ครองอากาศ! สงครามทางอากาศเหนืออิหร่าน
ยุทธบทความ | สุรชาติ บำรุงสุข
“คำถามทางยุทธศาสตร์ในปัจจุบันคือ อะไรเป็นเป้าหมายที่ควรจะโจมตีเพื่อให้บรรลุ
วัตถุประสงค์ทางยุทธศาสตร์ และควรจะโจมตีจากแพลตฟอร์มอะไรที่ทำให้เกิดประสิทธิภาพ
สูงสุด และมีโอกาสของความสำเร็จมากที่สุด- จะโจมตีทางอากาศ อวกาศ ทะเล หรือทางบก?”
David MacIsaac
The Evolution of Air Power since 1945 : The American Experience (1986)
สงครามทางอากาศเหนืออิหร่านของผู้นำสหรัฐและอิสราเอลเป็นความท้าทายอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการโจมตีทางอากาศอย่างหนักต่อเป้าหมายในอิหร่าน แต่กลับไม่ส่งผลในทางยุทธศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นการยอมแพ้ของรัฐบาลอิหร่าน หรือการสิ้นสุดของระบอบการปกครองเดิม ที่นำไปสู่การกำเนิดของระบอบใหม่ ที่มีท่าทีต่อต้านตะวันตกน้อยลง โดยเฉพาะการต่อต้านสหรัฐลดลง
ทั้งที่ผู้นำสหรัฐประกาศชัดเจนว่า สหรัฐเป็นฝ่ายที่ “ครองอากาศ” ในสงครามอิหร่าน และเปิดโอกาสให้สหรัฐและอิสราเอลปฏิบัติการทางอากาศในอิหร่านได้อย่างมาก แต่การถูกโจมตีเช่นนี้ รัฐบาลอิหร่านไม่ได้ล้มลงในฐานะรัฐผู้แพ้สงคราม และอิหร่านกลับสามารถเปิดปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายทั้งในอิสราเอล และกับประเทศในอ่าวเปอร์เซียได้อย่างคาดไม่ถึง
อย่างไรก็ตาม การครองอากาศของสหรัฐเหนือน่านฟ้าอิหร่าน ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน แต่สิ่งนี้ในที่สุดก็ไม่ใช่ปัจจัยที่จะทำให้สหรัฐชนะสงครามอิหร่านได้จริง ดังนั้น บทความนี้จะทดลองสำรวจแนวคิดเรื่องการครองอากาศ และผลที่เกิดในสงครามอิหร่าน
ความเชื่อทางทฤษฎี
ความเชื่อของผู้นำสหรัฐและอิสราเอลคงสรุปในมิติทางการเมืองได้ว่า สหรัฐจะชนะสงคราม ด้วยการใช้กำลังทางอากาศโจมตี แล้วในที่สุดอิหร่านจะเป็นฝ่ายประกาศการยอมแพ้ แต่จนถึงปัจจุบัน สภาวะเช่นนี้ก็ยังไม่เกิดขึ้นจริงแต่อย่างใด ทั้งที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่า สหรัฐประสบความสำเร็จอย่างเต็มที่ในการ “ครองอากาศ” เหนือน่านฟ้าอิหร่าน (คำประกาศในวันที่ 5 เมษายน 2026 คือสหรัฐมี “Air Dominance and Superiority” เหนืออิหร่าน)
นัยของการครองอากาศคือ การควบคุมน่านฟ้าที่ทำให้ฝ่ายเราสามารถปฏิบัติการทางอากาศได้ในเวลาและสถานที่ที่ต้องการ โดยไม่ถูกขัดขวางจากกำลังทางอากาศของข้าศึก จนภารกิจประสบความล้มเหลว แต่ในทางปฏิบัติ การครองอากาศมีความจำกัด อาจจะไม่สามารถครอบคลุมพื้นที่ได้ทั้งหมด แต่มีสภาวะที่ความเหนือกว่าในการครองฟ้าเกิดขึ้นในพื้นที่หนึ่ง ในระยะเวลาหนึ่ง และในความสูงหนึ่งๆ
