตัวตนที่แท้จริงของลูกค้า ไม่ใช่เพียงรู้จักชื่อที่ปรากฏในเอกสาร

ผู้ประกอบธุรกิจต้องตรวจสอบตัวตนและข้อมูลลูกค้าอย่างเข้มงวด หากข้อมูลที่ได้รับไม่เพียงพอ หรือตรวจพบพฤติกรรมที่ส่อแววว่าต้องสงสัย ผู้ประกอบธุรกิจมีหน้าที่ทั้งปฏิเสธการให้บริการ และรายงานธุรกรรมต้องสงสัยต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาตรการนี้ยึดหลักการว่าผู้ให้บริการในตลาดทุนไม่อาจแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นต่อเงินที่ไหลผ่านมือตน

มาตรการที่ 2 ตรวจเข้มผู้ถือหุ้นใหญ่-ผู้มีอำนาจตัวจริง

มาตรการที่สองถือเป็นหัวใจของการปิดช่องโหว่เชิงโครงสร้าง เพราะปัญหาทุนเทาจำนวนมากซ่อนตัวอยู่ใต้ชั้นของโครงสร้างผู้ถือหุ้นที่ซับซ้อน ก.ล.ต. จึงปรับยกระดับเกณฑ์การตรวจสอบผู้ถือหุ้นรายใหญ่ให้ครอบคลุมถึงผู้มีอำนาจควบคุมที่แท้จริง ซึ่งอาจไม่ได้ปรากฏชื่อโดยตรงในทะเบียนผู้ถือหุ้น

เงื่อนไขสำคัญคือบุคคลดังกล่าวต้องมีคุณสมบัติที่เหมาะสม และปราศจากลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายกำหนด โดยขยายขอบเขตครอบคลุมไปถึงการถือหุ้นทางอ้อม รวมถึงบุคคลที่ร่วมกันใช้อำนาจในลักษณะ Acting in Concert หรือการกระทำที่ประสานกันเพื่อควบคุมทิศทางของบริษัทโดยไม่ปรากฏตัวโดยตรง การปิดช่องโหว่นี้สำคัญมากในบริบทที่นักลงทุนสถาบันและกลุ่มทุนข้ามชาติมักใช้โครงสร้างการถือหุ้นหลายชั้นเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบ

มาตรการที่ 3 ติดตามเส้นทางเงิน ป้องกันเงินเทา

นี่คือมาตรการที่ตอบโจทย์โดยตรงต่อความท้าทายของยุคสินทรัพย์ดิจิทัล ก.ล.ต. เตรียมนำ Travel Rule มาบังคับใช้กับการโอนสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องส่งผ่านข้อมูลผู้โอนและผู้รับโอนไปพร้อมกับธุรกรรมทุกครั้ง

กลไกนี้จะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาและปลายทางของเงินได้อย่างต่อเนื่อง และที่สำคัญยิ่งกว่าคือการสกัดบัญชีม้าคริปโต ซึ่งเป็นการนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้เป็นเครื่องมือฟอกเงินผ่านการซื้อขายหลายทอด Travel Rule จึงเปรียบเสมือนระบบติดตามพัสดุของโลกการเงิน ที่ทำให้เงินทุกก้อนไม่สามารถเดินทางได้โดยไม่ทิ้งร่องรอยไว้

มาตรการที่ 4 เปิดเผยข้อมูลสำคัญให้ชัดเจน

ความโปร่งใสของข้อมูลคือเกราะป้องกันชั้นแรกสำหรับนักลงทุน ก.ล.ต. กำหนดให้บริษัทจดทะเบียนต้องเปิดเผยโครงสร้างผู้ถือหุ้น พร้อมรายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ 10 อันดับแรก และขยายไปถึงกลุ่มผู้ถือหุ้นที่มีอิทธิพลต่อการกำหนดนโยบายของบริษัท แม้จะถือหุ้นในนามของบุคคลอื่นหรือผ่านโครงสร้างที่ซับซ้อน

มาตรการนี้มุ่งให้ผู้ลงทุนมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจที่ครบถ้วนและเป็นความจริง โดยเฉพาะในยุคที่บริษัทจดทะเบียนหลายแห่งมีโครงสร้างผู้ถือหุ้นแฝงซึ่งซ่อนอำนาจควบคุมที่แท้จริงจากสายตาของสาธารณชน การเปิดเผยข้อมูลในระดับนี้จะทำให้ตลาดทุนไทยก้าวเข้าใกล้มาตรฐานสากลมากยิ่งขึ้น

มาตรการที่ 5 ผนึกกำลังหลายหน่วยงาน ปราบทุนเทา

มาตรการสุดท้ายคือการบูรณาการกำลังทั้งในและระหว่างประเทศ ก.ล.ต. ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐทั้งในและต่างประเทศเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ติดตามธุรกรรมต้องสงสัย และขยายผลการตรวจสอบผ่านกลไกที่จัดตั้งขึ้นเฉพาะ อาทิ คณะทำงาน คอนเน็กต์ เดอะ ดอทส์ ซึ่งเป็นกลไกบูรณาการข้ามหน่วยงานที่มีจุดมุ่งหมายในการเชื่อมโยงข้อมูลจากหลายแหล่งเพื่อสร้างภาพรวมที่ชัดเจนของเครือข่ายทุนเทา

การทำงานร่วมกันในลักษณะนี้มีนัยสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเครือข่ายทุนมืดในยุคปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่ในพรมแดนเดียว การแลกเปลี่ยนข้อมูลข้ามชาติจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้หากต้องการตัดรากถอนโคนปัญหาอย่างแท้จริง

อย่างไรก็ดีในเชิงการกำกับดูแล มาตรการทั้ง 5 ประการที่ ก.ล.ต. ประกาศใช้ ณ วันที่ 20 มีนาคม 2569 นั้นมีความครอบคลุมและสอดคล้องกับมาตรฐานสากลที่กลุ่มงานเฉพาะกิจเพื่อดำเนินมาตรการทางการเงิน หรือที่รู้จักกันในชื่อ FATF กำหนดไว้ โดยเฉพาะในมิติของสินทรัพย์ดิจิทัลที่ประเทศไทยกำลังผลักดันให้เป็นศูนย์กลางในภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพของมาตรการเหล่านี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญสองประการ ประการแรกคือขีดความสามารถในการบังคับใช้จริงของผู้ประกอบธุรกิจและผู้กำกับดูแล ซึ่งต้องการทั้งบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญและระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัย ประการที่สองคือความเข้มข้นของบทลงโทษผู้ฝ่าฝืน ซึ่งต้องหนักหนาพอที่จะสร้างแรงยับยั้งได้อย่างแท้จริง

ก.ล.ต. ยืนยันว่ายังมีมาตรการเพิ่มเติมที่อยู่ระหว่างดำเนินการเพื่อยกระดับการกำกับดูแลให้เท่าทันกับรูปแบบการกระทำผิดที่มีความหลากหลายและซับซ้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการสร้างความโปร่งใสและเสริมสร้างความเชื่อมั่นในตลาดทุนไทยในระยะยาว

ทั้งนี้ตลาดทุนที่เข้มแข็งไม่ได้วัดกันที่ขนาดของมูลค่าซื้อขาย หากแต่วัดที่ความเชื่อมั่นของนักลงทุนว่ากติกาถูกบังคับใช้อย่างเสมอภาคและยุติธรรม และนั่นคือสิ่งที่ ก.ล.ต. กำลังพยายามสร้างอย่างเป็นขั้นเป็นตอน

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...