โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

หุ้นไทยหยุดยาวสงกรานต์ แต่โลกยังผันผวน ตลท. ชี้ SET ยังแกร่ง แนะนักลงทุนมองเกมระยะยาว

Thairath Money

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว
ภาพไฮไลต์

ในจังหวะที่ตลาดหุ้นไทยกำลังเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ ความจากปัจจัยภายนอกกลับไม่ได้หยุดตาม โดยเฉพาะความตึงเครียดของสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ

ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาพลังงาน เงินเฟ้อ และทิศทางตลาดการเงินทั่วโลกได้ตลอดเวลา ท่ามกลางบริบทที่ตลาดต่างประเทศยังเปิดทำการตามปกติ ทำให้นักลงทุนไทยต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนในช่วงที่ไม่สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ได้ทันที

สงกรานต์นี้…ตลาดหุ้นไทยปิด แต่โลกยังผันผวน

กรณีที่ตลาดหุ้นไทยกำลังจะเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาวในเทศกาลสงกรานต์ ในขณะที่ตลาดหุ้นอื่นในต่างประเทศไม่ได้หยุดทำการ และสถานการณ์ยังสร้างความผันผวนต่อตลาดทุนได้ตลอดเวลา นักลงทุนอาจมีความกังวลว่าหากมีเหตุการณ์หรือปัจจัยภายนอกเข้ามากระทบในช่วงดังกล่าวจะถือเป็นความเสี่ยงหรือไม่นั้น

ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกลยุทธ์องค์กรและการเงิน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า ประเด็นดังกล่าวถือเป็นความเสี่ยง อย่างไรก็ตาม จากประสบการณ์หลายครั้งที่ผ่านมา ตลาดทุนไทยมักจะสามารถรอดพ้นเหตุการณ์ต่างๆ มาได้อย่างปลอดภัย

ในช่วงที่ตลาดหุ้นไทยปิดทำการและสถานการณ์มีความผันผวนมากๆ การที่ตลาดปิดทำการจะส่งผลดีในแง่ของการช่วยให้ผู้ลงทุนมีเวลาคิดทบทวนสถานการณ์ และทำให้ไม่เกิดภาวะตื่นตระหนกตกใจกับเหตุการณ์ต่างๆ มากจนเกินไป ซึ่งหากย้อนกลับไปดูในอดีตจะพบว่าเคยเกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง

พร้อมกันนี้ ดร.ศรพล ได้เน้นย้ำให้นักลงทุนติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างต่อเนื่อง แต่สิ่งสำคัญหลักคือต้องไม่ตื่นตระหนกจนเกินไป

นอกจากนี้ ยังแนะนำให้ผู้ลงทุนมุ่งเน้นไปที่เป้าหมายการลงทุนในระยะยาวเป็นหลัก รวมถึงให้มองหาโอกาสการลงทุนที่อาจเกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤติในช่วงดังกล่าวด้วย

SET ยังแกร่ง เมื่อเทียบภูมิภาค

ดร.ศรพล กล่าวว่า แม้จะมีความท้าทายจากปัจจัยภายนอกประเทศ แต่ดัชนีตลาดหุ้นไทย หรือ SET Index ยังคงแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและมีสภาพคล่องที่สูงเมื่อเทียบกับภูมิภาค พร้อมแนะให้นักลงทุนจับตาความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และมองหาโอกาสจากการปรับตัวของภาคธุรกิจ

โดยภาพรวมของตลาดหุ้นไทยในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ดัชนีมีการย่อตัวลงมาประมาณ 5% ซึ่งถือว่าปรับตัวลดลงน้อยกว่าประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค ขณะที่ตัวเลขผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 2569 ณ สิ้นเดือนมีนาคมยังคงเป็นบวกอยู่ราว 15% ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูงและเป็นอันดับ 2 ของภูมิภาค

นอกจากนี้ สภาพคล่องของตลาดยังอยู่ในเกณฑ์ดีมาก โดยมีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ประมาณ 64,000 ล้านบาท และบางช่วงพุ่งสูงถึงกว่า 70,000 ล้านบาทต่อวัน

ในส่วนของกระแสเงินลงทุนต่างชาติ (Fund Flow) แม้ในเดือนมีนาคมจะมียอดขายสุทธิ แต่เมื่อนับตั้งแต่ต้นปีพบว่าต่างชาติยังคงมียอดซื้อสุทธิสะสมอยู่ที่ประมาณ 20,000 ล้านบาท

จับตาปัจจัยเสี่ยง ตัวแปรไหนกระทบหุ้นไทย

ดร.ศรพล ประเมินว่า ประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด คือสถานการณ์สงครามและการประกาศหยุดยิง ซึ่งล่าสุดเริ่มมีข่าวเชิงบวกที่ทำให้ตลาดตอบรับในทิศทางที่ดีขึ้นและดัชนีหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ ยังต้องติดตามราคาน้ำมัน ที่อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน คาดว่าจะเริ่มเห็นภาพชัดเจนขึ้นในช่วงกลางปี และอาจทำให้เกิดปัญหาเงินเฟ้อหรือไม่

รวมถึงติดตามทิศทางนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ซึ่งในขณะนี้ตลาดไม่ได้มองว่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยแล้ว แต่อาจจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ หรือหากเงินเฟ้อปรับตัวขึ้นแรงก็อาจมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยได้ อย่างไรก็ตาม ตัวเลข GDP ของสหรัฐฯ ที่ออกมาไม่ค่อยดีนัก ก็ยังทำให้ทิศทางนโยบายมีความก้ำกึ่งอยู่

อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่

https://www.thairath.co.th/money/investment

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้

https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หุ้นไทยหยุดยาวสงกรานต์ แต่โลกยังผันผวน ตลท. ชี้ SET ยังแกร่ง แนะนักลงทุนมองเกมระยะยาว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...