อย่างไรก็ตาม กำลังทางอากาศอาจเป็นพลังอำนาจทางทหารที่น่ากลัว แต่สุดท้ายแล้วอาจจะไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่จะทำให้รัฐต้องยอมแพ้ในสงครามสมัยใหม่ อีกทั้งผู้นำการเมืองและการทหารในยุคปัจจุบันอาจมีจินตนาการในแบบของการสงครามในศตวรรษที่ 19 กล่าวคือ การรุกทางทหารขนาดใหญ่ในแบบที่ไม่ให้ข้าศึกได้ตั้งตัว จะเป็นปัจจัยชี้ขาดสงคราม อันจะทำให้ผลของสงครามเป็นไปตามความต้องการของฝ่ายเรา
ดังนั้น การเปิดการโจมตีทางอากาศในแบบที่อิหร่านไม่ทันได้ตั้งตัวในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ในขณะที่กระบวนการเจรจาทางการทูตในปัญหาเรื่องอาวุธนิวเคลียร์ยังดำเนินอยู่นั้น เป็นความหวังว่า การโจมตีดังกล่าวจะเป็นเหมือนการ “น็อกเอาต์” อิหร่าน เพราะอิหร่านถูกโจมตีแบบไม่รู้ตัว
ในอีกด้านหนึ่งมีการคาดคะเนว่า หลังจากการโจมตีแล้ว ก็คาดว่าอีกไม่กี่วัน ถ้ารัฐบาลอิหร่านไม่ประกาศขอเปิดการเจรจา หรือไม่ก็มวลชนฝ่ายต่อต้านรัฐบาลจะออกมาเต็มถนน และเรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง คล้ายกับตัวแบบของ “อาหรับสปริง” ในอียิปต์ในปี 2011 ที่มวลชนออกมาบนถนนเป็นจำนวนมากจนสามารถล้มรัฐบาลทหาร ที่เป็นหนึ่งในรัฐบาลอำนาจนิยมที่เข้มแข็งอย่างมากในตะวันออกกลาง
อย่างไรก็ตาม ความเชื่อว่ารัฐสามารถชนะสงครามได้ด้วยการใช้กำลังทางอากาศนั้น มีรากฐานมาจากความคิดที่เชื่อว่า การโจมตีทางอากาศจะทำลายทุกสิ่งทุกอย่างของรัฐข้าศึก จนในที่สุดรัฐนั้นจะเป็นฝ่ายที่ยอมแพ้ เพราะในทางทฤษฎี การโจมตีทางอากาศอย่างหนักจะทำให้รัฐคู่พิพาทไม่มีขีดความสามารถในการทำสงคราม และสังคมเองก็ประสบความเสียหายอย่างหนัก พร้อมกับประชาชนเกิดความกลัวในทางจิตวิทยา และกดดันให้รัฐบาลของตนยอมรับเงื่อนไขของผู้โจมตี ด้วยการยอมรับการยอมแพ้ ดังเช่นที่หลังจากการโจมตีอย่างหนักแล้ว ผู้นำอเมริกันออกมาประกาศให้อิหร่านต้องยอมรับ “การพ่ายแพ้อย่างไม่มีเงื่อนไข” (คำนี้เป็นภาษาที่ใช้ในการยุติสงครามสำหรับรัฐผู้แพ้ในภาวะของ “สงครามเบ็ดเสร็จ” ไม่ใช่ภาษาตามปกติ)
ในความเป็นจริงนั้น การแพ้-ชนะในสงครามมีความซับซ้อนมากกว่าความเชื่อในทฤษฎีการสงครามทางอากาศ แต่การอธิบายเพื่อให้เกิดความเชื่อสำหรับการ “สร้างวาทกรรมสงคราม” นั้น อาจทำได้ด้วยการลดทอนคำอธิบาย (reductionism) แต่ก็ต้องระมัดระวังว่า การทำเช่นนั้นอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดสำหรับฝ่ายการเมืองในการกำหนดยุทธศาสตร์ ตัวอย่างของวาทกรรมว่ารัฐสามารถชนะได้ด้วยการใช้กำลังทางอากาศ เช่น ตัวแบบจากสงครามอ่าวเปอร์เซียในปี 1991 ที่กำลังทางอากาศถูกสร้างให้เป็น “surprise air offensive” ซึ่งเป็นปัจจัยของชัยชนะในสงคราม (ดังเช่นจินตนาการทหารในศตวรรษที่ 19)
