โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ธุรกิจใหม่ของคนรักสัตว์ Hund Haus คลับสุนัขพรีเมียม ที่ทำให้เจ้าของยอมจ่ายหลักแสนต่อปี

SME THAILAND ONLINE

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
ผู้คนจำนวนมากเริ่มมองสัตว์เลี้ยงไม่ต่างจากสมาชิกในครอบครัว แนวคิดนี้กลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของ Hund Haus คลับเฮาส์สำหรับสุนัขระดับพรีเมียมแห่งแรกของกรุงเทพ ที่มาพร้อมกับบริการที่พ่อหมาแม่หมายอมจ่าย

Text: Wipawan In.

Pet Humanization เทรนดที่กำลังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ผู้คนจำนวนมากเริ่มมองสัตว์เลี้ยงไม่ต่างจากสมาชิกในครอบครัว “พื้นที่สำหรับสุนัข” จึงไม่ใช่แค่สวนให้วิ่งเล่นอีกต่อไป แต่ต้องเป็นสถานที่ที่ทั้งสัตว์เลี้ยงและเจ้าของสามารถใช้เวลาร่วมกันได้

แนวคิดนี้กลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของ Hund Haus คลับเฮาส์สำหรับสุนัขระดับพรีเมียมแห่งแรกของกรุงเทพ ที่ก่อตั้งโดย มินนี่–ณัฐนิช สมิตชาติ หลายคนอาจคุ้นเคยกับเธอในฐานะ “นักแข่งรถ” ที่เติบโตมาในครอบครัวมอเตอร์สปอร์ต แต่วันนี้เธอเลือกวางพวงมาลัย แล้วหันมาสร้างธุรกิจที่เกิดจากความรักสุนัขที่ช่วยจุดประกายของธุรกิจนี้

อดีตนักแข่งรถ สู่ผู้ก่อตั้งคลับเฮาส์สำหรับสุนัข

แม้ชื่อของมินนี่จะเป็นที่รู้จักในวงการแข่งรถ แต่เบื้องหลังชีวิตของเธอมีสิ่งหนึ่งที่อยู่คู่กันมาตลอด นั่นคือ “สุนัข” เธอเล่าว่าตั้งแต่เด็กจนโต แทบไม่มีช่วงเวลาไหนในชีวิตที่ครอบครัวไม่มีสุนัขอยู่ในบ้านเลย ความผูกพันนี้ทำให้เธอเข้าใจธรรมชาติของสัตว์เลี้ยง และเห็นว่าสุนัขต้องการมากกว่าการอยู่ในบ้านหรือเดินเล่นในพื้นที่ที่จกัด

“ช่วงที่เราไปเรียนต่อที่อเมริกา ได้เลี้ยงสุนัขของตัวเองเจ้า Zeus ที่เป็นตัวแปรสำคัญในการเริ่มทำธุรกิจ และมีโอกาสเห็นวัฒนธรรมการใช้ชีวิตแบบ dog-friendly อย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นการพาสุนัขเข้าไปในสวนสาธารณะ หรือพื้นที่ที่สุนัขสามารถพบปะและเล่นกับเพื่อนตัวอื่นได้ การได้เห็นสุนัขมีพื้นที่วิ่งเล่นและเข้าสังคมทำให้เราเริ่มตั้งคำถามว่า “ทำไมเมืองไทยถึงยังไม่มีพื้นที่แบบนี้?” และเราอยากให้มีมากเพราะสำหรับสุนัขบางสายพันธุ์ที่พลังเยอะเขาต้องการพื้นที่ในการปล่อยพลังงาน และวิ่งเล่นได้อย่างเต็มที่”

เมื่อกลับมาประเทศไทย ความคิดนี้จึงค่อย ๆ พัฒนาเป็นธุรกิจ Hund Haus คลับเฮาส์ที่ไม่ได้ถูกออกแบบเพื่อความสะดวกของคนเลี้ยงเป็นหลัก แต่ถูกคิดขึ้นมาโดยมี “สุนัข” เป็นศูนย์กลางของทุกอย่าง ตั้งแต่พื้นที่ การจัดสรรโซน ไปจนถึงบริการต่าง ๆ ที่ตอบโจทย์พฤติกรรมของสัตว์เลี้ยงเพราะสุนัขไม่สามารถบอกความต้องการได้ จึงต้องคอยสังเกตุและใช้ความเข้าใจ

Premium ในความหมายที่ “คิดจากมุมของสุนัข”

คำว่า “พรีเมียม” ในมุมมองของ Hund Haus ไม่ได้หมายถึงความหรูหราเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงการออกแบบทุกองค์ประกอบโดยคำนึงถึงความต้องการของสุนัขเป็นอันดับแรก มินนี่อธิบายว่าทุกรายละเอียดของพื้นที่ถูกคิดขึ้นมาเพื่อให้สุนัขได้ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ ตั้งแต่พื้นที่สวนขนาดใหญ่ที่เปิดให้วิ่งเล่น ไปจนถึงการจัดโซนต่าง ๆ ที่เหมาะกับพฤติกรรมของสุนัขแต่ละตัว

