โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทรัมป์ระบุเป้าหมายทางทหารของสหรัฐฯ ในอิหร่าน ‘ใกล้เสร็จแล้ว’ สงครามจะจบ ‘ในไม่ช้า’

ไทยพับลิก้า

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 02 เม.ย. เวลา 12.01 น.
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แถลงต่อประชาชนครั้งแรก เพื่อรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับความสำเร็จของสหรัฐฯวันที่ 1 เม.ย. 2569 ที่มาภาพ:เพจ The White House

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ใช้ประเด็นเดิม ๆ ที่คุ้นเคยในการแถลงต่อคนในชาติครั้งแรกเกี่ยวกับสงครามอิหร่าน โดยบอกกับชาวอเมริกันว่าสงครามนี้ “ใกล้จะเสร็จสิ้นแล้ว” แต่ไม่ได้ระบุเวลาที่ชัดเจน และคาดการณ์ว่าจะใช้เวลาดำเนินการต่ออีกประมาณ 2 ถึง 3 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ส่งสัญญาณว่าสหรัฐฯ พร้อมที่จะยกระดับการตอบโต้ทางทหารให้รุนแรงยิ่งขึ้นในช่วงเวลาที่เหลือ และขู่ว่าจะทำให้ประเทศอิหร่าน “กลับไปสู่ยุคหิน”

เวลา 21.00 น. วันที่ 1 เมษายน 2569 ตามเวลาสหรัฐหรือ 8.00 น.วันที่ 2 เมษายน 2569 ตามเวลาในประเทศไทย ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เริ่มกล่าวสุนทรพจน์เพื่อรายงานความคืบหน้าให้ประชาชนทราบเกี่ยวกับความสำเร็จของสหรัฐฯ ในการบรรลุเป้าหมายตามที่เขาตั้งไว้ในสงครามกับอิหร่าน

  • เริ่มการแถลงการณ์ด้วยชัยชนะของสหรัฐ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้กล่าวโอ้อวดถึงชัยชนะทางทหารของสหรัฐฯ โดยระบุว่าอิหร่านได้รับความสูญเสียอย่างหนัก ทั้งในส่วนของคณะผู้นำและกองกำลังติดอาวุธที่ถูกโจมตีอย่างรุนแรง ซึ่งการประเมินของทรัมป์ในครั้งนี้เป็นไปในทิศทางเดียวกับความเห็นก่อนหน้านี้ของเขาเกี่ยวกับสงคราม

ในการแถลงการณ์ ณ โถงทางเดินหลัก (Cross Hall) ในทำเนียบขาวเมื่อคืนวันพุธ ทรัมป์กล่าวว่าปฏิบัติการ “Epic Fury” (มหากาพย์แห่งความพิโรธ) ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้ “ขีดความสามารถในการยิงขีปนาวุธและโดรนของอิหร่านลดลงอย่างมหาศาล อีกทั้งโรงงานอาวุธและฐานยิงจรวดต่าง ๆ ก็กำลังถูกบดขยี้จนเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย”

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังระบุอีกว่า “กองทัพเรือของพวกเขาจบสิ้นแล้ว กองทัพอากาศพังพินาศ” และกลุ่มผู้นำของประเทศ “ได้เสียชีวิตลงแล้วในขณะนี้”

ทรัมป์ยังกล่าวอีกว่า กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (Islamic Revolutionary Guard Corps:IRGC) “กำลังถูกกวาดล้างให้สิ้นซากในขณะที่เรากำลังพูดอยู่นี้”

  • อ้างช่วยเหลือพันธมิตร

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์และสมาชิกในรัฐบาลของเขาได้หยิบยกเหตุผลและคำอธิบายมากมายว่าทำไมสหรัฐฯ ถึงได้เข้าร่วมกับอิสราเอลในการเปิดฉากทำสงครามกับอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ โดยในการแถลงต่อคนในชาติครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มสงครามอิหร่าน ทรัมป์กล่าวว่าปฏิบัติการทางทหารครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อช่วงชิงทรัพยากรอันมหาศาลของประเทศนั้น รวมถึงน้ำมัน แต่ทำไปเพื่อช่วยเหลือพันธมิตรของอเมริกา

