วิกฤตน้ำมันแพงกระทบสงกรานต์ปีนี้ซบเซาเงินสะพัดต่ำสุดในรอบ 4 ปี
นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจเปิดเผยถึงผลการสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงเทศกาล สงกรานต์ว่าภาพรวมเศรษฐกิจไทยตอนนี้ถือว่าได้รับผลกระทบจากสงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน โดยทำให้ราคาน้ำมันปรับสูงขึ้น ซึ่งรัฐบาลปล่อยให้สอดคล้องกับกลไกตลาด และถือว่าราคาน้ำมันแพงผิดปกติ เนื่องจากราคาน้ำมันดิบอยู่ที่ 110 ดอลลาร์สหรับต่อบาร์เรล ส่งผลให้เกิดวิกฤตการณ์การขนส่ง ระหว่างค่าขนส่งผนวกกับราคาน้ำมัน ทำให้ต้นทุนของราคาน้ำมันทะลุขึ้นไปถึงประมาณ 60 บาทต่อลิตร
สำหรับเทศกาลสงกรานต์ปีนี้จากการสำรวจพบว่า ส่วนใหญ่จะชะลอการใช้จ่ายมากขึ้น จากปัจจัยน้ำมันแพง เพราะราคาสินค้าก็จะแพงขึ้น เห็นชัดเจนว่าคนใช้จ่ายลดลง ออกไปท่องเที่ยวน้อยลง
อย่างไรก็ตามปริมาณการใช้จ่ายในช่วงสงกรานต์เงียบเหงากว่าปีก่อน มีเงินสะพัดในระบบ 129,649 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 3.7% ต่ำสุดในรอบ 4 ปี นับจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน
เมื่อถามถึงแผนการเดินทางในช่วงสงกรานต์ คนส่วนใหญ่จะเที่ยวในจังหวัดตัวเอง 56.6% เที่ยวในประเทศ 5.5% กลับบ้านและวาแผนเที่ยว 4.2% และเที่ยวต่างประเทศ 0.7% ขณะที่การวางแผนการใช้จ่าย คนส่วนใหญ่ใช้จ่ายเท่าเดิม42.7% ใช้จ่ายลดลง36.5% ซึ่งเป็นอัตราที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อน และ ใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 20.8%
ทั้งนี้สาเหตุที่ใช้จ่ายลดลงเนื่องจากน้ำมันมีราคาแพง สินค้าและบริการราคาแพง ค่าครองชีพสูง ได้รับผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง มีหนี้เพิ่มขึ้น และฉลองแบบประหยัดเป็นต้น
อย่างไรก็ตาม ผลการสำรวจชี้ว่าคนไทยมีปัญหาความกังวลในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยปัญหาที่กังวลมากที่สุดคือ ราคาน้ำมันแพง ราคาสินค้าและบริการเพิ่มขึ้น การจราจรติดขัด และการลวนลามทางเพศ เป็นต้น โดยต้องติดตามนักท่องเที่ยวต่างชาติว่าจะเข้ามาเที่ยวในช่วงสงกรานต์มากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจาก มาเลเซีย จีน และยุโรป