โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ไล่ล่าระทึกแรงงานเถื่อน ใช้รถ 10 คันลำเลียง 145 คน เตรียมส่งต่อเข้ากทม. รับค่าจ้างหัวละ 2 หมื่น

MATICHON ONLINE

อัพเดต 40 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ตร.ทางหลวงพิษณุโลก สนธิกำลังฝ่ายความมั่นคงไล่ล่าระทึกขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมา หลังพบใช้รถยนต์ 10 คัน ลำเลียงแรงงานผ่านเส้นทางสาย 11 เตรียมพักถ่ายส่งต่อเข้ากรุงเทพฯ สุดท้ายรวบได้รวม 145 ราย กลางพื้นที่ อ.พรหมพิราม เจ้าหน้าที่เร่งขยายผลเครือข่ายนายหน้าข้ามชาติ

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 8 พฤษภาคม ที่ สภ.พรหมพิราม อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ภายใต้การอำนวยการของ นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พลตรีอภิชัย ทองธรรมชาติ ผู้บังคับการหน่วยข่าวกรองทางทหาร พร้อมหน่วยข่าวกรองทางทหาร ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิษณุโลก ป้องกันจังหวัดพิษณุโลก กก.ตชด.31 ร้อย ตชด.315 พ.ต.อ.สาธิต สมานภาพ ผู้กำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจทางหลวง พร้อมเจ้าหน้าที่สถานีตำรวจทางหลวง 3 กองกำกับการ 5 พิษณุโลก พ.ต.อ.สาธิต ตรีเทพา ผู้กำกับการ สภ.พรหมพิราม และกำลัง ร้อย.อส.จ.พล.2 ร่วมกันเปิดปฏิบัติการสกัดจับขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมารายใหญ่ บนถนนสายพิษณุโลก–อุตรดิตถ์ สามารถควบคุมตัวแรงงานต่างด้าวได้รวม 145 ราย พร้อมรถยนต์ 10 คัน หลังพบใช้จังหวัดพิษณุโลกเป็นจุดพักและเปลี่ยนถ่ายรถ ก่อนกระจายส่งต่อไปยังพื้นที่ภาคกลางและกรุงเทพมหานคร

เหตุการณ์เริ่มขึ้นช่วงค่ำวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงพิษณุโลก ตั้งจุดตรวจจุดสกัดบริเวณหน้าหน่วยบริการตำรวจทางหลวงบ้านป่า ถนนทางหลวงหมายเลข 11 ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 255-256 พื้นที่ ต.ทับยายเชียง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก หลังได้รับข้อมูลจากฝ่ายข่าวกรองว่าจะมีขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวผ่านเข้าพื้นที่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่พบรถกระบะต้องสงสัย 3 คัน ขนแรงงานต่างด้าวนั่งอัดแน่นอยู่ท้ายรถรวมประมาณ 50 คน แต่เมื่อรถนำขบวนเห็นเจ้าหน้าที่ ได้รีบกลับรถหลบหนีมุ่งหน้าไปทางพื้นที่ อ.พรหมพิราม เจ้าหน้าที่จึงไล่ติดตามอย่างกระชั้นชิด ก่อนที่รถบางส่วนจะพยายามแตกกระจายหลบหนีเข้าป่าและกลางทุ่งนา เพื่อหลีกเลี่ยงการจับกุม

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังร่วมกันทั้งตำรวจทางหลวง ตชด.31 ฝ่ายปกครอง กอ.รมน. และหน่วยข่าวกรองทางทหาร ปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่อย่างต่อเนื่อง กระทั่งพบว่ามีรถขนแรงงานต่างด้าวทยอยเดินทางจากด่านแม่สาย จ.เชียงราย เข้ามาเพิ่มเติมรวมทั้งหมด 10 คัน โดยใช้เส้นทางสายเหนือเข้าสู่พื้นที่จังหวัดพิษณุโลก เพื่อรอเปลี่ยนถ่ายรถส่งต่อไปยังพื้นที่ชั้นในเจ้าหน้าที่ใช้เวลาตลอดทั้งคืนในการติดตามค้นหาแรงงานต่างด้าวที่หลบหนีตามป่าและทุ่งนา กระทั่งช่วงเช้าวันที่ 8 พฤษภาคม เวลา 08.00 น. สามารถควบคุมตัวได้แล้วกว่า 110 ราย ก่อนขยายผลติดตามเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง

ต่อมาเวลา 10.30 น. เจ้าหน้าที่ได้นำตัวแรงงานต่างด้าวทั้งหมดมาควบคุมไว้ที่ สภ.พรหมพิราม เพื่อทำประวัติและสอบสวน โดยพบว่ามีแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมารวมทั้งสิ้น 145 ราย อายุระหว่าง 18-23 ปี ทั้งหมดเดินทางเข้ามาทางด่านแม่สาย จังหวัดเชียงราย และมีบัตรผ่านแดนชั่วคราวติดตัว

จากการตรวจสอบพบว่า รถที่ใช้ขนแรงงานทั้งหมดเป็นรถป้ายทะเบียนไทย จำนวน 10 คัน ส่วนใหญ่เป็นป้ายทะเบียนจังหวัดเชียงราย นอกจากนี้ยังพบป้ายทะเบียนจังหวัดพะเยาและบุรีรัมย์ โดยคนขับรถทั้งหมดเป็นชาวเมียนมา แรงงานต่างด้าวที่ทำหน้าที่ขับรถและสามารถพูดภาษาไทยได้ ให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า กลุ่มแรงงานทั้งหมดจะเข้ามาพักในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกก่อน จากนั้นจะมีนายหน้าคอยส่งโลเคชั่นหรือพิกัดปลายทาง เพื่อเปลี่ยนถ่ายขึ้นรถอีกชุด เดินทางต่อไปยังจังหวัดต่าง ๆ ในภาคกลางและกรุงเทพมหานคร โดยไม่ทราบปลายทางที่แน่ชัดล่วงหน้า

ขณะที่ผู้ต้องหาบางรายรับสารภาพว่า ได้รับค่าจ้างในการขนแรงงานต่างด้าวหัวละประมาณ 20,000 บาท ส่วนคนขับรถบางรายอ้างว่า รับจ้างขนคนจากแม่สายมายังพิษณุโลกเท่านั้น และไม่ทราบรายละเอียดเครือข่ายที่เหลือ

ล่าสุด เจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 6 อยู่ระหว่างตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของคนขับรถทั้งหมด เพื่อขยายผลหาเส้นทางการเงิน จุดหมายปลายทาง รวมทั้งตรวจสอบความเชื่อมโยงของเครือข่ายนายหน้าขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย ซึ่งเชื่อว่ามีการทำกันเป็นขบวนการใหญ่ และใช้จังหวัดพิษณุโลกเป็นจุดพักกระจายแรงงานเข้าสู่พื้นที่เศรษฐกิจชั้นในของประเทศ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ไล่ล่าระทึกแรงงานเถื่อน ใช้รถ 10 คันลำเลียง 145 คน เตรียมส่งต่อเข้ากทม. รับค่าจ้างหัวละ 2 หมื่น

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...