ทรัมป์ชี้ว่าสงครามอิหร่านเป็นการตอบโต้ความรุนแรงเกือบครึ่งศตวรรษของระบอบอิหร่าน

“ตอนนี้เราพึ่งพาตนเองได้โดยสิ้นเชิง ไม่ต้องง้อตะวันออกกลางอีกต่อไป แต่เรายังอยู่ที่นั่นก็เพื่อช่วยเหลือ” เขากล่าว “เราไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นั่นก็ได้ เราไม่ได้ต้องการน้ำมันของพวกเขา เราไม่ต้องการอะไรก็ตามที่พวกเขามีเลย”

แต่เขากล่าวเสริมว่า “เราอยู่ที่นั่นเพื่อช่วยพันธมิตรของเรา”

  • ไม่มีวันยอมให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์

ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่าสงครามกับอิหร่านเป็นเพียงก้าวล่าสุดในความพยายามที่ดำเนินมายาวนานหลายปี เพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ โดยเรียกความขัดแย้งครั้งนี้ว่า “จำเป็นต่อความปลอดภัยของอเมริกาและความมั่นคงของโลกเสรี”

ทรัมป์กล่าวว่าสงครามครั้งนี้เป็นการตอบโต้ต่อความรุนแรงตลอด 47 ปีของอิหร่านและกลุ่มตัวแทน (proxies) พร้อมยกเหตุการณ์วางระเบิดค่ายทหารนาวิกโยธินเมื่อเกือบ 40 ปีก่อน และเหตุระเบิดเรือ USS Cole ในปี 2000 เป็นตัวอย่าง

“หากผู้ก่อการร้ายเหล่านี้มีอาวุธนิวเคลียร์ มันจะเป็นภัยคุกคามที่ยอมรับไม่ได้” เขากล่าว “ระบอบที่ใช้ความรุนแรงและอันธพาลที่สุดในโลกจะสามารถเดินหน้าปฏิบัติการก่อการร้าย บีบบังคับ ยึดครอง และสังหารหมู่ ภายใต้เกราะป้องกันของอาวุธนิวเคลียร์”

ทรัมป์ยังใช้ช่วงต้นของสุนทรพจน์วิจารณ์ผู้นำสหรัฐฯ คนก่อนหน้า โดยระบุว่าประธานาธิบดีในอดีตควร “จัดการ” กับระบอบอิหร่านตั้งแต่ก่อนที่เขาจะเข้ารับตำแหน่ง

ทรัมป์ระบุว่าตั้งแต่เริ่มต้นเส้นทางสายการเมือง เขาได้ “ให้คำมั่นสัญญา” ว่าจะ “ไม่มีวันยอมให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์ได้เป็นอันขาด” พร้อมทั้งบรรยายถึงการโจมตีหลายครั้งที่นำโดย “ระบอบการปกครองที่คลั่งลัทธิ” ของอิหร่าน เพื่อเป็นเหตุผลอันชอบธรรมในการทำสงคราม

“การปล่อยให้ผู้ก่อการร้ายเหล่านี้มีอาวุธนิวเคลียร์ถือเป็นภัยคุกคามที่ไม่อาจยอมรับได้ ระบอบการปกครองที่รุนแรงและป่าเถื่อนที่สุดในโลกจะสามารถดำเนินแผนการก่อการร้าย บีบบังคับ รุกราน และสังหารหมู่ผู้คนได้อย่างย่ามใจภายใต้โล่นิวเคลียร์” ทรัมป์กล่าว

เขากล่าวต่อว่า “ผมจะไม่มีวันยอมให้สิ่งนั้นเกิดขึ้น และประธานาธิบดีคนก่อน ๆ ของเราก็ไม่ควรยอมเช่นกัน สถานการณ์นี้ยืดเยื้อมานานถึง 47 ปี และมันควรจะถูกจัดการไปตั้งนานก่อนที่ผมจะเข้ารับตำแหน่งด้วยซ้ำ”

ประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกันกล่าวว่า สถานที่ตั้งทางนิวเคลียร์ต่าง ๆ ของอิหร่านกำลังอยู่ภายใต้ “การเฝ้าระวังและควบคุมผ่านดาวเทียมอย่างเข้มงวด” โดยสหรัฐฯ ในขณะที่ทั้งกองกำลังอิสราเอลและอเมริกาได้โจมตีเป้าหมายในพื้นที่ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ทั้งในช่วงเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว และล่าสุดในช่วงเดือนที่ผ่านมา

แม้จะเคยกล่าวว่าการโจมตีร่วมกันเมื่อช่วงฤดูร้อนปีที่แล้วได้ “กวาดล้าง” โปรแกรมนิวเคลียร์ของสาธารณรัฐอิสลามจนหมดสิ้นไปแล้ว แต่ทรัมป์กลับให้ข้อมูลที่ขัดแย้งกันเองเกี่ยวกับสถานะความเคลื่อนไหวของรัฐบาลเตหะรานในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา

“ถ้าเราเห็นพวกเขาขยับตัว หรือแม้แต่คิดจะเริ่มขยับ เราจะถล่มพวกเขาด้วยขีปนาวุธอย่างรุนแรงอีกครั้ง” ทรัมป์กล่าว

  • ให้เหตุผลทำสงครามอิหร่าน

ทรัมป์ยกย่องศักยภาพของกองทัพสหรัฐฯ ว่า“ไม่มีใครหยุดยั้งได้” ในสงครามกับอิหร่าน โดยกล่าวกับชาวอเมริกันในการแถลงผ่านโทรทัศน์ช่วงไพรม์ไทม์ว่า ความขัดแย้งซึ่งกำลังเข้าสู่เดือนที่สอง จะยุติลง “ในไม่ช้า” แม้จะไม่ได้ระบุกรอบเวลาที่ชัดเจน

คำปราศรัยซึ่งเกิดขึ้นในวันที่ 32 ของสงคราม และถูกวางกรอบเป็นการอัปเดตสถานการณ์ปฏิบัติการ ถือเป็นการอธิบายเหตุผลของความขัดแย้งต่อสาธารณะอย่างชัดเจนที่สุดครั้งหนึ่ง โดยทรัมป์ยืนยันว่าปฏิบัติการดังกล่าวมีความจำเป็นต่อความมั่นคงของโลกเสรี พร้อมทั้งวางกรอบตัวชี้วัดความสำเร็จของสหรัฐฯ

“จากความคืบหน้าที่เราทำได้ ผมสามารถบอกได้ในคืนนี้ว่า เรากำลังอยู่ในเส้นทางที่ถูกต้อง และประเทศนั้นถูกทำลายอย่างหนักจนแทบไม่เป็นภัยคุกคามอีกต่อไปแล้ว” ทรัมป์กล่าว “นี่คือการลงทุนเพื่ออนาคตของลูกหลานของคุณ โลกทั้งโลกกำลังจับตาดูอยู่”

อย่างไรก็ตาม เขาระบุว่าสงครามจะดำเนินต่อไปจนกว่าจะบรรลุเป้าหมายทางทหาร “อย่างสมบูรณ์”

“ในไม่ช้า เราจะโจมตีพวกเขาอย่างหนักมาก” เขากล่าว “ภายใน 2–3 สัปดาห์ข้างหน้า เราจะทำให้พวกเขาย้อนกลับไปสู่ยุคหิน ขณะเดียวกัน การเจรจาก็ยังคงดำเนินอยู่”

  • กองทัพสหรัฐฯ จะ “ปิดจ็อบ” ในอิหร่านเร็ว ๆ นี้ สงครามใกล้จบ

ทรัมป์ระบุว่า สงครามอิหร่าน “ใกล้ยุติ” โดยคาดว่าจะใช้เวลาอีกเพียง 2–3 สัปดาห์

ทรัมป์ระบุว่าสหรัฐฯ กำลัง “ใกล้จะบรรลุภารกิจ” ตามวัตถุประสงค์ทางยุทธศาสตร์ในอิหร่าน อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้ให้รายละเอียดที่ชัดเจนว่าเกณฑ์ใดที่จะทำให้เขาถือว่าวัตถุประสงค์เหล่านั้นเสร็จสิ้นสมบูรณ์อย่างเป็นทางการ

ประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวว่า สงครามกับอิหร่านกำลัง “ใกล้จะเสร็จสิ้น” พร้อมประเมินว่าสหรัฐฯ จะยังมีบทบาทในความขัดแย้งต่อไปอีกประมาณ 2–3 สัปดาห์

“ในคืนนี้ ผมยินดีที่จะกล่าวว่า เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์หลักเหล่านี้กำลังใกล้จะบรรลุผลแล้ว” ทรัมป์กล่าวในการแถลงต่อประชาชน

“เราได้ทำทั้งหมดแล้ว กองทัพเรือของพวกเขาถูกทำลาย กองทัพอากาศของพวกเขาถูกทำลาย ขีปนาวุธของพวกเขาแทบจะถูกใช้หมดหรือถูกทำลายไปแล้ว เมื่อรวมกันแล้ว ปฏิบัติการเหล่านี้จะทำลายขีดความสามารถทางทหารของอิหร่าน บดขยี้ความสามารถในการสนับสนุนกลุ่มตัวแทนก่อการร้าย และทำให้พวกเขาไม่สามารถพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ได้” ทรัมป์กล่าว

ประธานาธิบดีได้ไล่เลียงลำดับเวลาการมีส่วนร่วมของสหรัฐฯ ในความขัดแย้งครั้งก่อนๆ เพื่อขอให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวอเมริกันอดทนรอ

“สงครามโลกครั้งที่ 1 กินเวลา 1 ปี 7 เดือน กับอีก 5 วัน” เขากล่าว “สงครามโลกครั้งที่ 2 กินเวลา 3 ปี 8 เดือน กับอีก 25 วัน” นอกจากนี้เขายังกล่าวอ้างถึงสงครามเกาหลี เวียดนาม และอิรัก โดยชี้ว่าสหรัฐฯ ต้องผูกพันกับสงครามเวียดนามนานเกือบ 20 ปี

เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว ทรัมป์ระบุว่าปฏิบัติการในอิหร่านกินเวลาเพียง 32 วัน และเป็นไปอย่าง “ทรงพลังและชาญฉลาดมาก” จนทำให้ “หนึ่งในประเทศที่ทรงอำนาจที่สุด” นั้น “ไม่ถือว่าเป็นภัยคุกคามอีกต่อไปแล้วจริงๆ”

อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจล่าสุดจาก AP-NORC พบว่า ผู้ใหญ่ชาวอเมริกัน 6 ใน 10 คน เห็นว่าการกระทำของทรัมป์ในอิหร่านนั้น “เกินกว่าเหตุ”

ในสัปดาห์นี้มีการเพิ่มกำลังพลของสหรัฐฯ อีกหลายพันนายที่ถูกส่งไปยังตะวันออกกลาง แต่กลับไม่มีการพูดถึงพวกเขาเลย รวมถึงทหารอีกหลายพันนายที่ได้เริ่มเดินทางไปถึงที่นั่นแล้วก่อนหน้านี้

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังไม่ได้กล่าวถึง NATO โดยตรง ซึ่งก่อนหน้านี้เขาเคยแสดงท่าทีโกรธเคืองต่อเหล่าสมาชิกที่ปฏิเสธจะให้ความช่วยเหลือในการรักษาความปลอดภัยบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ

ในช่วงเช้าวันพุธ ทรัมป์กล่าวว่าเขากำลัง “พิจารณาอย่างจริงจัง” ที่จะถอนสหรัฐฯ ออกจากสมาชิก NATO ซึ่งเป็นการยกระดับการวิพากษ์วิจารณ์บรรดาผู้นำยุโรปให้รุนแรงขึ้น

  • โทษอิหร่านต้นเหตุน้ำมันแพง

สงครามในครั้งนี้ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากอิหร่านได้สั่งปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งช่องแคบนี้เป็นเส้นทางน้ำแคบ ๆ ระหว่างอิหร่านและโอมาน และเป็นเส้นทางผ่านของน้ำมันประมาณ 1 ใน 5 ของโลก

