MSCI ขยายเวลาทบทวนสถานะ “ตลาดหุ้นอินโดนีเซีย” ถึง มิ.ย.
MSCI ขยายเวลาทบทวนสถานะ "ตลาดหุ้นอินโดนีเซีย" ถึง มิ.ย. ท่ามกลางความกังวลเรื่อง free float และเงินทุนไหลออก ขณะนักลงทุนมองยังอยู่ในช่วงจับตา แม้มีเวลาปรับปรุงเพิ่มเติม
วันที่ 21 เมษายน 2569 เวลา 09.27 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าตลาดหุ้นอินโดนีเซียปรับตัวลดลง หลัง MSCI Inc. ขยายระยะเวลาการทบทวนสถานะตลาดหุ้นของประเทศออกไปจนถึงเดือนมิถุนายน เพื่อประเมินผลกระทบจากมาตรการปฏิรูปกฎระเบียบล่าสุด
ดัชนี Jakarta Composite Index ร่วงลงมากสุดถึง 1% กลายเป็นตลาดที่ปรับตัวแย่ที่สุดในเอเชีย โดยหุ้นขนาดใหญ่ของกลุ่มมหาเศรษฐีอย่าง PT Barito Renewables Energy และ PT Dian Swastatika Sentosa เป็นตัวฉุดสำคัญ
MSCI ระบุว่ากำลังทบทวนความครอบคลุม ความสม่ำเสมอ และประสิทธิภาพของข้อมูลใหม่ที่เกี่ยวข้องกับความสามารถในการลงทุน (investability) และสัดส่วนหุ้นที่หมุนเวียนในตลาด (free float) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการจัดอันดับตลาดหุ้น
การประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลของนักลงทุนที่สะสมมาหลายเดือน หลัง MSCI เคยเตือนตั้งแต่เดือนมกราคมถึงความเป็นไปได้ในการปรับลดสถานะตลาดหุ้นอินโดนีเซียลงสู่ระดับ “Frontier Market” เนื่องจากข้อจำกัดด้านสภาพคล่องและสัดส่วนหุ้นที่เปิดให้ซื้อขาย ส่งผลให้เกิดแรงขายในตลาด การลาออกของผู้บริหารตลาด และการเร่งออกมาตรการปฏิรูปหลายด้าน
นักวิเคราะห์มองว่าการขยายเวลาครั้งนี้เท่ากับการพักการตัดสินใจ ทำให้ยังไม่มีเงินทุนไหลเข้าแบบ Passive เพิ่มในระยะสั้น และมีแนวโน้มส่งผลลบเล็กน้อยต่อบรรยากาศการลงทุน
ผลจากการเลื่อนตัดสินใจออกไปอีกหนึ่งเดือน ทำให้มาตรการบางอย่าง เช่น การระงับการเพิ่มหุ้นใหม่ในดัชนี จะยังคงมีผลต่อไป โดย MSCI ยังเตรียมถอดหุ้นที่มีการถือครองกระจุกตัวสูงออกจากการคำนวณ และใช้ข้อมูลการเปิดเผยใหม่เพื่อปรับประมาณการ free float
ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นอินโดนีเซีย ได้ออกมาตรการปฏิรูปหลายด้าน เช่น การเพิ่มเกณฑ์ขั้นต่ำของ free float เป็น 15% และกำหนดช่วงเวลาปรับตัวสูงสุด 3 ปี รวมถึงเปิดเผยรายชื่อบริษัท 9 แห่งที่มีผู้ถือหุ้นกลุ่มเล็กถือครองเกิน 95% เพื่อยกระดับความโปร่งใสด้านโครงสร้างผู้ถือหุ้น โดยบริษัทในกลุ่มนี้รวมถึง Barito Renewables และ Dian ซึ่งราคาหุ้นร่วงลงมากกว่า 7% ในวันอังคาร
เจ้าหน้าที่ตลาดหลักทรัพย์ระบุว่าจะเดินหน้าหารือกับผู้จัดทำดัชนีและนักลงทุนทั่วโลกต่อไป เพื่อพัฒนาตลาดทุนในระยะยาว ขณะที่นักวิเคราะห์บางรายมองว่า MSCI ต้องการให้หน่วยงานกำกับเร่งดำเนินการปฏิรูป free float ให้เร็วขึ้น
ความไม่แน่นอนก่อนการตัดสินใจในเดือนพฤษภาคม ทำให้นักลงทุนจำนวนมากชะลอการลงทุน ประกอบกับแรงกดดันจากนโยบายเศรษฐกิจและสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ส่งผลให้ดัชนีหุ้นอินโดนีเซียกลายเป็นหนึ่งในตลาดที่ปรับตัวแย่ที่สุดของโลกในปีนี้
ข้อมูลยังระบุว่า นักลงทุนต่างชาติได้ขายสุทธิหุ้นอินโดนีเซียมากกว่า 2 พันล้านดอลลาร์ในปีนี้ ซึ่งสูงที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยนักวิเคราะห์มองว่าการเลื่อนตัดสินใจครั้งนี้เป็นเพียงการผ่อนแรงชั่วคราว และอินโดนีเซียยังอยู่ในช่วงจับตา (probation) แม้ยังมีโอกาสฟื้นความเชื่อมั่นได้ในระยะยาว
อ้างอิง : bloomberg.com