“หนึ่งในจุดเด่นที่สะท้อนแนวคิดนี้คือ พื้นที่สำหรับสุนัขอินโทรเวิร์ต ซึ่งเป็นโซนที่เราออกแบบมาเพื่อสุนัขที่ยังไม่คุ้นเคยกับการเข้าสังคม หรืออาจตื่นเต้นกับสภาพแวดล้อมใหม่ พื้นที่นี้ช่วยให้สุนัขสามารถปรับตัวก่อนจะออกไปเล่นกับตัวอื่นได้ นอกจากนี้ยังมีบริการที่หลากหลาย เช่น Day Pass สำหรับเข้าใช้พื้นที่, Pet Taxi บริการรับส่งสัตว์เลี้ยง และ Dog Daycare สำหรับเจ้าของที่ต้องการฝากดูแลระหว่างวัน สำหรับค่าบริการเริ่มต้นที่ราคา 500 บาทต่อวัน ไปจนถึงราคาสมาชิกรายปี 120,000 บาท ที่เข้าใช้บริการได้ทั้งปีและมีกิจกรรมท่องเที่ยวประจำปีในสถานที่ต่างๆที่สามารถพาสุนัขไปได้ด้วย”

อีกหนึ่งไอเดียที่สะท้อนความตั้งใจของแบรนด์คือ Self-Wash Zone พื้นที่สำหรับให้เจ้าของอาบน้ำสุนัขด้วยตัวเอง แนวคิดนี้ไม่ได้เกิดจากการลดต้นทุน แต่เกิดจากความเชื่อว่าการดูแลสัตว์เลี้ยง เช่น การอาบน้ำ เป็นช่วงเวลาที่ช่วยสร้างความผูกพันระหว่างเจ้าของกับสุนัขได้ดีที่สุด Hund Haus จึงออกแบบพื้นที่ให้เจ้าของสามารถทำกิจกรรมเหล่านี้ร่วมกับสัตว์เลี้ยงได้อย่างสะดวกและปลอดภัย

ธุรกิจที่เติบโตจาก Passion และความใส่ใจ

แม้ Hund Haus จะเพิ่งเปิดให้บริการไม่นาน แต่เสียงตอบรับจากลูกค้ากลับเติบโตอย่างรวดเร็ว มินนี่มองว่าปัจจัยสำคัญอาจไม่ได้มาจากกลยุทธ์ทางการตลาดที่ซับซ้อน แต่เกิดจาก passion และความใส่ใจ ที่ทีมงานมีต่อสัตว์เลี้ยง

“เราตั้งนิยามของแบรนด์คือ “Dogs First Always” หรือการให้สุนัขเป็นศูนย์กลางของทุกการตัดสินใจ ตั้งแต่เรื่องความปลอดภัย การฝึกพนักงานให้เข้าใจพฤติกรรมสุนัข ไปจนถึงการรับฟัง feedback จากลูกค้าเพื่อนำมาปรับปรุงบริการอยู่เสมอ เรายังมองว่าธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงในประเทศไทยยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก โดยเฉพาะในยุคที่ผู้คนจำนวนมากเลือกเลี้ยงสัตว์แทนการมีลูก หรือใช้สัตว์เลี้ยงเป็นเพื่อนคู่ชีวิต เทรนด์นี้ทำให้เจ้าของพร้อมจ่ายเพื่อสิ่งที่ดีที่สุดให้กับสัตว์เลี้ยงของตัวเอง”

สำหรับอนาคตของ Hund Haus มินนี่มีแผนพัฒนาบริการใหม่ ๆ ที่ยังคงเกี่ยวข้องกับเซอร์วิสสำหรับสุนัข รวมถึงการขยายสาขาในอนาคต แต่ในระยะใกล้เธอตั้งใจโฟกัสกับการทำให้สถานที่แห่งนี้สมบูรณ์แบบที่สุดก่อน เพราะสำหรับเธอแล้ว ธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงไม่ใช่แค่เรื่องของรายได้ แต่คือความรับผิดชอบต่อสิ่งมีชีวิตที่ไม่สามารถบอกความต้องการของตัวเองได้ สิ่งสำคัญที่สุดของคนทำธุรกิจนี้จึงไม่ใช่แค่ทักษะการบริหาร แต่คือ “ความใส่ใจ” และความเข้าใจในธรรมชาติของสัตว์เลี้ยงอย่างแท้จริง เพราะในท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่สุนัขต้องการอาจไม่ใช่แค่พื้นที่วิ่งเล่น แต่คือสถานที่ที่ทำให้รู้สึกปลอดภัย มีความสุข และได้ใช้ชีวิตร่วมกับคนที่รักมากที่สุด

www.smethailandclub.comศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...