โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

วิกฤตมะพร้าวแกง ดิ่งเหลือลูกละ 7 บาท ชาวสวนประจวบฯบุกร้อง อนุทิน กลางร้านอาหาร วอนระงับนำเข้าทันที

MATICHON ONLINE

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

วิกฤตราคามะพร้าวแกงดิ่ง เหลือลูกละ 7 บาท น้ำมันพุ่งซ้ำเติมเกษตรกร ชาวสวนบุกร้อง อนุทิน กลางร้านอาหารประจวบฯ วอนระงับนำเข้าทันที

เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 22 เม.ย.69 ที่ผ่านมา สถานการณ์เศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์กำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน หลังราคาน้ำมันเชื้อเพลิงปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง สวนทางกับราคาผลผลิตทางการเกษตรที่ตกต่ำ โดยเฉพาะ“มะพร้าวแกง” ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของพื้นที่ ส่งผลให้รายได้ของเกษตรกรหดตัวอย่างหนัก ขณะที่ต้นทุนการผลิตและค่าครองชีพกลับพุ่งสูง

ล่าสุด กลุ่มเกษตรกรชาวสวนมะพร้าวใน 3 อำเภอหลัก ได้แก่ อำเภอทับสะแก อำเภอบางสะพาน และอำเภอบางสะพานน้อย ได้ทำหนังสือถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำอย่างเร่งด่วน

ทั้งนี้ น.ส.สุรีรัตน์ แต้ชูตระกูล เกษตรกรชาวสวนมะพร้าว อำเภอทับสะแก เป็นตัวแทนเกษตรกรชาวสวนมะพร้าว นำเสนอปัญหาความเดือดร้อนและยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ร้านอาหารริมทะเลประจวบคีรีขันธ์ เพื่อขอให้รัฐบาลเร่งแก้ไขวิกฤติราคามะพร้าวแกงตกต่ำ โดยนายอนุทินได้รับปากว่าจะมอบหมายให้ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน

ทั้งนี้ในหนังสือ ระบุว่า ปัจจุบันราคามะพร้าวเหลือเพียงผลละ 7 บาท ซึ่งต่ำกว่าต้นทุนการผลิตอย่างมาก และอยู่ในระดับนี้มาอย่างต่อเนื่อง สร้างผลกระทบต่อเกษตรกรทุกครัวเรือนในพื้นที่ เนื่องจากมะพร้าวถือเป็นรายได้หลัก อีกทั้งยังเป็นวัตถุดิบสำคัญในหลายอุตสาหกรรม ทั้งอาหารและการแพทย์

ขณะเดียวกัน ภาวะราคาน้ำมันที่สูงขึ้นยังยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ เนื่องจากส่งผลให้ต้นทุนด้านการขนส่ง ปุ๋ย และการดูแลรักษาสวนเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้เกษตรกรต้องแบกรับภาระต้นทุนที่สูงขึ้น แต่กลับขายผลผลิตได้ในราคาที่ต่ำลง ทำให้เกิดภาวะ “รายได้ลด-รายจ่ายเพิ่ม” อย่างชัดเจน

กลุ่มเกษตรกรจึงได้เสนอแนวทางแก้ไขต่อรัฐบาล 8 ข้อ เพื่อฟื้นฟูราคามะพร้าวและสร้างเสถียรภาพในระยะยาว ได้แก่

1.ขอให้ระงับการนำเข้ามะพร้าวผลและผลิตภัณฑ์มะพร้าวทุกชนิดชั่วคราว หลังพบว่ามีการนำเข้าช่วงต้นปีมากกว่า 46,000 ตัน หรือประมาณ 36 ล้านผล ส่งผลกระทบต่อราคามะพร้าวภายในประเทศอย่างรุนแรง

2.กำหนดเงื่อนไขให้ราคามะพร้าวในประเทศต้องไม่ต่ำกว่าผลละ 18 บาท และมะพร้าวขาวไม่ต่ำกว่า 35 บาทต่อกิโลกรัม ก่อนพิจารณานำเข้า

3.เปิดให้เกษตรกรมีส่วนร่วมและรับรู้ข้อมูลก่อนการอนุมัตินำเข้า

4.ผลักดันตั้งคณะกรรมการมะพร้าวแห่งชาติ โดยมีตัวแทนเกษตรกรเข้าร่วม

5.ผลักดันให้มะพร้าวเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ เพื่อเสริมความมั่นคงทางอาหาร

6.กำหนดโควตาการนำเข้าผลิตภัณฑ์มะพร้าว เช่น มะพร้าวฝอย กะทิสำเร็จรูป กะทิแช่แข็ง เป็นต้น อย่างชัดเจน เพื่อไม่ให้กระทบต่อเกษตรกรชาวสวนมะพร้าว

7.ปรับปรุงกฎหมาย, กฎกระทรวง ควบคุมโรงงานแปรรูป และเข้มงวดการลักลอบนำเข้า

8.ปรับนโยบายการค้าทั้งในและนอกกรอบ WTO ให้สอดคล้องกับ AFTA และกำหนดให้สินค้าส่งออกต้องระบุแหล่งที่มาของวัตถุดิบอย่างชัดเจน

น.ส.สุรีรัตน์กล่าวว่า สถานการณ์ราคามะพร้าวในปัจจุบัน อยู่ในภาวะวิกฤติอย่างหนัก โดยราคามะพร้าวแกงหน้าสวนเหลือเพียง 7 บาทต่อผล เมื่อหักค่าสอย 2 บาท และค่าเก็บเกี่ยวอีก 1 บาท ทำให้เกษตรกรมีรายได้สุทธิเพียง 4 บาทต่อผลเท่านั้น ซึ่งไม่สอดคล้องกับต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะค่าน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้นกว่า 50% ส่งผลให้ค่าขนส่งและค่าใช้จ่ายในการดูแลสวนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จนเกษตรกรจำนวนมากแทบไม่เหลือกำไร

นอกจากนี้ ปัญหาการนำเข้ามะพร้าวแกงในช่วงที่ผลผลิตภายในประเทศล้นตลาด ยิ่งเป็นปัจจัยซ้ำเติมให้ราคาภายในประเทศปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกษตรกรหลายรายเริ่มเผชิญภาวะขาดทุนสะสม

“ข้อเรียกร้องของกลุ่มเกษตรกรที่เร่งด่วน คือให้ภาครัฐระงับการนำเข้ามะพร้าวแกงทันที โดยควรพิจารณาปริมาณผลผลิตในประเทศก่อนอนุญาตนำเข้า เพื่อปกป้องราคาผลผลิตของเกษตรกรไทย”

ขณะเดียวกัน ในช่วงค่ำวันเดียวกัน นายกรัฐมนตรีมีกำหนดเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมศพคุณพ่ออุบล ขุนศิริยะ บิดาของ นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ที่วัดธรรมิการามวรวิหาร จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : วิกฤตมะพร้าวแกง ดิ่งเหลือลูกละ 7 บาท ชาวสวนประจวบฯบุกร้อง อนุทิน กลางร้านอาหาร วอนระงับนำเข้าทันที

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...