ในคืนวันพุธ ทรัมป์กล่าวว่าชาวอเมริกัน “ไม่จำเป็นต้องพึ่งพา” ช่องแคบนี้ และประเทศอื่น ๆ ที่จำเป็นต้องใช้นั้น “จะต้องเข้าไปยึดกุมและรักษาดูแลมันเอาเอง”

ทรัมป์กล่าวโทษอิหร่านว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น โดยระบุว่าค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นนี้เป็นเพียงเรื่อง “ระยะสั้น” เท่านั้น

“ชาวอเมริกันจำนวนมากกังวลที่เห็นราคาน้ำมันเบนซินในประเทศพุ่งสูงขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ การเพิ่มขึ้นในระยะสั้นนี้เป็นผลมาจากระบอบการปกครองของอิหร่านที่เปิดฉากโจมตีอย่างบ้าคลั่งต่อเรือบรรทุกน้ำมันเชิงพาณิชย์และประเทศเพื่อนบ้านที่ไม่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งนี้เลย” เขากล่าว

เขากล่าวต่อว่า “นี่เป็นข้อพิสูจน์อีกประการหนึ่งว่า เราจะไม่มีวันไว้วางใจให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ได้”

ทั้งนี้ ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญนับตั้งแต่ปฏิบัติการ “Epic Fury” เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์

  • ย้ำสหรัฐมีน้ำมันเหลือเฟือ

ทรัมป์ย้ำว่าชาวอเมริกัน “มีก๊าซและน้ำมันเหลือเฟือ” ท่ามกลางภาวะราคาน้ำมันพุ่งสูง

ทรัมป์พยายามลดความกังวลของประชาชนเกี่ยวกับราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นในขณะที่สงครามยังคงดำเนินต่อไป ด้วยการตอกย้ำมุมมองของเขาที่มีต่อความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ภายใต้การนำของเขา

ทรัมป์ชี้ว่าสหรัฐฯ มีคลังเชื้อเพลิงสำรองของตัวเองอย่างมหาศาล อันเป็นผลมาจากแนวคิด “Drill, baby, drill” (ขุดเลยพวกเรา ขุดเลย) ที่เน้นการผลิตน้ำมันภายในประเทศ โดยทรัมป์ระบุว่าปัจจุบันสหรัฐฯ ผลิตน้ำมันและก๊าซได้มากกว่าซาอุดีอาระเบียและรัสเซียรวมกันเสียอีก

สหรัฐอเมริกาครองตำแหน่งผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลกในปี 2568 โดยมีกำลังการผลิตมากกว่า 13 ล้านบาร์เรลต่อวัน ขณะที่รัสเซียและซาอุดีอาระเบียรั้งอันดับสองและสามตามลำดับ ด้วยกำลังการผลิตมากกว่า 9.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ตามข้อมูลจากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ (EIA)

ในสัปดาห์นี้ ราคาน้ำมันในสหรัฐฯ พุ่งสูงทะลุเฉลี่ย 4 ดอลลาร์สหรัฐต่อแกลลอน เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2565 เนื่องจากสงครามในอิหร่านยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันให้ราคาเชื้อเพลิงทั่วโลกสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

  • ไม่กล่าวถึงเส้นตายที่กำหนดให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ทรัมป์ไม่กล่าวถึงเส้นตายที่เขากำหนดให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซหรือแนวทางแก้ไขความปั่นป่วนด้านอุปทาน

ทรัมป์ไม่ได้กล่าวถึงเส้นตายที่ใกล้เข้ามาซึ่งเขาเคยกำหนดให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซ มิฉะนั้นจะต้องเผชิญกับการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานจากกองกำลังสหรัฐฯ

และเขายังไม่ได้เสนอแนวทางที่ชัดเจนในการยุติความปั่นป่วนด้านอุปทานในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งขณะนี้ถูกอิหร่านควบคุมอย่างเข้มงวด จนส่งผลให้ราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก

ทรัมป์ได้กำหนดเส้นตายในช่วงต้นเดือนเมษายนให้เตหะรานเปิดช่องแคบ มิฉะนั้นจะเผชิญกับการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานจากกองกำลังสหรัฐฯ

