โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“คุณภาพ” ยังคงสำคัญเสมอ

The Better

อัพเดต 09 พ.ค. เวลา 06.28 น. • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • THE BETTER
คอลัมน์ 'คุยเฟื่องเรื่องใกล้ตัว' โดย 'วิฑูรย์ สิมะโชคดี'

คุณภาพ คือ ความอยู่รอด และยั่งยืน” ของทุกองค์กรและทุกผู้คน เสมอ

ทุกวันนี้ ความมีคุณภาพ จึงเป็นตัวประกันแห่ง “ความสำเร็จ” ได้แม่นยำมากกว่า “ปัจจัยแห่งความสำเร็จ” ตัวอื่นๆ

มืออาชีพ”จึงผูกติดกับผู้ที่มีคุณภาพเสมอ เพราะ “มืออาชีพ” สามารถบรรลุผลใน 2 ประเด็นสำคัญ คือ (1) ทำงานได้ตามที่ลูกค้า องค์กรหรือสังคมคาดหวัง และ (2) สามารถสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้อย่างสม่ำเสมอ (ตามความหมายขั้นต่ำของคำว่า “คุณภาพ”)

แต่เดิมนั้น “คุณภาพ” หมายถึง ความสามารถของสินค้าหรือบริการที่สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้ เป็นสำคัญ (ใช้งานได้ตามที่คาดหวังไว้) แต่คำว่า “คุณภาพ” ในวันนี้ ควรจะต้องมีขอบเขตและความหมายที่กว้างขวางขึ้นกว่าแต่ก่อน เพื่อให้เท่ากันการเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ ของสังคมโลก อันได้แก่

(1) ปรับเพิ่มคำนิยามของคุณภาพจาก “คุณลักษณะของสินค้า” ให้หมายรวมถึง “คุณค่าตลอดวงจรชีวิต” ด้วย

คุณภาพไม่ได้หมายถึงแค่สินค้าที่ไม่เสียหายหรือทำได้ตามมาตรฐานที่ทำให้ลูกค้ายอมรับและพึงพอใจเท่านั้น แต่ต้องหมายถึง ประสบการณ์ของลูกค้าตลอดอายุการใช้งานสินค้า ความคงทนไม่เสียง่าย ความง่ายในการซ่อมบำรุง และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วย เป็นต้น

หากองค์กรใส่ใจในส่วนที่นิยามขยายความเพิ่มเติมนี้ คุณภาพจะกลายเป็นเกราะป้องกันในเรื่องของราคาขายด้วย คือทำให้ลูกค้าไม่เปลี่ยนใจไปหาคู่แข่งที่ขายราคาถูกกว่า แต่ยังคงภักดีในคุณลักษณะของสินค้าของเรา แม้ราคาขายจะแพงกว่ากันบ้าง

(2) ผนวกคุณภาพเข้ากับแนวความคิดเรื่องของสิ่งแวดล้อม (Green AI และความยั่งยืน)

ในยุคนี้ "คุณภาพ" ต้องมาคู่กับ “ความรับผิดชอบ” ด้วย การนำเทคโนโลยี AI มาช่วยควบคุมคุณภาพ คือนอกจากจะช่วยลด “ของเสีย” ในกระบวนการผลิตแล้ว ยังจะต้องเป็นการบริหารจัดการคุณภาพที่สอดคล้องกับกรอบแนวความคิดด้านสิ่งแวดล้อม เช่น เรื่องของ ESG ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ทำให้แบรนด์ของสินค้ามีความน่าเชื่อถือในระยะยาว

(3) พัฒนา “วัฒนธรรมแห่งคุณภาพ” (Quality Culture) ไม่ใช่แค่การสร้างระบบหรือมาตรฐานของกระบวนการทำงานเท่านั้น

ทุกวันนี้ แทนที่จะพึ่งพาเพียงพนักงานหรือเจ้าหน้าที่ QC เท่านั้น ผู้บริหารจะต้องปรับเปลี่ยนมาเป็นการสร้างจิตสำนึกให้พนักงานทุกคนมีหน้าที่ดูแลคุณภาพในระหว่างที่ทำการผลิตด้วย โดยอาศัย “การบริหารจัดการคุณภาพแบบองค์รวม” (Total Quality Management - TQM) เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ การผลิต จนถึงการส่งมอบสินค้าถึงมือลูกค้า โดยให้พนักงานมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในระหว่างการผลิต เพื่อปรับปรุงคุณภาพได้ทันท่วงทีด้วย

(4) เปลี่ยนความสัมพันธ์แบบบูรณาการกับลูกค้าและคู่ค้า

คุณภาพไม่ได้จบภายในโรงงานของเราเท่านั้น แต่ต้องรวมตั้งแต่จัดซื้อวัตถุดิบ (ต้นน้ำ) การผลิต (กลางน้ำ) การส่งมอบ (ปลายน้ำ) จนถึงมือลูกค้าเลย องค์กรต้องเปลี่ยนบทบาทจากการเป็นเพียงผู้ซื้อให้เป็น "พันธมิตรด้านคุณภาพ" ด้วย โดยร่วมมือกับซัพพลายเออร์หรือผู้ส่งมอบตั้งแต่ต้นจนจบครบวงจรในการพัฒนามาตรฐานวัตถุดิบกระบวนการผลิตสินค้าตลอดจนการส่งมอบให้มีมาตรฐานสูงขึ้นไปพร้อมๆ กันด้วย

ดังนั้น ความสำเร็จขององค์กรใดๆ ในระยะยาว จึงอยู่ที่การพัฒนาคุณภาพให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องจริงจัง

การเอาแต่กำไรเฉพาะหน้าในระยะสั้นๆ หรือ การตีหัวเข้าบ้าน” จึงอยู่ได้ไม่นาน ครับผม !

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...