ฮอร์มุซสะดุดอีกครั้ง! เรือหยุดวิ่งหลังอิสราเอลถล่มเลบานอน
ช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางลำเลียงน้ำมันสำคัญของโลก หยุดชะงักลงอย่างฉับพลัน หลัง กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของ อิหร่าน ประกาศควบคุมการสัญจรทางทะเลอย่างเข้มงวด ภายหลัง อิสราเอล เปิดฉากโจมตี เลบานอน จนทำให้สถานการณ์หยุดยิงสั่นคลอน ส่งผลให้เรือบรรทุกน้ำมันและสินค้านับพันลำต้องหยุดรอ ท่ามกลางความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและต้นทุนประกันภัยที่พุ่งสูง
วันที่ 9 เมษายน 2569 กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของ อิหร่าน เปิดเผยว่า การสัญจรทางเรือผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ ได้ชะลอตัวลงอย่างมาก ก่อนจะหยุดลงเกือบทั้งหมด ภายหลัง อิสราเอล เปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่ใน เลบานอน ซึ่งถูกมองว่าเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวในภูมิภาค
ข้อมูลจากเว็บไซต์ MarineTraffic ระบุว่า ปัจจุบันไม่พบเรือเดินสมุทรแล่นผ่านช่องแคบดังกล่าว สอดคล้องกับสถานการณ์ที่ตึงเครียดขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังเหตุโจมตีที่ส่งผลให้ความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยทางทะเลลดลงอย่างมาก
IRGC ระบุว่า การควบคุมช่องแคบฮอร์มุซยังคงเป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญของอิหร่าน โดยยืนยันว่าการเดินเรือทุกลำจำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากกองทัพเรืออิหร่านก่อน หากฝ่าฝืนอาจเผชิญการตอบโต้ทางทหาร
รายงานยังระบุว่า มีเรือบรรทุกน้ำมันเพียงไม่กี่ลำที่สามารถผ่านช่องแคบได้ในช่วงสั้น ๆ ก่อนสถานการณ์จะหยุดชะงักลง โดยเรือบางลำที่มีกำหนดเดินทางได้ตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางหรือย้อนกลับกลางทาง เนื่องจากความเสี่ยงด้านความปลอดภัย
ขณะเดียวกัน มีเรือบรรทุกสินค้าและน้ำมันราว 800–2,000 ลำ ติดค้างอยู่ในบริเวณอ่าวเปอร์เซีย ไม่สามารถเดินทางผ่านช่องแคบได้ ท่ามกลางค่าประกันภัยที่ปรับตัวสูงขึ้นและความกังวลต่อสถานการณ์ความไม่แน่นอน
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองระหว่าง สหรัฐอเมริกา และ อิหร่าน เกี่ยวกับขอบเขตของข้อตกลงหยุดยิง โดยฝ่ายสหรัฐฯ ยืนยันว่าเลบานอนไม่ได้รวมอยู่ในข้อตกลง ขณะที่อิหร่านยืนยันในทางตรงกันข้าม
สถานการณ์ล่าสุดทำให้ ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลก กลายเป็นจุดเสี่ยงสำคัญ และอาจส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานและเศรษฐกิจโลกในระยะต่อไป