Thai ESG : กลไกยกระดับตลาดทุนไทยด้านยั่งยืน
คอลัมน์ : เล่าให้รู้กับ ก.ล.ต. ผู้เขียน : อาชินี ปัทมะสุคนธ์ สำนักงาน ก.ล.ต.
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาทิศทางของตลาดทุนทั่วโลกได้เปลี่ยนผ่านไปสู่การให้ความสำคัญกับกิจการที่ดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อ “สังคม สิ่งแวดล้อม และการมีธรรมาภิบาลที่ดี” มากยิ่งขึ้น ซึ่งแนวโน้มดังกล่าวได้เกิดขึ้นในตลาดทุนไทยเช่นเดียวกัน ในปัจจุบันการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนเข้าสู่ตลาดทุนจึงไม่ได้พิจารณาเพียงผลตอบแทนทางการเงินเท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับความเชื่อมั่นในคุณภาพของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) และความโปร่งใสของข้อมูลที่ผู้ลงทุนสามารถใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุนได้อย่างมั่นใจ
กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG) ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของตลาดทุนไทยในการส่งเสริมการออมและการลงทุนระยะยาวของประชาชน สนับสนุนกิจการไทยที่มีการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ และยกระดับมาตรฐานความโปร่งใสและธรรมาภิบาลของตลาดทุนไทย ด้วยเหตุนี้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จึงได้พัฒนาและปรับปรุงหลักเกณฑ์ของกองทุน Thai ESG อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้กลไกดังกล่าวสามารถสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทยได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว โดยหนึ่งในแนวทางสำคัญ คือ การกำหนดประเภทสินทรัพย์ที่กองทุน Thai ESG สามารถลงทุนได้ หรือที่เรียกว่า “eligible assets” ซึ่งเป็นกิจการหรือสินทรัพย์ไทยที่ผ่านเกณฑ์ด้านความยั่งยืน ความโปร่งใส และธรรมาภิบาลตามที่กำหนด
เมื่อต้นเดือนมีนาคม 2569 ก.ล.ต.ได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์โดยเปิดให้กองทุน Thai ESG สามารถลงทุนในหุ้นของบริษัท บจ. ที่เข้าร่วมโครงการ JUMP+ เพิ่มเติมจากประเภทสินทรัพย์ที่กำหนดไว้เดิม อาทิ หุ้นของบริษัทที่ได้รับการประเมินโดยผู้ให้บริการจัดอันดับด้าน ESG และมีผลการดำเนินงานด้าน ESG อยู่ในระดับที่โดดเด่น การปรับปรุงเกณฑ์ในครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับบทบาทของตลาดทุนไทย
ในการสนับสนุน บจ. ที่มีทั้งธรรมาภิบาลที่ดี ควบคู่กับการมีแผนการเติบโตที่ชัดเจนและมีศักยภาพในระยะยาว เพื่อให้ผู้อ่านเห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น โครงการ JUMP+ เป็นโครงการที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ออกแบบขึ้น ภายใต้ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดของ ตลท. และ ก.ล.ต. โดย บจ.ที่เข้าร่วมโครงการจะต้องมีคุณสมบัติสำคัญ เช่น ไม่เข้าข่ายอาจถูกเพิกถอน และไม่เคยถูกสำนักงาน ก.ล.ต.กล่าวโทษ ในช่วงระยะเวลา 5 ปีก่อนวันที่สมัคร เป็นต้น
ทั้งนี้ หากบริษัทประสงค์จะเป็น eligible assets ที่กองทุน Thai ESG สามารถลงทุนได้ จะต้องได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies: CGR) จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไป หรือเทียบเท่าด้วย ซึ่งเงื่อนไขดังกล่าวสอดรับกับโครงการ Corporate Value Up (CVUP) ของ ก.ล.ต.ที่มุ่งยกระดับคุณภาพของ บจ.ในระยะยาว โดยบริษัทที่เข้าร่วมโครงการ CVUP และมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเกณฑ์ที่กำหนดก็จะได้รับการพิจารณาให้เป็น eligible assets ที่กองทุน Thai ESG สามารถลงทุนได้เช่นเดียวกัน ซึ่งมุ่งเน้นใน 3 มิติสำคัญ ได้แก่
1) การมีธรรมาภิบาลในระดับดีเลิศ กล่าวคือ ต้องได้รับคะแนนประเมิน CGR ตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไป หรือเทียบเท่า 2) การเปิดเผยเป้าหมายและแผนเพิ่มมูลค่ากิจการในระยะ 2 ปี และ 3) การสื่อสารข้อมูลต่อผู้ลงทุนอย่างโปร่งใสและต่อเนื่อง รายละเอียดผู้เข้าร่วม JUMP+ และ CVUP
ทั้ง JUMP+ และ CVUP ไม่เพียงเป็นแรงจูงใจสำคัญให้ บจ.เร่งยกระดับการดำเนินธุรกิจของตน ทั้งด้านธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และศักยภาพในการเติบโตระยะยาวเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มทางเลือกในการลงทุนที่มีคุณภาพให้แก่ผู้ลงทุน และทำให้ผู้ลงทุนสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ชัดเจนและเพียงพอสำหรับการตัดสินใจลงทุน เนื่องจาก บจ.ที่เข้าร่วมโครงการจะต้องจัดทำและดำเนินการตามแผนการเติบโตของบริษัท ที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทอย่างเป็นรูปธรรม ครอบคลุมทั้งการยกระดับธรรมาภิบาล การจัดทำแผนด้านสภาพภูมิอากาศ (Climate Action) ตามความสมัครใจ ตลอดจนการเปิดเผยข้อมูลและการสื่อสารกับผู้ลงทุนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับหลักการสำคัญของโครงการ CVUP ที่มุ่งเน้นการเปิดเผยเป้าหมายและแผนเพิ่มมูลค่ากิจการอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้
ทั้งนี้ กองทุน Thai ESG และ Thai ESGX (ณ วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569) มีจำนวนรวม 77 กองทุน ภายใต้การบริหารของ 19 บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน และมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวมกว่า 104,000 ล้านบาท เติบโตถึง 252% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2567 สะท้อนถึงความสนใจและความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนที่มีต่อการลงทุนที่ยั่งยืนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ในภาพรวมโลกการลงทุนที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนสะท้อนให้เห็นว่า การลงทุนที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน (ESG) ไม่ได้เป็นเพียงกระแส แต่กำลังก้าวสู่การเป็นมาตรฐานใหม่ที่ผู้ลงทุนทั่วโลกใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุน ผู้ลงทุนในปัจจุบันจึงไม่ได้พิจารณาเพียงผลประกอบการทางการเงินเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการเติบโตของบริษัทที่มีความรับผิดชอบ โปร่งใส และมีธรรมาภิบาลควบคู่กันไป กองทุน Thai ESG จึงถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของตลาดทุนไทยที่ช่วยเชื่อมโยงเงินออมและการลงทุนระยะยาวของประชาชนไปสู่ บจ.ที่มีคุณภาพ และสนับสนุนการระดมทุนและการลงทุนที่ยั่งยืนผ่านตลาดทุนไทยในฐานะ “เครื่องยนต์ตัวที่ 5” ของเศรษฐกิจไทย ที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของประเทศอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : Thai ESG : กลไกยกระดับตลาดทุนไทยด้านยั่งยืน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net