“นายกฯ อังกฤษ” เผยรู้สึกเอือมระอา “ทรัมป์-ปูติน” ทำต้นทุนพลังงานอังกฤษผันผวน
"นายกฯ อังกฤษ" เผยรู้สึกเอือมระอา "ทรัมป์-ปูติน" ทำต้นทุนพลังงานอังกฤษผันผวนหนัก ที่กำลังกระทบทั้งครัวเรือนและภาคธุรกิจ
วันที่ 10 เมษายน 2569 เวลา 11.48 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร ระบุว่า เขารู้สึกเอือมระอากับสถานการณ์ที่ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของประชาชนและภาคธุรกิจในประเทศต้องผันผวนขึ้นลงอย่างต่อเนื่อง จากปัจจัยทางการเมืองระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการตัดสินใจของผู้นำโลกอย่างโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ และวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย
ความเห็นดังกล่าวมีขึ้นในการให้สัมภาษณ์กับรายการ Talking Politics ของ ITV News เมื่อวันพฤหัสบดี (10 เม.ย.) ท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกที่ผันผวน หลังพุ่งขึ้นจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน ก่อนจะเริ่มแกว่งตัวภายใต้ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว 2 สัปดาห์ที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง
สตาร์เมอร์ ระบุว่า ครัวเรือนและภาคธุรกิจทั่วสหราชอาณาจักรต้องเผชิญกับค่าพลังงานที่ขึ้นลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นผลมาจากการตัดสินใจของผู้นำต่างประเทศ โดยสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าครองชีพและต้นทุนการดำเนินธุรกิจ
ขณะเดียวกัน ทำเนียบขาวได้ออกมาปกป้องท่าทีของทรัมป์ โดย แอนนา เคลลี่ โฆษกทำเนียบขาว ระบุว่า ผู้นำโลกจำนวนมากพูดถึงภัยคุกคามจากอิหร่านมานาน แต่ไม่ได้ลงมือดำเนินการอย่างจริงจัง พร้อมย้ำว่าทรัมป์ได้ตัดสินใจอย่างกล้าหาญเพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ และขณะนี้กำลังอยู่ในกระบวนการเจรจาที่อาจนำไปสู่ข้อตกลงสันติภาพระยะยาว
นอกจากนี้ สตาร์เมอร์ยังแสดงความเห็นว่า การที่อิสราเอลเปิดฉากโจมตีเลบานอนระหว่างช่วงหยุดยิงเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ขณะที่อิหร่านกล่าวหาว่าสหรัฐฯ ละเมิดข้อตกลงหยุดยิง โดยอ้างถึงเหตุการณ์โจมตีดังกล่าวเป็นหนึ่งในหลักฐานสำคัญ
ทั้งนี้ ความขัดแย้งในยูเครนที่เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2565 หลังรัสเซียเปิดฉากรุกราน ยังคงเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่สร้างความผันผวนให้กับตลาดพลังงานโลก และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในวงกว้างมาจนถึงปัจจุบัน
อ้างอิง : www.cnbc.com