โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“ทรัมป์” พลาดเกมเศรษฐกิจโลก ขณะ “สี จิ้นผิง” เตรียมรับมือไว้ล่วงหน้า

การเงินธนาคาร

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

ความตึงเครียดในตะวันออกกลางและนโยบายกดดันจีนของ "ทรัมป์" กลับส่งแรงสะเทือนต่อเศรษฐกิจโลกอย่างคาดไม่ถึง ขณะ "สี จิ้นผิง" เตรียมรับมือไว้ล่วงหน้าไว้แล้ว

วันที่ 24 เมษายน 2569 เวลา 09.00 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า บรรยากาศฤดูใบไม้ผลิอันสงบของกรุงปักกิ่งกำลังจะเปลี่ยนไปสู่มาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวด เมื่อ โดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมเดินทางเยือนจีนในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมนี้ ซึ่งนับเป็นการเยือนครั้งแรกในรอบเกือบทศวรรษ หากสถานการณ์สงครามอิหร่านไม่ทำให้แผนต้องเลื่อนออกไปอีก

อย่างไรก็ตาม จากมุมมองของจีน ผู้นำสหรัฐจะเดินทางมาด้วยสถานะที่อ่อนแอกว่าครั้งก่อนอย่างมีนัยสำคัญ หลังการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์หลายครั้งส่งผลกระทบในระดับโลก

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์พยายามกดดันจีนด้วยมาตรการภาษีระดับสูง เพื่อปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ แต่จีนตอบโต้ด้วยการจำกัดการส่งออกแร่หายาก (rare earths) ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและอาวุธ จนท้ายที่สุดทั้งสองฝ่ายต้องเข้าสู่ภาวะสงบศึกการค้า

ล่าสุด สหรัฐต้องเผชิญกับความท้าทายที่ใหญ่กว่า เมื่ออิหร่านตอบโต้การโจมตีด้วยการเกือบปิดช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก ส่งผลให้ตลาดพลังงานเกิดความปั่นป่วนรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ และเปลี่ยนสงครามร้อนให้กลายเป็นสงครามเศรษฐกิจ

ผลกระทบดังกล่าวกลับส่งผลดีต่อประเทศที่สหรัฐพยายามจำกัดอิทธิพลมาโดยตลอด โดยราคาน้ำมันที่พุ่งสูงทำให้วอชิงตันต้องผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียและอิหร่านบางส่วน เพื่อรักษาเสถียรภาพอุปทาน

สำหรับสี จิ้นผิง สถานการณ์นี้สะท้อนความถูกต้องของนโยบายพึ่งพาตนเองที่ผลักดันมาอย่างต่อเนื่อง และอาจยกระดับบทบาทของจีนในเวทีโลก

จีนได้เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์วิกฤตล่วงหน้า ทั้งการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียน การสะสมถ่านหิน และการกระจายแหล่งนำเข้าน้ำมัน โดยมีความพึ่งพาตนเองด้านพลังงานราว 80% อีกทั้งยังเป็นผู้นำด้านพลังงานแสงอาทิตย์และรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งช่วยลดผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ผันผวน

ในทางกลับกัน สหรัฐกำลังเผชิญแรงกดดันทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะราคาพลังงานในประเทศที่อาจกระทบการเมืองก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม

แม้รัฐบาลสหรัฐมองว่ายังมีความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ เช่น การควบคุมการส่งออกน้ำมันอิหร่านและเวเนซุเอลา แต่หากสงครามยืดเยื้อ ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอาจย้อนกลับมากดดันจีนเช่นกัน โดยเฉพาะหากอุปสงค์สินค้าลดลง

อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับหลายประเทศในเอเชียที่เริ่มเผชิญข้อจำกัดด้านพลังงาน จีนยังคงสามารถดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้ตามปกติ

นักวิเคราะห์ มองว่าความขัดแย้งครั้งนี้ยังเปิดโอกาสให้จีนขยายอิทธิพลในอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด ซึ่งกำลังได้รับความสนใจมากขึ้นจากประเทศต่าง ๆ ที่ต้องการลดความเสี่ยงจากวิกฤตพลังงาน

ขณะเดียวกันจีนยังใช้เครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์อื่น เช่น การควบคุมการส่งออกแร่หายาก ซึ่งแม้มีมูลค่าเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับการค้ารวม แต่สามารถสร้างแรงกดดันได้สูง

ในอีกด้านหนึ่ง อิหร่านได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของสงครามไม่สมมาตร ผ่านการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการส่งออกพลังงานโลก ขณะเดียวกันยังมีสัญญาณของการลดการพึ่งพาดอลลาร์ เช่น การรับชำระเงินผ่านเงินหยวนหรือสกุลเงินดิจิทัล

บทเรียนสำคัญสำหรับจีน คือ แม้การใช้กำลังทหารอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด แต่การใช้เครื่องมือเศรษฐกิจและการเมืองสามารถสร้างอิทธิพลได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในประเด็นอ่อนไหวอย่างไต้หวัน

ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของดุลอำนาจโลก การเยือนจีนของทรัมป์ครั้งนี้จึงอาจไม่ใช่เพียงการทูตตามปกติ แต่เป็นสัญญาณสะท้อนว่าเกมอำนาจโลก กำลังเปลี่ยนทิศทางไปอย่างมีนัยสำคัญ โดยจีนเริ่มมีบทบาทกำหนดเงื่อนไขมากขึ้นในเวทีระหว่างประเทศ

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...