ชมพู่ อารยา ย้อนเล่าชีวิตเคยโดนมองหยิ่ง เพราะเป็น Introvert ลั่น! ไม่จำเป็นต้องเอาใจใคร
ชมพู่ อารยา ย้อนเล่าชีวิตเคยโดนมองหยิ่ง เพราะเป็น Introvert ลั่น! ไม่จำเป็นต้องเอาใจใคร ฝากถึงชาว Introvert ไม่ต้องเปลี่ยนตัวเอง แค่มีเมตตาก็พอ
การมีภาพลักษณ์ตัวแม่สายแฟของซูปตาร์ชมพู่ อารยา กลับมีอีกมุมที่หลายคนอาจไม่เคยรู้ มุมของผู้หญิงอินโทรเวิร์ตที่ต้องบริหารพลังงานตัวเองอยู่ตลอดเวลา
ล่าสุด ชมพู่ อารยา เปิดใจผ่านรายการ How are you feeling ทางยูทูบช่อง LifeDot พาแฟนๆ ไปทำความรู้จักตัวตนอีกด้าน ทั้งการใช้ชีวิตแบบ Introvert การรับมือกับคำวิจารณ์ในฐานะคนสาธารณะ รวมถึงการสร้าง “เซฟโซน” ให้กับลูกๆ ท่ามกลางสายตาของคนทั้งประเทศ
เวลาที่อยู่กับตัวเองจริงๆ เป็นยังไง?
“ก็ดีค่ะ แต่ตอนนี้การจะนิ่งจริงๆ แบบไม่มีสิ่งรบกวนเลยอาจจะยากเพราะมีลูก ถึงลูกจะเข้าโรงเรียนแล้ว แต่มันก็เปลี่ยนไป ลึกๆ ก็โหยหา Me Time หรือเวลาเงียบๆ คนเดียว อย่างเมื่อก่อนจะขี้เกียจขับรถ เดี๋ยวนี้ขับรถคนเดียวก็ดีเหมือนกันถ้าไม่ไกลมาก เมื่อก่อนกลับถึงบ้านคือ Safe Zone แต่ตอนนี้กลับบ้านก็ยังมีเรื่องที่บ้านอีก เพราะไม่ได้ตัวคนเดียวแล้ว”
ความเป็น Introvert ของเรา เคยส่งผลกระทบต่อการทำงานไหม?
“แน่นอนค่ะ ชมว่า Introvert ทุกคนต้องเคยโดนหาว่า หยิ่ง หรือ เชิด ชมโดนหนักมากช่วงแรกๆ ตอนนั้นเรายังเด็ก ไม่เข้าใจคำว่า Introvert เรา Struggle มาก เวลาไปโชว์ตัวต่างจังหวัด เราคิดว่างานเริ่มตอนขึ้นเวที ไม่ใช่เริ่มตั้งแต่ลงเครื่อง พลังงานเราไม่มีจะให้ หน้ามันก็ออก ผู้จัดการบอกให้ยิ้มหน่อย เราก็ไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมเราทำไม่ได้ เราไม่ได้โกรธหรือเกลียดใครนะ แต่เราแค่ไม่มีอะไรจะคุยด้วย แล้วจะให้เราหัวเราะร่าเริงตลอดเวลาทำไม เรา Small Talk ไม่เป็น เช่น วันนี้รถติดไหมคะ อะไรแบบนี้ทำไม่ได้ เพราะลึกๆ คือ I don't care ไม่ได้อยากรู้จริงๆ”
แล้วพอโตขึ้น ชมรับมือกับเรื่องนี้ยังไง?
“พอโตขึ้นเราเริ่มมีสกิลในการคุยกับคนมากขึ้นโดยไม่รู้สึกขัดขืน มันมาจากความรัก และความเข้าใจว่า อ๋อ เขาเกร็งเรานะ มันจะเป็นไปโดยอัตโนมัติ แต่ไม่ใช่การฝืน Make Conversation ชมเป็นคนที่หวงพลังงานตัวเองมากจะผูกพันเพื่อผูกพันจริงๆ ไม่ใช่ผูกพันเพื่อผลประโยชน์บางอย่าง”
แล้วถ้านั่นเป็นวันที่งานไม่สำเร็จ หรือมี Bad Day รับมือกับคำวิจารณ์ยังไง?
