“พร้อมลบออกจากโลก” ทรัมป์ขู่เดือด หลังอิหร่านโจมตี UAE จุดชนวนหยุดยิงใกล้พัง
อิหร่านยิงโดรน–มิสไซล์ใส่ UAE ขณะสหรัฐโต้กลับกลาง ช่องแคบฮอร์มุซ ดันตลาดหุ้นร่วง น้ำมันพุ่ง เสี่ยงลากเศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะไม่แน่นอน
วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 เวลา 05.11 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า สถานการณ์หยุดยิงที่เปราะบางอยู่แล้วระหว่าง สหรัฐอเมริกาและอิหร่าน มีแนวโน้มใกล้ล่มสลายในวันจันทร์ หลังสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ถูกโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธจากอิหร่าน ขณะที่ฝั่งสหรัฐระบุว่าได้จมเรือของอิหร่านในช่องแคบช่องแคบฮอร์มุซ
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์กับ Fox News ในวันเดียวกัน โดยเตือนอิหร่านว่า หากพยายามโจมตีเรือของสหรัฐที่กำลังคุ้มกันเรือพาณิชย์ในพื้นที่อิหร่านจะถูกลบออกจากโลก
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังโพสต์ผ่าน Truth Social ว่า เรือบรรทุกสินค้าของ เกาหลีใต้ ถูกอิหร่านยิงใส่ในเส้นทางดังกล่าว พร้อมระบุว่า “อาจถึงเวลาที่เกาหลีใต้ควรเข้าร่วมภารกิจนี้”
แรงตึงเครียดดังกล่าวส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลดลงอย่างหนัก ขณะที่ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น จากความกังวลของนักลงทุนว่าความขัดแย้งอาจยืดเยื้อและกระทบเศรษฐกิจโลกมากขึ้น
สถานการณ์ยกระดับขึ้นเพียงไม่ถึง 1 วัน หลังทรัมป์ประกาศโครงการ “Project Freedom” ซึ่งมีเป้าหมายปลดปล่อยเรือสินค้าที่ติดค้างจากการปิดล้อมโดยพฤตินัยของอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซ
อย่างไรก็ตาม แม้จะเกิดการปะทะ ทรัมป์ยังไม่ได้ยืนยันว่าข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่าน ซึ่งเขาประกาศเมื่อวันที่ 7 เมษายน และขยายเวลาเองในภายหลัง ได้ถูกละเมิด ตามรายงานของผู้สื่อข่าว Jonathan Karl จาก ABC News
ด้านพลเรือเอก Brad Cooper ผู้บัญชาการ U.S. Central Command เปิดเผยว่า กองกำลังสหรัฐฯ ได้ทำลายเรือขนาดเล็กของอิหร่าน 6 ลำ ที่พยายามแทรกแซงการเดินเรือพาณิชย์ในพื้นที่ ตามรายงานของ Reuters
ขณะที่สื่อทางการของอิหร่านออกมาปฏิเสธว่าไม่มีเรือของตนถูกจม
กระทรวงกลาโหมของ UAE ระบุผ่านบัญชี X อย่างเป็นทางการว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศกำลังรับมือกับการโจมตีจากขีปนาวุธและโดรนของอิหร่าน โดยเสียงระเบิดที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ เป็นผลจากการสกัดกั้นขีปนาวุธแบบ ballistic, cruise missiles และโดรน
ต่อมาระบุว่า ระบบป้องกันสามารถรับมือขีปนาวุธนำวิถี 12 ลูก ขีปนาวุธร่อน 3 ลูก และโดรน 4 ลำ โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บระดับปานกลาง 3 ราย ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศ UAE ระบุว่าเป็นชาวอินเดีย
รัฐบาล UAE ประณามการโจมตีดังกล่าวอย่างรุนแรง โดยระบุว่าเป็นการก่อการร้ายที่ไม่มีการยั่วยุที่มุ่งเป้าโจมตีพื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวกของพลเรือน
ภายหลัง UAE ประกาศจำกัดการใช้น่านฟ้าเป็นเวลา 1 สัปดาห์ ส่งผลกระทบต่อเส้นทางการบินพาณิชย์และการเข้าถึงสนามบินทั่วประเทศ
ขณะเดียวกัน บัญชีโซเชียลมีเดียที่เชื่อมโยงกับ Islamic Revolutionary Guard Corps (IRGC) ของอิหร่าน ดูเหมือนจะยืนยันการโจมตีดังกล่าว โดยเผยแพร่ภาพและวิดีโอที่อ้างว่าเป็นการโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธ รวมถึงภาพความเสียหายที่ท่าเรือฟูไจราห์ และเรือที่เกิดเพลิงไหม้จากการโจมตี
นอกจากนี้ประชาชนในดูไบและอาบูดาบีได้รับการแจ้งเตือนผ่านโทรศัพท์มือถือให้รีบหาที่ปลอดภัยภายในอาคารที่มีความมั่นคง เนื่องจากมีความเสี่ยงจากภัยคุกคามขีปนาวุธในสถานการณ์ปัจจุบัน
อ้างอิง : www.cnbc.com