โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“อัจฉริยะ” นักช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ถูกกล่าวหาในคดีกรรโชกทรัพย์

INN News

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 23 เม.ย. เวลา 05.00 น. • INN News

การจับกุมนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม กับพวก ตามหมายจับของศาลอาญา ในข้อหาร่วมกันกรรโชกทรัพย์ กลายเป็นอีกหนึ่งคดีที่สังคมให้ความสนใจติดตามเป็นอย่างมาก โดยตำรวจกองปราบปราม ติดตามไปควบคุมตัวได้ที่ร้านอาหารย่านริมคลองประปา และคุมตัวไปค้นหาหลักฐานที่บ้านพัก และเชิญตัวมาสอบสวน ที่กองปราบปราม

จุดเริ่มต้นของคดีนี้ นายตำรวจระดับผู้กำกับการ ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง สวนพลู เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ พนักงานสอบสวนกองปราบปราม ถูกกลุ่มบุคคลอ้างมีข้อมูลร้องเรียนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ และจะเปิดโปงขบวนการนำตัวผู้ต้องกักชาวจีนออกจากห้องกักตัวของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองโดยกล่าวหาว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย และอาจมีข้อมูลที่คลาดเคลื่อน ไม่ตรงความเป็นจริง และพยายามกดดันเรียกรับผลประโยชน์ เพื่อแลกกับการไม่เปิดเผยข้อมูลหรือไม่ดำเนินการร้องเรียน

นายตำรวจระดับ ผู้กำกับการ ตม. พร้อมกับ รองผู้บังคับการ ตม.สงขลา ได้เข้าไป พบนายอัจฉริยะ ที่บ้านพัก พื้นที่ สมุทรปราการ เพื่อบอกรายละเอียดเกี่ยวกับ ขบวนการปล่อยผู้ต้องกักชาวจีน ออกจากตม.สวนพลู โดยมีภาพจากกล้องวงจรปิด สามารถบันทึกภาพและเสียงไว้ได้ตลอดการพูดคุย เหตุการณ์เกิดขึ้นในวันที่ 2 ม.ค.

จากนั้น พ.ต.อ.กวินศักดิ์ เพื่อนร่วมรุ่นกับ ผกก.ตม. ทราบเรื่อง ที่ ผู้กำกับการ ตม.เข้าไปพบนายอัจฉริยะที่บ้านพัก จึงอาสาที่จะประสานเจรจา เพื่อไม่ให้นายอัจฉริยะ แฉถึงขบวนการปล่อยผู้ต้องกักชาวจีนดังกล่าว ซึ่งตามรายงานการสอบสวนระบุว่า พ.ต.อ.กวินพงศ์ ผู้ต้องหาที่ 1 มีการประสานในทางข้าง เพื่อหาทางช่วยเหลือ เพื่อนร่วมรุ่น จนกระทั่งมีการเสนอเงิน รวม 2.5 ล้านบาท โดยอ้างว่าจะนำไปมอบให้ นายอัจฉริยะ เพื่อแลกกับการไม่แฉเรื่องดังกล่าว

เงินทั้งหมดจำนวน 2.5 ล้านบาท ถูกรวบรวม และ นำไปมอบให้กับ 2 สามีภรรยา ซึ่งเป็นผู้ต้องหาร่วมในคดีนี้ และมีการนัดหมายกันไปรับเงินที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งย่านเลียบทางด่วนรามอินทรา ในวันที่ 9 มกราคม 2569

จากนั้นในวันที่ 12 มกราคมนายอัจฉริยะ ได้ไลฟ์สด แฉขบวนการดังกล่าว ทำให้ ผกก.ตม. สวนพลู เข้าใจว่า นายอัจฉริยะ ได้รับเงินไปแล้ว แต่ยังออกมาแฉข้อมูลดังกล่าว ที่อาจทำให้ มีผลต่อตำแหน่งหน้าที่การงานและเสื่อมเสียชื่อเสียง จึงมาร้องทุกข์กล่าวโทษ บุคคลที่เกี่ยวข้อง ที่กองบังคับการปราบปราม เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา และตำรวจกองปราบปรามรวบรวมหลักฐานขอศาลออกหมายจับ บุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เมื่อวันที่ 21 เมษายน และติดตามจับกุมตัวไว้ได้ทั้งหมด