จินตนาการด้านกลับ
ในสงครามครั้งนั้น กำลังทางอากาศของสหรัฐมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอย่างมาก ทำลายขีดความสามารถของกำลังรบทางบกของอิรักได้อย่างมาก แต่ชัยชนะสุดท้าย กระทำด้วยการส่งกำลังทางบกของสหรัฐเข้าสู่คูเวต หากปราศจากการใช้กำลังทางบกเข้าควบคุมพื้นที่แล้ว การยอมแพ้จะไม่เกิดขึ้นจริง ซึ่งปัจจัยชี้ขาดสุดท้ายคือ สงครามทางบก
แต่มิติของสงครามอ่าวเปอร์เซียในปี 1991 ถูกกลบด้วยภาพของเทคโนโลยีการสงครามทางอากาศ ไม่ว่าจะเป็นอากาศยานล่องหนหรือระเบิดนำวิถี (smart bombs) ที่สามารถทำลายเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ เป็นต้น ภาพความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่สะท้อนผ่านระบบอาวุธทางอากาศสมัยใหม่ มักชวนให้เราคิดถึงมิติของเทคโนโลยีว่า เป็นปัจจัยในการเอาชนะสงครามอยู่เสมอ
ความสำเร็จของ “ยุทธการพายุทะเลทราย” (Operation Desert Storm 1991) ทำให้เกิดความเชื่ออย่างมากว่า เทคโนโลยีทหารสมรรถนะสูงจะเป็นปัจจัยในการนำมาซึ่งชัยชนะในการสงคราม และจะทำให้รัฐมหาอำนาจหลุดออกจากพันธนาการของสงครามเก่าแบบในเวียดนาม ที่ใช้เวลานาน และประสบความสูญเสียสูง อันเป็น “สงครามทอนกำลัง” ที่รัฐเข้าไปรบแล้ว จะมองไม่เห็นชัยชนะในอนาคต
สงครามอ่าวเปอร์เซียครั้งนั้น อาจทำให้เกิดจินตนาการว่า กำลังทางอากาศจะเป็นเครื่องมือที่ทำให้รัฐศัตรูยอมแพ้ และยิ่งเทคโนโลยีทางอากาศมีความทันสมัยมากเท่าใด ความเชื่อเช่นนี้ก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น เพราะปฏิบัติการทางอากาศมีลักษณะเป็น “การรุกอย่างรวดเร็ว” (fast offensive) และความเชื่อในความสำเร็จเช่นนี้ มักทำให้เราละเลยเงื่อนไขทางสังคมการเมืองของรัฐเป้าหมาย
อีกทั้งความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทหาร อาจทำให้เราละเลยเงื่อนไขทางสังคมจิตวิทยาเช่นที่ปรากฏในงานวิจัยว่า สังคมที่ถูกโจมตีทางอากาศอย่างหนัก อาจจะไม่ทำให้สังคนนั้นล่มสลายและยอมแพ้ แต่อาจส่งผลในด้านกลับ ที่ทำให้คนในสังคมเกิดเอกภาพในการต่อสู้กับศัตรูภายนอกมากขึ้น ไม่ใช่การแพ้อย่างที่ประมาณการในทางทฤษฎี ดังเช่นที่เห็นได้จากภาพสะท้อนของสงครามยูเครน ที่การโจมตีทางอากาศอย่างหนักของรัสเซีย ก็ไม่สามารถเอาชนะยูเครน
ในทางปฏิบัติ สงครามมีผลด้านกลับเสมอ นักการทหารที่หวังผลด้านเดียวจากอำนาจการทำลายของอาวุธสมัยใหม่ อาจจะต้องเผื่อใจที่ผลของอำนาจการทำลายอาจจะไม่ให้ผลตามความต้องการแบบอัตวิสัย กล่าวคือ การโจมตีอย่างรวดเร็วอาจจะไม่ก่อให้เกิด “ชัยชนะอย่างรวดเร็ว” ได้เช่นที่กล่าวไว้ในทฤษฎี