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่เส้นตายแรกใกล้เข้ามา ทรัมป์กล่าวว่าเขาจะเลื่อนการโจมตีที่ขู่ไว้ไปจนถึงวันที่ 6 เมษายน โดยระบุว่าการเจรจาเพื่อยุติสงคราม “กำลังดำเนินไปได้ด้วยดีมาก” การประกาศดังกล่าวผ่านโซเชียลมีเดียมีขึ้นหลังจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงอย่างหนัก ขณะที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่กลับมาปกคลุมวอลล์สตรีทอีกครั้งเกี่ยวกับโอกาสยุติสงคราม

  • ระบุ ช่องแคบฮอร์มุซจะ “เปิดเองตามธรรมชาติ” หลังสงครามยุติ

ประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวว่า ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งสำคัญนอกชายฝั่งอิหร่าน และยังคงถูกปิดตั้งแต่การโจมตีของสหรัฐฯ ในเดือนกุมภาพันธ์ จะ “เปิดเองตามธรรมชาติ” เมื่อความขัดแย้งสิ้นสุดลง เป็นหการให้มุมมองเชิงบวกต่ออนาคต แม้ราคาน้ำมันยังคงปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง

ทรัมป์ กล่าวว่า พันธมิตรของสหรัฐฯ จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมเรียกร้องให้ “รวบรวมความกล้าที่ยังล่าช้า” และเป็นผู้นำปฏิบัติการเพื่อยึดคืนการควบคุมเส้นทางเดินเรือสำคัญแห่งนี้

“ไปที่ช่องแคบ แล้วก็ยึดมันมา ปกป้องมัน และใช้มันเพื่อประโยชน์ของพวกคุณเอง” ทรัมป์กล่าว

“อิหร่านถูกทำลายลงอย่างหนักแล้ว ส่วนที่ยากได้ผ่านไปแล้ว ดังนั้นสิ่งที่เหลือควรจะง่าย และไม่ว่าอย่างไร เมื่อความขัดแย้งนี้จบลง ช่องแคบก็จะเปิดเองตามธรรมชาติ มันจะเปิดเอง” ทรัมป์กล่าวในการแถลงต่อประชาชน “พวกเขาจะต้องการขายน้ำมัน เพราะนั่นคือสิ่งเดียวที่พวกเขามีเพื่อใช้ฟื้นฟูประเทศ”

“ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกที่ได้รับน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ต้องเป็นผู้ดูแลเส้นทางนี้” ทรัมป์กล่าว “พวกเขาต้องให้ความสำคัญกับมัน”

ขณะเดียวกัน หลังราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในสหรัฐฯ แตะระดับ 4 ดอลลาร์ต่อแกลลอนเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2565 ในช่วงต้นสัปดาห์นี้ ทรัมป์พยายามลดทอนความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น โดยระบุว่าการเปิดช่องแคบอีกครั้ง “จะทำให้การไหลเวียนกลับมา และราคาน้ำมันจะลดลงอย่างรวดเร็ว”

การชี้แนะของทรัมป์ที่ว่าช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดได้เองตามธรรมชาติ กำลังสร้างความกังวลอย่างมากในตะวันออกกลาง

ถ้อยคำที่คิดว่าน่าจะสะดุดใจพันธมิตรของสหรัฐฯ ในภูมิภาคนี้มากที่สุด คือการที่ทรัมป์กล่าวว่าช่องแคบฮอร์มุซจะ “กลับมาเปิดเองตามธรรมชาติ” เมื่อสงครามสิ้นสุดลง ซึ่งมุมมองนี้ไม่สอดคล้องกับความเข้าใจของผู้คนในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย

ก่อนเกิดสงคราม มีเรือราว 110 ลำสัญจรผ่านทุกวัน ทั้งน้ำมันจากอิหร่าน อิรัก ซาอุดีอาระเบีย และก๊าซจากกาตาร์ ล้วนผ่านเส้นทางเดินเรือหลักกลางช่องแคบฮอร์มุซ แต่ปัจจุบันมีเรือเพียงประมาณ 5–10 ลำต่อวันเท่านั้น และเรือเหล่านี้ก็ไม่สามารถเดินเรือผ่านกลางช่องแคบได้อย่างปลอดภัยอีกต่อไป