22 เม.ย.69 หลังตำรวจสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 6 คน เสร็จสิ้น ได้นำตัวไปฝากขังที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก และศาลให้ประกันตัว โดยตีราคาประกัน ตั้งแต่ 1 แสน- 4 แสนบาท พร้อมวางเงื่อนไข ห้ามข่มขู่พยานยุ่งเกี่ยวพยานหลักฐาน

นายอัจฉริยะ ยืนยันว่า ไม่มีส่วนรู้เห็นกับการเรียกรับเงินและไม่เคยได้รับเงินจํานวน 2.5 ล้านบาทตามที่ถูกกล่าวหา โดยมีพยานหลักฐานพร้อมต่อสู้คดี พร้อมกล่าวสั้นๆ หลังได้รับการประกันตัว ว่า ไม่สามารถให้สัมภาษณ์ถึงรายละเอียดเกี่ยวกับคดีได้เนื่องจากเป็นคำสั่งของศาล ถ้าให้สัมภาษณ์เดี๋ยวถูกถอนประกัน และ ยืนยันว่า ไม่กังวล เพราะไม่ได้ทำอะไรผิด

พ.ต.อ.กวินศักดิ์ กล่าวเปิดใจภายหลังได้รับการประกันตัว โดยยืนยันถึงความบริสุทธิ์ใจของตนเอง พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงในหลายประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ โดยยอมรับว่าส่วนตัวเคยมีปัญหาขัดแย้งกับนายอัจฉริยะ มาก่อนถึง 2 ครั้ง เพราะเคยถูกนายอัจฉริยะ ร้องเรียน รวมถึงถูกตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยร้ายแรง แต่ทุกกรณีตนได้ใช้ข้อเท็จจริงต่อสู้ตามกระบวนการกฎหมาย จนท้ายที่สุดเรื่องก็ยุติลง โดยยืนยันว่าไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดใดๆ และพร้อมพิสูจน์ความจริงในชั้นกระบวนการยุติธรรม

ส่วน สาเหตุที่เข้าไปเกี่ยวข้องในเหตุการณ์ครั้งนี้ เนื่องจาก ผกก.เคน เพื่อนร่วมรุ่น ได้ โทรมาขอคำปรึกษา หลังทราบว่าตนเคยผ่านประสบการณ์การถูกร้องเรียนและสามารถแก้ไขปัญหาได้ จึงให้คำแนะนำในฐานะเพื่อน และด้วยความหวังดี ไม่ได้มีส่วนร่วมในกระบวนการใดๆ ตามที่ถูกกล่าวหา

“ผมยืนยันว่าทุกอย่างที่ทำ เป็นไปตามกฎหมาย และทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่เคยได้รับผลประโยชน์ หรือส่วนแบ่งจากเงิน 2.5 ล้านบาทตามที่ถูกพาดพิง เป้าหมายเดียว คืออยากช่วยเพื่อนให้พ้นปัญหาเท่านั้น”

ทางด้าน พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ย้ำว่าการสืบสวนในคดีนี้ทางตำรวจมีข้อมูลที่มากกว่านี้ที่แถลง เพราะข้อมูลบางอย่างเป็นหลักฐานในการข้อหมายจับ ซึ่งเราพบการกระทำความผิดมากกว่าคดีนี้แน่นอน พร้อมเรียกร้องให้ผู้ที่เคยถูกกลุ่มผู้ต้องหาดังกล่าวเรียกรับเงินในลักษณะกรรโชกทรัพย์ เข้าให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ เพื่อใช้ในการสืบสวนและขยายผลไปยังคดีที่เกี่ยวข้องต่อไป พร้อมยืนยันว่าการดำเนินการครั้งนี้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่การกลั่นแกล้งหรือเอาคืน หรือโกรธแค้น แต่เป็นการบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำผิดโดยอาศัยพยานหลักฐานชัดเจนจากผู้กล่าวหา

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...