ดังนั้น นักการทหารในประวัติศาสตร์สงครามที่มีอัตวิสัยด้วยความเชื่อแบบด้านเดียว ไม่เคยรบชนะข้าศึก เช่นที่นักการเมืองที่มีแต่อัตวิสัยในทางทหาร และไม่มีความเข้าใจเรื่องสงคราม เขาไม่เพียงแต่ไม่สามารถเอาชนะข้าศึกได้เท่านั้น หากแต่ยังอาจนำประเทศสู่ความเพลี่ยงพล้ำในสงครามได้ด้วย
ดังจะเห็นจากปรากฏการณ์จริงว่า “สงครามของปูติน” ในยูเครน หรือ “สงครามของทรัมป์” ในอิหร่าน ไม่ได้ให้ผลตอบแทนทางยุทธศาสตร์แก่ผู้นำทั้งสองแต่อย่างใด และต้องยอมรับว่าสงครามยูเครนสร้างปัญหาให้แก่รัสเซียเช่นใด สงครามอิหร่านก็กำลังสร้างปัญหาให้แก่สหรัฐเช่นนั้น โดยเฉพาะการทำลายความน่าเชื่อถือของสหรัฐในเวทีระหว่างประเทศ และสถานะของอเมริกาในตะวันออกกลาง
ความเชื่อที่อาจไม่เป็นจริง
ถ้าเราติดตามข่าวสงครามอิหร่านแล้ว เราอาจตั้งข้อสังเกตได้ว่า ประธานาธิบดีทรัมป์และนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู น่าจะมีความเชื่อในแบบเดียวกันว่า การโจมตีทางอากาศของสหรัฐและอิสราเอล ที่สหรัฐอยู่ในสภาวะที่เป็นฝ่ายที่ครองอากาศเหนือน่านฟ้าของอิหร่าน จะทำให้อิหร่านตั้งตัวไม่ได้ในทางทหารนั้น จะส่งผลให้ระบอบการปกครองแบบจารีตนิยมของอิหร่านต้องล่มสลาย และเกิดการ “เปลี่ยนแปลงระบอบ” การเมืองของอิหร่าน (คือเกิด regime change ในทางทฤษฎี) และรัฐบาลใหม่ของอิหร่านจะประกาศการยอมแพ้ และจะส่งผลอย่างมากต่อทรัมป์ในทางการเมือง ทั้งอาจทำให้พรรครีพับลิกันเป็นฝ่ายที่ชนะการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน 2026 นี้ด้วย
ความเชื่อเช่นนี้คือ การโจมตีทางอากาศแต่เพียงอย่างเดียว จะทำให้สหรัฐ และอาจรวมถึงอิสราเอลด้วยเป็นฝ่ายที่ชนะสงคราม ซึ่งโดยนัยก็คือ อิหร่านแพ้แน่นอน อีกทั้งสหรัฐจะไม่จำเป็นต้องส่งกำลังรบทางบกเข้าสู่สนามรบในอิหร่าน ซึ่งจะทำให้สหรัฐไม่ต้องประสบปัญหาทั้งทางการเมืองและการทหารเช่นที่เกิดมาแล้วในสงครามอัฟกานิสถานและอิรัก แต่หากกำลังรบของสหรัฐต้องเข้าสนามรบทางบกในอิหร่านแล้ว จะกระทบกับเสียงของทรัมป์และพรรครีพับลิกันในการเลือกตั้งอย่างแน่นอน
ข้อเตือนใจ
แต่จนถึงวันนี้ ระบอบการปกครองของอิหร่านไม่ล้ม… พลังอำนาจทางทหารของอิหร่านถูกทำลาย แต่อิหร่านยังมีอำนาจในการรบ และเปิดการโจมตีตอบโต้กับอิสราเอล และกับประเทศในอ่าวเปอร์เซีย
ดังนั้น บทเรียนที่สำคัญคือ สงครามทางอากาศอาจทำให้รัฐตรงข้ามอ่อนแอ แต่อาจไม่ใช่ปัจจัยที่ทำให้รัฐแพ้สงครามทั้งหมด อิหร่านเป็นข้อเตือนใจที่ดีในเรื่องนี้!
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ครองอากาศ! สงครามทางอากาศเหนืออิหร่าน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly