โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

กองทัพสหรัฐ ของบเพิ่ม สร้างโดรน-เครื่องสกัดขีปนาวุธสู้อิหร่าน

Thai PBS

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

วันนี้ (23 เม.ย.2569) สำนักข่าวเอพี รายงานจากกรุงวอชิงตัน ดีซี ว่า เจ้าหน้าที่กองทัพสหรัฐฯ เรียกร้องเมื่อวันอังคาร (21 เม.ย.2569) ให้ใช้งบประมาณหลายหมื่นล้านดอลลาร์ (1 หมื่นล้านดอลลาร์ ประมาณ 3 แสนล้านบาท) ในปีงบประมาณหน้าสำหรับโดรน ระบบป้องกันภัยทางอากาศ และเครื่องบินรบ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการทำสงครามกับอิหร่าน

รายงานข่าวระบุว่า นี่เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐฯ ในการที่จะเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม เป็น 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ ในปี 2027 โดยระบุว่า เพนตากอนต้องการเพิ่มงบประมาณสำหรับโดรน และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องเป็น 3 เท่า รวมแล้วมากกว่า 74 พันล้านดอลลาร์ และลงทุนมากกว่า 30 พันล้านดอลลาร์ สำหรับเครื่องสกัดกั้นขีปนาวุธ

จูลล์ เฮิร์สต์ รักษาการปลัดกระทรวงกลาโหม และผู้ควบคุมงบประมาณของเพนตากอน กล่าวในการแถลงข่าวว่า แผนการใช้จ่ายนี้ได้รับการพัฒนาขึ้น ก่อนเกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลาง พวกเขายังไม่ได้กล่าวถึงจำนวนเงิน ที่จะขอเพิ่มเติมสำหรับสงคราม ซึ่งจะเป็นจำนวนเงินที่มากกว่าที่ทำเนียบขาวต้องการเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมในปีงบประมาณหน้า

"คุณจะเห็นว่าส่วนที่ทับซ้อนกันคือคำขอเกี่ยวกับกระสุน ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องการอยู่เสมอ เราจำเป็นต้องเพิ่มปริมาณกระสุนในคลังของเราอยู่เสมอ แต่หากไม่นับเรื่องนั้นแล้ว ไม่มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานใดๆ จากอิหร่าน" เฮิร์สต์ กล่าว

สำหรับระบบสกัดกั้นขีปนาวุธ ที่กล่าวถึงนั้น สำนักข่าวเอพี รายงานว่า คือระบบป้องกันภัยทางอากาศแพทริออตและระบบป้องกันภัยทางอากาศระยะสูง (THAAD) ระบบ THAAD ออกแบบมาเพื่อต่อต้านขีปนาวุธพิสัยกลาง ในขณะที่ระบบแพทริออตใช้สำหรับยิงขีปนาวุธพิสัยใกล้และเครื่องบินที่มีคนขับ อย่างไรก็ตาม ทั้งสองระบบยังถูกใช้เพื่อยิงโดรนราคาถูกของอิหร่านด้วย

นอกจากนี้ ในส่วนหนึ่งของงบประมาณปี 2027 เพนตากอนยังตั้งใจที่จะเพิ่มกำลังทหารอีก 44,500 นาย หรือมากกว่า 2% โดยมีค่าใช้จ่ายมากกว่า 2 พันล้านดอลลาร์ในการปฏิบัติการบริเวณชายแดนสหรัฐฯ-เม็กซิโก และยื่นคำขอต่อเรือครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 1962

อย่างไรก็ตาม รายงานข่าวเอพี ระบุว่า แม้ว่าเจ้าหน้าที่กล่าวว่างบประมาณนี้จัดทำขึ้นก่อนที่ปฏิบัติการในอิหร่านจะเริ่มต้นขึ้น แต่ก็มีการเพิ่มจำนวนขีปนาวุธหลายชนิดที่ใช้ในความขัดแย้งอย่างมาก หนึ่งในการเพิ่มขึ้นที่น่าทึ่งที่สุดคือการตัดสินใจของกองทัพเรือ ที่จะเพิ่มการจัดซื้อขีปนาวุธร่อน "โทมาฮอว์ก" จาก 55 ลูกในปีที่แล้วเป็น 785 ลูกในงบประมาณปีนี้ ซึ่งขีปนาวุธร่อนระยะไกลนี้ถูกใช้งานอย่างหนักในอิหร่าน และทำให้ผู้เชี่ยวชาญกังวลว่ากองทัพกำลังใช้งานมันเร็วกว่าที่จะสามารถเติมเต็มสต็อกได้

รายงานข่าวจากกองทัพเรือสหรัฐ กล่าวว่า จะซื้อเรือรบเพิ่มอีก 18 ลำ โดยใช้งบประมาณมากกว่า 65 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเพิ่มขึ้น 46% จากปีที่แล้ว ซึ่งในเรื่องนี้ ท็อดด์ แฮร์ริสัน นักวิจัยอาวุโส จากสถาบันอเมริกันเอ็นเตอร์ไพรส์ ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเชิงอนุรักษ์นิยม แสดงความเห็นว่า หากกองทัพ ได้รับการอนุมัติจากสภาคองเกรส งบประมาณนี้จะให้เงินทุนด้านกลาโหมในระดับที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ เมื่อปรับตามอัตราเงินเฟ้อแล้ว

"นี่คืองบประมาณที่พยายามสร้างกองกำลังที่สามารถรักษาการปรากฏตัวและพันธกรณีด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ ทั่วโลก ซึ่งเป็นกองกำลังที่สามารถต่อสู้กับสงครามครั้งใหญ่กับประเทศต่างๆ เช่น รัสเซีย และจีน" แฮร์ริสันกล่าวในที่สุด

อ่านข่าว

ทรัมป์อ้างอิหร่านอยากเปิดฮอร์มุซแต่กลัว "เสียหน้า" เหตุสูญรายได้มหาศาล

"ทรัมป์" ต่อเวลาหยุดยิงจนกว่า "อิหร่าน" จะยื่นข้อเสนอ คงปิดล้อมทางทะเล

"ทำเนียบขาว" ยันขยายหยุดยิงไม่มีเส้นตาย ชี้ไพ่ทุกใบอยู่ในมือทรัมป์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

ผู้ประกันตน ม.39 บุก ก.แรงงาน ทวงถามสูตร CARE จี้ ‘จุลพันธ์’ นำเข้า ครม. เร่งประกาศใช้

58 นาทีที่แล้ว

ไฟไหม้บ่อขยะเกาะแต้ว จ.สงขลา เสียหาย 50 ไร่ ยังคุมเพลิงไม่ได้

59 นาทีที่แล้ว

ฟีฟ่ายังไม่มีแผนสลับทีมฟุตบอลโลก หลังผู้แทนฯ "ทรัมป์" เสนอให้เลือกอิตาลี แทน อิหร่าน

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

คลิปอ้างอิหร่านโจมตีช่องแคบฮอร์มุซ แท้จริงเป็นการซ้อมรบในอ่าวโอมาน

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ต่างประเทศ อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...