“ถ้ามีคำวิจารณ์ ชมจะดูว่าจริงหรือไม่จริง โดยดูที่ Fact ไม่เข้าข้างตัวเอง ถ้ามันบ้ง เพราะปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ ก็คือ Bad Day ไม่ใช่ความผิดเรา แต่ถ้าแก้ไขได้ก็นำมาเรียนรู้ การเป็น Public Figure ต้องเข้าใจว่าเราเอาตัวมาอยู่ในจุดที่ให้ชาวบ้านเขาเม้าธ์ได้ ชมจะแยกแยะว่าคอมเมนต์นั้นเป็น Logic หรือเป็นอารมณ์ ถ้าด่าเสียๆ หายๆ ก็ตัดออก แต่ถ้ามี Logic ที่เป็นจริงก็นำมาพัฒนา และ Don't take it personal ถ้าคนเขา Full of hate เราก็ต้องเมตตาเขาหน่อย ถ้าเมตตาไม่ไหวก็ปล่อยเขาไป ชมจะไม่เอาคุณค่าของตัวเองไปผูกกับยอดไลก์”
การพาลูกทั้ง 3 คนออกมาให้คนทั้งประเทศดูชีวิตทุกวัน ชมคิดยังไงเรื่องความเป็นส่วนตัวของลูก?
“เคยคุยกับสามี (คุณน็อต) ค่ะ เห็นตัวอย่างเมืองนอกที่เขาปกป้องความเป็นส่วนตัวลูกมาก แต่เรามองว่าสังคมไทยไม่พร้อมตรงนั้น ในเมื่อเราปิดเขาไม่ได้เลย สู้ให้ภาพมันมาจากทางเราเองดีกว่า คุณน็อตเขาก็เข้าใจและเชื่อมือเราในการบริหารตรงนี้
เซฟโซนของชมคือการที่ตัวชมเองเป็นอาวุธด้วย เพราะคนเห็นเราเขาก็จะเกร็ง เพราะเราไม่เสิร์ฟคน ไม่แบบ Welcome to Thailand เราจะคัดกรองพลังงานที่จะเข้ามากระทบเรา และสร้างวงกลมแวดล้อมด้วยคนที่ไว้ใจ เวลาออกไปข้างนอก ถ้าชมรู้สึกว่าคนเริ่มเอาพลังงานจากลูกเยอะเกินไป ชมก็จะแสดงออกด้วยการยืนเฉยๆ หน้าไม่ยินดียินร้าย คนก็จะรู้ว่าต้อง Respect นะ ชมกล้าที่จะถูกเกลียดหน่อยๆ เพื่อรักษาจุดยืนตัวเองค่ะ”
อยากบอกอะไรกับคนที่เป็น Introvert ในทุกวันนี้บ้าง?
“ไม่ต้องพยายามเป็น Extrovert ค่ะ เพราะมันเหนื่อยและจะเป็นทุกข์ ไม่ต้องอธิบายตัวเองด้วยว่าฉันเป็น Introvert แค่มีเมตตาและความรักให้ทุกคน เราจะอยู่ร่วมกับคนอื่นได้ ตอบเท่าที่เราไหว ไม่ต้องฝืนยิ้มแย้มแต่ก็ไม่ต้องถึงขั้นบึ้งตึงจนเป็นกำแพง การเป็น Introvert ก็เป็นพลังบวกให้คนอื่นได้ด้วยความรักและความเมตตา ใจดีต่อกัน เพราะเราไม่รู้ว่าคนอื่นไปเจออะไรมา พลังงานดีๆ จะทำให้อะไรๆ มันดีขึ้นค่ะ”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ชมพู่ อารยา ย้อนเล่าชีวิตเคยโดนมองหยิ่ง เพราะเป็น Introvert ลั่น! ไม่จำเป็นต้องเอาใจใคร
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th