เรือถูกบีบให้เบี่ยงเข้าไปในน่านน้ำของอิหร่าน ระหว่างหมู่เกาะหลายแห่ง สถานการณ์นี้ถูกเรียกกันว่า “ด่านเก็บค่าผ่านทางเตหะราน” โดยอิหร่านทำการตรวจสอบเรือที่ผ่าน และเรียกเก็บค่าผ่านทางจากบางลำสูงถึง 2 ล้านดอลลาร์ อีกทั้งยังมีสัญญาณชัดเจนว่าอิหร่านต้องการทำให้รูปแบบนี้กลายเป็นระยะยาว แม้สงครามจะยังดำเนินต่อไป

แนวคิดที่ว่าสหรัฐฯ จะถอยออกมา และปล่อยให้อิหร่านควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ โดยหวังว่าอิหร่านจะยอมลดระดับการควบคุมลงเองในที่สุดนั้น กำลังสร้างความวิตกอย่างยิ่งต่อผู้คนในตะวันออกกลาง

อย่างไรก็ตาม ในโพสต์บนโซเชียลมีเดียก่อนการกล่าวสุนทรพจน์ในวันพุธ ทรัมป์ได้เรียกร้องให้อิหร่านยุติการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ มิฉะนั้นสหรัฐฯ จะ “ทิ้งระเบิดจนกลับไปสู่ยุคหิน” ต่อสาธารณรัฐอิสลามแห่งนี้

  • ขู่จะส่งอิหร่าน “กลับสู่ยุคหิน” ด้วยการโจมตีในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

ทรัมป์ได้ข่มขู่ว่าจะมีการโจมตีอิหร่านเพิ่มเติม โดยระบุว่าในช่วง 2 ถึง 3 สัปดาห์ต่อจากนี้ สหรัฐฯ จะ “ทำให้พวกเขากลับไปสู่ยุคหิน ซึ่งเป็นที่ที่พวกเขาควรจะอยู่”

เขากล่าวว่า “ผมได้แสดงจุดยืนชัดเจนตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการ Epic Fury ว่าเราจะดำเนินการต่อไปจนกว่าวัตถุประสงค์ของเราจะบรรลุผลอย่างครบถ้วน และด้วยความคืบหน้าที่มี ผมบอกได้ในคืนนี้ว่า เรากำลังอยู่ในเส้นทางที่จะบรรลุวัตถุประสงค์ทางทหารทั้งหมดของอเมริกาในไม่ช้า… ในเร็ว ๆ นี้อย่างแน่นอน”

“เรากำลังจะโจมตีพวกเขาอย่างหนักหน่วงที่สุดในช่วง 2 ถึง 3 สัปดาห์ข้างหน้า เราจะส่งพวกเขากลับไปสู่ยุคหินที่พวกเขาควรจะอยู่ ในขณะเดียวกัน การเจรจาต่าง ๆ ก็ยังคงดำเนินควบคู่กันไป” เขากล่าวเสริม

อย่างไรก็ตาม ทางฝั่ง อิหร่านได้ออกมาปฏิเสธ ว่าไม่ได้มีการเจรจาใด ๆ กับสหรัฐฯ ตามที่ทรัมป์กล่าวอ้าง

ทรัมป์ได้ข่มขู่ว่าจะโจมตีระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานของอิหร่าน หากทั้งสองฝ่ายไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้

“หากไม่มีข้อตกลงเกิดขึ้น เราจะระดมโจมตีโรงไฟฟ้าทุกแห่งของพวกเขาอย่างหนักหน่วง และอาจจะโจมตีพร้อมกันทั้งหมด” เขากล่าว “ที่ผ่านมาเรายังไม่ได้แตะต้องแหล่งน้ำมันของพวกเขา ทั้งที่เป็นเป้าหมายที่ง่ายที่สุด เพราะนั่นจะทำให้พวกเขาไม่มีแม้แต่โอกาสเล็กน้อยที่จะอยู่รอดหรือฟื้นตัวขึ้นมาใหม่ แต่เราสามารถถล่มมันให้หายไปได้ และพวกเขาจะทำอะไรไม่ได้เลย”

