เวลเลนส์เปิดฉากอัดลูกทีม! กุนซือเริ่มหมดความอดทนกับนักเตะ
ริชี่ เวลเลนส์ กุนซือเลย์ตัน โอเรียนท์ กลายเป็นประเด็นใหญ่หลังให้สัมภาษณ์แบบไม่ไว้หน้าลูกทีม หลังเกมเสมอเบอร์ตัน 2-2 เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดย Football365 วิเคราะห์ว่านี่อาจเป็นสัญญาณของยุคที่ผู้จัดการทีมเริ่มไม่ยอมเป็น “โล่กำบัง” ให้นักเตะอีกต่อไป
เกมดังกล่าวทำให้โอเรียนท์รอดตกชั้นในลีก วันได้สำเร็จจากผลการแข่งขันคู่อื่นประกอบกัน แต่เวลเลนส์ไม่ได้อยู่ในอารมณ์ฉลอง เขาตำหนิลูกทีมอย่างหนักตลอดการให้สัมภาษณ์ราว 7 นาที โดยเรียกทีมของตัวเองว่า “อ่อนแอมาก ๆ” วิจารณ์ว่าพวกเขา “เสิร์ฟขยะออกมา” และขอโทษแฟนบอลที่ต้องเสี่ยงทำลายความสัมพันธ์กับพวกเขาเพื่อปกป้องนักเตะที่ “ทำให้เสียเวลาไปหนึ่งปี” ในอาชีพผู้จัดการทีมของเขา
เวลเลนส์ยังกล่าวถึงนักเตะบางส่วนว่าเป็นพวก “ยึกยักโอ้เอ้” พร้อมบอกว่าทีมชุดนี้มีคำว่า “ตกชั้นเขียนติดอยู่เต็มตัวเรา” ทั้งที่ฤดูกาลก่อน โอเรียนท์เคยเข้าใกล้การเลื่อนชั้นสู่แชมเปี้ยนชิพ เพียงแค่แพ้ชาร์ลตันในรอบชิงชนะเลิศเพลย์ออฟ
กรณีของเวลเลนส์ไม่ใช่เหตุการณ์โดดเดี่ยว เพราะเมื่อเดือนที่แล้ว ไมเคิล ดัฟฟ์ กุนซือวีคอมบ์ ก็พูดตรง ๆ ว่าลูกทีมของเขาเสียเวลาในฤดูกาลนี้ พร้อมระบุว่า “ผมรู้ว่าห้องแต่งตัวควรมีกลิ่นและความรู้สึกแบบไหน และเราไม่มีสิ่งนั้น”
ตามปกติแล้ว ผู้จัดการทีมมักถูกคาดหวังให้ปกป้องนักเตะ เก็บคำวิจารณ์ไว้ภายใน และรับแรงกดดันแทนทีม แต่เสียงสะท้อนจากกุนซือหลายคนเริ่มชี้ว่าความอดทนกำลังหมดลง โดยเฉพาะเมื่อผู้เล่นบางคนไม่สามารถหรือไม่เต็มใจทำหน้าที่พื้นฐานของตัวเองให้ครบถ้วน
ในยุคที่อำนาจของผู้จัดการทีมลดลง หลายสโมสรมีฝ่ายสรรหา ผู้อำนวยการฟุตบอล หรือโครงสร้างบริหารเข้ามากำหนดทิศทางมากขึ้น แต่คนที่ถูกตัดสินก่อนใครยังคงเป็นกุนซือ โดยเฉพาะในลีก วันและลีก ทู ที่สโมสรต้องพึ่งพาการเสริมทัพและนักเตะยืมตัวอย่างหนัก
เวลเลนส์อยู่กับโอเรียนท์มาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2022 และมีเพียงผู้จัดการทีม 4 คนจาก 92 สโมสรในลีกอาชีพอังกฤษที่คุมทีมปัจจุบันนานกว่าเขา ตัวเลขนี้สะท้อนชัดว่ากุนซือมักถูกมองว่าเปลี่ยนได้ง่ายกว่านักเตะ แม้แต่นักเตะสัญญาสั้นหรือนักเตะยืมตัวก็อาจไม่ได้รู้สึกผูกพันกับผู้จัดการทีมเท่าที่ควร
ประเด็นใหญ่จึงไม่ใช่แค่คำพูดดุเดือดของเวลเลนส์ แต่คือคำถามว่าผู้จัดการทีมควรต้องเอาชื่อเสียงของตัวเองไปปกป้องนักเตะที่ไม่ตอบแทนความรับผิดชอบหรือไม่ หากสมดุลนี้ยังไม่เปลี่ยน แฟนบอลอาจได้เห็นกุนซือออกมาพูดความจริงต่อหน้าสาธารณะมากขึ้นเรื่อย ๆ.