โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รมว.ยุติธรรม แฉ ‘น้ำมันหายกลางทะเล’ พิรุธขนส่งไปสุราษฎร์ฯ ยันโรงกลั่นไม่เกี่ยว

The Bangkok Insight

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • The Bangkok Insight

รมว.ยุติธรรม แฉ "น้ำมันหายกลางทะเล" 57 ล้านลิตร พิรุธขนส่งไปสุราษฎร์ฯ ยันโรงกลั่นไม่เกี่ยว

พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบความผิดปกติในอุตสาหกรรมพลังงาน พบการหายไปของน้ำมันจำนวนมหาศาลกว่า 57 ล้านลิตร ซึ่งถือเป็นสถานการณ์ที่น่าสงสัยและส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศอย่างรุนแรง ล่าสุดได้สั่งการให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ยกระดับเรื่องนี้เป็นคดีพิเศษ เพื่อเร่งคลี่คลายเงื่อนงำและหาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมายให้ถึงที่สุด

รมว.ยุติธรรม

ที่ผ่านมา กระทรวงยุติธรรมได้แบ่งการทำงานออกเป็น 2 ส่วน คือการตรวจสอบปลายทางที่ปั๊มน้ำมันโดยประสานตำรวจและกรมการปกครอง และการตรวจสอบต้นทางจากโรงกลั่นไปยังคลังน้ำมันโดยดีเอสไอ ซึ่งพบการกระทำผิดมาแล้วในหลายจังหวัด ทั้งอ่างทอง ตาก และนครสวรรค์ รวมถึงการตรวจพบผู้ค้าน้ำมันบางรายมีพฤติกรรมกักตุนสินค้าตามมาตรา 7 และมาตรา 10 ของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

สำหรับกรณีที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี พบความผิดปกติที่ชัดเจนจากการขนส่งทางเรือรวม 96 เที่ยว โดยพบว่ามีน้ำมันออกจากคลังต้นทางทั้งหมด 217 ล้านลิตร แต่เมื่อเรือเดินทางไปถึงคลังปลายทาง 6 แห่งในพื้นที่ กลับมียอดน้ำมันสะสมเพียง 160 ล้านลิตรเท่านั้น หมายความว่ามีน้ำมันหายไประหว่างทางถึง 57 ล้านลิตร ซึ่งทางกระทรวงได้รับเอกสารหลักฐานสำคัญมาตรวจสอบ ทั้งปริมาณคงคลังและข้อมูลระยะเวลาการเดินทางที่นานเกินความจำเป็น

เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างรัดกุม รมว.ยุติธรรม เตรียมตั้งวอร์รูมที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อติดตามข้อมูลน้ำมันแบบเรียลไทม์ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่ยอดการนำเข้าน้ำมันดิบของกรมศุลกากรไปจนถึงมือผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม จากการพิสูจน์ระบบเอกสารและตรวจสอบปริมาณน้ำมันในถังเก็บ ยืนยันได้ว่าฝั่งโรงกลั่นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกักตุนครั้งนี้ โดยน้ำมันที่คงเหลือในถังเป็นเพียงส่วนที่ติดก้นถังซึ่งไม่สามารถดึงออกมาจำหน่ายได้เท่านั้น

ด้านอธิบดีดีเอสไอระบุว่า พฤติการณ์น้ำมันหายนี้อาจเป็นการหายกลางทะเลหรือการลักลอบส่งออก ซึ่งเข้าข่ายการ "ประวิงเวลาการขนส่ง" หรือการกักตุนที่เป็นความผิดตามกฎหมาย เนื่องจากการเดินทางที่ผิดปกติถือเป็นการปฏิเสธหรือชะลอการจำหน่ายสินค้าจำเป็น ซึ่งกระทบต่อความสงบเรียบร้อยและระบบการคลังของรัฐ หลังจากนี้จะมีการเรียกผู้เกี่ยวข้องมาสอบปากคำและบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อขยายผลคดีนี้อย่างเต็มที่

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...