โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

UFS เร่งเครื่องตลาดอาหารไทยโต 7% เปิดแผนบุกอีสานครั้งใหญ่

The Better

อัพเดต 14 พ.ค. เวลา 09.11 น. • เผยแพร่ 14 พ.ค. เวลา 09.08 น. • THE BETTER
ยูนิลีเวอร์ ฟู้ด โซลูชั่นส์ เปิดแผนธุรกิจปี 69 ประกาศยกระดับบทบาทสู่พาร์ทเนอร์ผู้ประกอบการร้านอาหารไทย พร้อมเปิดตัว “คนอร์ อร่อยชัวร์ รสหมู สูตรใหม่” ภายใต้คอนเซปต์เข้มข้นคูณ 2

ยูนิลีเวอร์ ฟู้ด โซลูชั่นส์ (Unilever Food Solutions : UFS) ประเทศไทย ประกาศทิศทางการดำเนินธุรกิจปี 2569 พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ เดินหน้ายกระดับผู้ประกอบการร้านอาหารไทย ภายใต้แนวคิดการเป็น “พาร์ทเนอร์” ที่มากกว่าการเป็นเพียงผู้จำหน่ายวัตถุดิบ มุ่งสนับสนุนผู้ประกอบการให้สามารถรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจ ต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น การแข่งขันที่รุนแรง และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

นางสาวสุรีรัตน์ ลีลาศิริวณิชย์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด ประจำประเทศไทยและกัมพูชา เปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการร้านอาหารไทยต้องเผชิญแรงกดดันจากหลายปัจจัย ทั้งต้นทุนราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งและสงครามในหลายพื้นที่ การแข่งขันในตลาดร้านอาหารที่เข้มข้นขึ้น รวมถึงผู้บริโภคที่มีความคาดหวังสูงขึ้นต่อทั้งคุณภาพสินค้าและการบริการ

ด้วยเหตุนี้ ผู้ประกอบการในยุคปัจจุบันจึงไม่ได้มองหาสินค้าที่ตอบโจทย์เพียงเรื่องรสชาติอีกต่อไป แต่ต้องการโซลูชันที่สามารถช่วยบริหารจัดการธุรกิจได้จริง ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมต้นทุน การประหยัดเวลา การรักษามาตรฐานรสชาติให้คงที่ และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในครัว

ภายใต้เครือยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย มีการดำเนินธุรกิจในหลากหลายกลุ่มผลิตภัณฑ์ ทั้งกลุ่ม Beauty & Wellbeing, Personal Care, Home Care และ Nutrition ซึ่งในกลุ่ม Nutrition นั้น UFS เป็นผู้ดูแลธุรกิจหลัก โดยทำงานร่วมกับผู้ประกอบการในหลากหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารขนาดเล็ก กลาง และใหญ่ กลุ่ม Quick Service Restaurant (QSR) โรงแรม ธุรกิจโฮเทล โรงงานอุตสาหกรรมอาหาร ตลอดจนผู้ผลิตสินค้าอาหารพร้อมรับประทาน (Ready to Eat) ที่วางจำหน่ายผ่านช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่ เช่น เซเว่น-อีเลฟเว่น

ปัจจุบัน UFS บริหารพอร์ตสินค้าหลักภายใต้ 2 แบรนด์สำคัญ ได้แก่ “คนอร์” และ “เฮลแมนส์ (Best Foods)” โดยบริษัทระบุชัดเจนว่า ไม่ต้องการเป็นเพียง Supplier แต่ต้องการเป็น “Business Partner” ที่ช่วยผู้ประกอบการเติบโตอย่างยั่งยืน

นอกเหนือจากตัวผลิตภัณฑ์แล้ว UFS ยังพัฒนาการสนับสนุนผู้ประกอบการผ่านหลากหลายมิติ ได้แก่ การอัปเดตเทรนด์อาหารใหม่ๆ (Food Trends) เพื่อให้ร้านอาหารสามารถปรับตัวทันต่อความต้องการของผู้บริโภค การสร้างแรงบันดาลใจด้านเมนู (Menu Inspiration) เพื่อช่วยคิดค้นเมนูใหม่ดึงดูดลูกค้า การฝึกอบรมบุคลากรผ่าน UFS Academy เพื่อยกระดับทักษะเชฟและทีมงาน รวมถึงการให้คำปรึกษาด้านบริหารธุรกิจ (Business Solutions) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและผลกำไรให้ร้านอาหาร

สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกของปี 2569 บริษัทระบุว่า UFS ประเทศไทยเติบโตประมาณ 7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กลุ่มลูกค้าร้านอาหาร และโรงงานผลิตอาหารพร้อมจำหน่าย โดยเฉพาะสินค้ากลุ่ม Ready to Eat มีอัตราการเติบโตในระดับ Double Digit สะท้อนถึงศักยภาพตลาดอาหารสำเร็จรูปที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง

ด้านกลยุทธ์การเติบโต บริษัทมองว่าแม้กรุงเทพมหานครและปริมณฑลยังคงเป็นศูนย์กลางสำคัญของตลาดร้านอาหารไทย แต่พื้นที่ที่น่าจับตาในระยะยาวคือ “ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” หรือภาคอีสาน ซึ่งถือเป็น Strategic Growth Area ของบริษัท เนื่องจากมีจำนวนประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของประเทศ และมีเอกลักษณ์ด้านวัฒนธรรมอาหารที่ชัดเจน จึงเป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพสูงต่อการขยายตลาดในอนาคต

ไฮไลต์สำคัญของปีนี้ คือการเปิดตัว “คนอร์ อร่อยชัวร์ รสหมู สูตรใหม่” ภายใต้แนวคิด “เข้มข้นคูณ 2” ซึ่งได้รับการพัฒนาจากอินไซต์ของเชฟและเจ้าของร้านอาหารที่ต้องการเครื่องปรุงรสที่ช่วยให้ทำอาหารได้รวดเร็วขึ้น แต่ยังคงรสชาติที่เข้มข้นถึงเครื่อง

คุณสมบัติเด่นของสูตรใหม่ ประกอบด้วย การเพิ่มปริมาณกระเทียมมากขึ้น 3 เท่า เพิ่มพริกไทยขาว 1.4 เท่า ใช้วัตถุดิบจากเนื้อหมูแท้ ให้กลิ่นหอมและรสชาติอุมามิแบบไทยแท้ อีกทั้งช่วยให้เชฟสามารถใช้ในปริมาณเหมาะสมแต่ให้รสชาติที่เข้มข้นกว่าเดิม โดยยังคงราคาเท่าเดิม ขนาด 800 กรัม ราคาปกติ 75 บาท และจัดโปรโมชั่นช่วงเปิดตัวในราคา 69 บาท

ในด้านการทำตลาด UFS เตรียมใช้งบประมาณและเครื่องมือสื่อสารแบบครบวงจรเป็นครั้งแรก โดยจะมีการใช้โฆษณาทางโทรทัศน์ (TVC) ควบคู่กับสื่อออนไลน์ และกิจกรรมออนกราวด์ เพื่อสร้างการรับรู้ในวงกว้างและเข้าถึงผู้ประกอบการทั่วประเทศ

สำหรับกลยุทธ์เจาะตลาดภาคอีสาน บริษัทเลือกใช้แบรนด์แอมบาสเดอร์ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ ได้แก่ “อี๊ด โปงลางสะออน” ซึ่งเป็นตัวแทนของผู้ประกอบการตัวจริงที่ใช้งานสินค้า และ “เซียนหรั่ง” ตัวแทนของความสนุกสนาน ไลฟ์สไตล์ และการสร้างคอนเนกชันผ่านอาหาร เพื่อสร้างความใกล้ชิดกับผู้บริโภคในภูมิภาค

ขณะที่แผน Route to Market จะเน้นการเข้าถึงผู้ประกอบการโดยตรงผ่านหลายช่องทาง ทั้งการลงพื้นที่ตลาดสดกว่า 200 แห่ง ใน 33 จังหวัดทั่วประเทศ พร้อมกิจกรรมชงชิม การจัด Display Contest ในห้างสรรพสินค้าและร้านค้าพันธมิตร

นอกจากนี้ยังร่วมมือกับแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่อย่าง Grab และ LINE MAN เพื่อส่งตัวอย่างสินค้าและโปรโมชั่นพิเศษตรงถึงมือผู้ประกอบการ รวมถึงการสร้างพาร์ทเนอร์ชิพกับร้านเขียงหมูในตลาดสด เพื่อให้สินค้าสามารถเข้าถึงกลุ่มร้านอาหารได้ทันทีในจังหวะที่ผู้ประกอบการกำลังเลือกซื้อวัตถุดิบหลัก

UFS ย้ำว่าทิศทางธุรกิจในปีนี้จะเดินหน้าสนับสนุนผู้ประกอบการไทยอย่างรอบด้าน ทั้งด้านสินค้า ความรู้ เทคโนโลยี และโซลูชันเชิงธุรกิจ เพื่อช่วยให้ร้านอาหารไทยสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจและการแข่งขันที่รุนแรงในปัจจุบัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...