ศาลยกฟ้อง "อดีตพระพรหมเมธี" คดีทุจริตเงินอุดหนุนการศึกษาปริยัติธรรม
ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ยกฟ้อง อดีตพระพรหมเมธี คดีทุจริตเงินอุดหนุนการศึกษาปริยัติธรรม สั่งให้คืนเงิน5ล้าน แก่สำนักพุทธฯ
วันที่ 2 เมษายน 2569 ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ดร.มหานิยม เวชกามา อดีต สส.สกลนคร และอดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะอุปนายกสมาคมส่งเสริมและคุ้มครองพระพุทธศาสนา ได้เดินทางเข้ารับฟังคำพิพากษาในคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง อดีตพระพรหมเมธี (จำนงค์ เอี่ยมอินทรา) อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ ในข้อหาความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน จากกรณีงบประมาณอุดหนุนการศึกษาพระปริยัติธรรม (คดีเงินทอนวัด)
ศาลชี้พยานหลักฐาน "ไม่มีน้ำหนักพอ" คำพิพากษาระบุโดยสรุปว่าจากการสืบพยานและพิจารณาหลักฐาน ไม่พบข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนว่าจำเลยมีพฤติการณ์ร่วมกันฟอกเงินตามที่ถูกกล่าวหา การดำเนินงานเกี่ยวกับงบประมาณเป็นไปตามขั้นตอนการบริหารจัดการภายในของทางวัด พยานหลักฐานของโจทก์จึงยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะลงโทษจำเลยได้ จึงมีคำสั่งให้ "ยกฟ้อง" "ดร.นิยม" เผยความยุติธรรมปรากฏ ภายหลังเข้ารับฟังคำพิพากษา ดร. มหานิยม เวชกามา ซึ่งเป็นผู้ติดตามและสนับสนุนการเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่กลุ่มพระเถระในคดีเงินทอนวัดมาโดยตลอด เปิดเผยว่า การคำพิพากษาในครั้งนี้ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของอดีตพระพรหมเมธี ซึ่งส่งผลดีต่อภาพลักษณ์และขวัญกำลังใจของพุทธศาสนิกชน
สำหรับคดีของอดีตพระพรหมเมธี ถือเป็นหนึ่งในคดีใหญ่ที่สังคมให้ความสนใจอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่มีการกวาดล้างขบวนการเงินทอนวัด ซึ่งทำให้อดีตพระพรหมเมธีต้องตัดสินใจเดินทางไปหลบ ณ เมืองแฟรงค์เฟิร์ตประเทศเยอรมันนี ก่อนที่กระบวนการยุติธรรมจะมีบทสรุปในวันนี้