ทั้งนี้ ทรัมป์ไม่ได้ระบุรายละเอียดว่าเงื่อนไขของ “ข้อตกลง” ที่เขาต้องการนั้นมีอะไรบ้าง

  • ทรัมป์เผย การเจรจากับอิหร่านยังเดินหน้า

ทรัมป์ระบุว่า การเจรจายังคงดำเนินอยู่กับผู้นำอิหร่านกลุ่มใหม่ที่เขาเรียกว่า “มีเหตุผลมากขึ้น” ขณะที่เจ้าหน้าที่อิหร่านออกมาปฏิเสธว่าไม่มีการเจรจาที่จริงจังใด ๆ กับสหรัฐฯ

“ในระหว่างนี้ การหารือยังคงดำเนินอยู่ การเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองไม่ใช่เป้าหมายของเรา เราไม่เคยพูดว่า ‘เปลี่ยนระบอบ’ แต่การเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้นแล้ว เพราะผู้นำชุดเดิมของพวกเขาเสียชีวิตทั้งหมด พวกเขาตายหมดแล้ว” เขากล่าว “กลุ่มผู้นำใหม่มีความสุดโต่งน้อยลง และมีเหตุผลมากขึ้นมาก”

  • ฟิวเจอร์สหุ้นร่วง น้ำมันพุ่ง หลังคำปราศรัยของทรัมป์

ขณะที่ทรัมป์กล่าวสุนทรพจน์ต่อประชาชน ตลาดการเงินตอบสนองในเชิงลบต่อแผนสงครามอิหร่านที่เขานำเสนอ

S&P 500 futures ปรับตัวลดลง 0.75% ขณะที่ Nasdaq futures ถูกเทขายร่วง 1% และ Dow futures ดิ่งลงมากกว่า 310 จุด

ด้านราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยน้ำมันดิบสหรัฐฯ (WTI) เพิ่มจากราว 98 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เป็นเกือบ 104 ดอลลาร์ ขณะที่น้ำมันดิบ Brent ซึ่งเป็นเกณฑ์อ้างอิงของตลาดโลก พุ่งจาก 99 ดอลลาร์ เป็น 106 ดอลลาร์

การปรับขึ้นของราคาน้ำมันดังกล่าวจะส่งผ่านไปยังราคาน้ำมันเชื้อเพลิงโดยตรง โดยตั้งแต่สงครามเริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ราคาน้ำมันหน้าปั๊มสำหรับผู้บริโภคในสหรัฐฯ ได้เพิ่มขึ้นจากเฉลี่ย 2.46 ดอลลาร์ต่อแกลลอน เป็นมากกว่า 4 ดอลลาร์ในปัจจุบัน

ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียร่วง เพราะมองว่าทรัมป์สัญญาณเดินหน้าถล่มอิหร่าน หลังประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวในการแถลงต่อประชาชนครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามอิหร่านเริ่มต้นว่า สหรัฐฯ จะยังคงโจมตีอิหร่านอย่างหนัก และปฏิบัติการทางทหารอาจยุติลงได้ในไม่ช้า

ดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นปรับตัวลดลง 1.4% มาอยู่ที่ 53,004.81 จุด ในช่วงเปิดตลาดเอเชียเช้าวันพฤหัสบดี

ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้ร่วงลง 3.4% มาอยู่ที่ 5,292.36 จุด ขณะที่ดัชนี Hang Seng ของฮ่องกงลดลง 0.8% มาอยู่ที่ 25,082.59 จุด

และในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงหลังจากคำปราศรัยของทรัมป์ อิสราเอลระบุว่ากองทัพกำลังดำเนินการสกัดกั้นขีปนาวุธที่ถูกยิงมาจากอิหร่าน ซึ่งนับเป็นการยิงครั้งที่สามของวันพฤหัสบดี

เสียงไซเรนเตือนภัยดังขึ้นทั่วพื้นที่ตอนเหนือของอิสราเอล ตั้งแต่เมืองไฮฟาริมชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ไปจนถึงบริเวณทะเลกาลิลี

เรียบเรียงจาก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...