โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หมอ เตือน 5 พฤติกรรม หลังตื่นนอน ระวัง น้ำตาลพุ่งสูง แบบไม่รู้ตัว

Khaosod

อัพเดต 12 เม.ย. เวลา 01.18 น. • เผยแพร่ 12 เม.ย. เวลา 01.18 น.
หมอ เตือน 5 พฤติกรรม หลังตื่นนอน ระวัง น้ำตาลพุ่งสูง แบบไม่รู้ตัว

หมอเจด เตือน หลังตื่นนอน ทำสิ่งนี้ทุกวัน ระวัง น้ำตาลพุ่งสูง ไม่รู้ตัว เผย นิสัยเล็ก ๆ ตอนเช้าอาจเป็นตัวเร่งน้ำตาลในเลือด เปิด 5 พฤติกรรมใครทำอยู่หรือเปล่า

วันที่ 12 เม.ย.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โพสต์ภาพข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กชื่อ "หมอเจด" ระบุว่า "หลังตื่นทำสิ่งนี้ทุกวัน ระวัง! น้ำตาลพุ่งสูง แบบไม่รู้ตัว" โดยอธิบายเพิ่มเติมดังนี้

หลังตื่นนอนหลายคนมี "รูทีนเดิม ๆ" ที่ทำทุกวันแบบไม่ทันคิด แต่รู้ไหมว่านิสัยเล็ก ๆ ตอนเช้านี่แหละ อาจเป็นตัวเร่งให้น้ำตาลในเลือดพุ่งสูงแบบไม่รู้ตัว โดยเฉพาะคนที่เริ่มมีภาวะดื้ออินซูลิน หรือเสี่ยงเบาหวาน ยิ่งทำซ้ำทุกวัน น้ำตาลยิ่งแกว่ง ร่างกายยิ่งพังเงียบ ๆ ลองเช็กดูว่า 5 พฤติกรรมนี้ คุณกำลังทำอยู่หรือเปล่า

1.ดื่มกาแฟหวานทันทีหลังตื่น

หลายคนตื่นปุ๊บต้องได้กาแฟเย็น กาแฟปั่น ใส่น้ำเชื่อม นมข้น แบบยังไม่ได้กินอะไรเลย ช่วงเช้าร่างกายมีฮอร์โมนที่กระตุ้นน้ำตาลอยู่แล้ว พอเติมน้ำตาลเข้าไปทันที จะยิ่งพุ่งแรงขึ้น สังเกตง่าย ๆ คือ กินแล้วง่วง เพลีย หิวเร็ว หรือใจสั่นบ่อย ถ้าทำแบบนี้ทุกวัน เสี่ยงดื้ออินซูลินโดยไม่รู้ตัวครับ

2.ไม่กินมื้อเช้า (แต่ร่างกายยังไม่พร้อม) แล้วไปจัดหนักมื้อแรก

การงดมื้อเช้าไม่ใช่ปัญหาสำหรับทุกคนครับ โดยเฉพาะในคนที่ทำ IF จนร่างกายปรับตัวได้ กินเป็นเวลา เลือกอาหารดี น้ำตาลอาจนิ่งได้ครับ ปัญหาคือ “คนที่ยังไม่ชิน” หรือพักผ่อนน้อย เครียด ดื้ออินซูลินอยู่แล้ว พองดมื้อเช้า น้ำตาลจะตก

พอถึงมื้อแรกจะหิวจัด กินเร็ว กินเยอะ ทำให้น้ำตาลพุ่งแรงกว่าปกติ สัญญาณคือ ง่วงหลังอาหาร หิวบ่อย อยากของหวาน ถ้าเป็นแบบนี้ แปลว่าร่างกายยังไม่เหมาะกับการข้ามมื้อเช้าครับ

3.กินมื้อแรกเป็นแป้งขัดสีล้วน ๆ

เช่น ขนมปังขาว ซีเรียลหวาน โจ๊กขาว หรือปาท่องโก๋ อาหารพวกนี้ไฟเบอร์ต่ำ ย่อยเร็ว ทำให้น้ำตาลขึ้นไวมาก สังเกตได้ว่ากินไม่นานก็หิวอีก หรือรู้สึกไม่มีแรง ทั้งที่เพิ่งกินไปไม่นาน ถ้าเริ่มวันด้วยอาหารแบบนี้ทุกวัน น้ำตาลจะพุ่งซ้ำ ๆ จนร่างกายควบคุมยาก

4.ไม่ขยับตัวเลยหลังตื่น

ตื่นมาแล้วนั่งยาว เล่นมือถือ ทำงานทันที โดยไม่ลุกเดินหรือขยับร่างกายเลย กล้ามเนื้อจะไม่ช่วยดึงน้ำตาลไปใช้ ทำให้น้ำตาลค้างในเลือดนานขึ้น สัญญาณคือ รู้สึกอืด หนักตัว ง่วงตั้งแต่เช้า แค่ลุกเดิน ยืดเส้น หรือขยับเบา ๆ 5–10 นาที ก็ช่วยให้ร่างกายจัดการน้ำตาลได้ดีขึ้นแล้วครับ

5.นอนน้อย แต่ยังดื่มหวานแก้ง่วง

คนนอนดึก ตื่นเช้า มักจะพึ่งน้ำหวาน ชานม กาแฟหวาน เพื่อให้สดชื่น แต่การนอนน้อยทำให้ร่างกายดื้ออินซูลินอยู่แล้ว พอเติมน้ำตาลเข้าไปอีก จะยิ่งพุ่งง่ายขึ้น สังเกตคือ ง่วงทั้งวัน หิวบ่อย โดยเฉพาะของหวาน ถ้าไม่แก้ที่การนอน ต่อให้คุมอาหารก็เอาไม่อยู่

สูตรตื่นนอนแบบน้ำตาลไม่พุ่ง ทำตามนี้ทุกวัน ร่างกายจะคุมได้ง่ายขึ้น

  • ดื่มน้ำเปล่าทันที 1–2 แก้ว หลังตื่นนอน ช่วยลดความเข้มข้นของน้ำตาลในเลือด และกระตุ้นระบบเผาผลาญ
  • ขยับร่างกายเบา ๆ 5–10 นาที เช่น เดิน ยืดเส้น หรือแกว่งแขน ช่วยให้กล้ามเนื้อดึงน้ำตาลไปใช้ได้ดีขึ้น
  • เริ่มมื้อแรกด้วยโปรตีน + ไฟเบอร์ เช่น ไข่ ปลา อกไก่ คู่กับผัก จะช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาล ไม่ให้พุ่งเร็ว
  • เลี่ยงน้ำหวานตอนท้องว่าง โดยเฉพาะกาแฟใส่น้ำตาล ชานม น้ำอัดลม เพราะทำให้น้ำตาลขึ้นเร็วแบบพุ่งทันที
  • ถ้าดื่มกาแฟ เลือกไม่หวาน หรือกินหลังอาหาร จะช่วยลดการเหวี่ยงของน้ำตาล
  • นอนให้พออย่างน้อย 6-7 ชั่วโมง เพราะการนอนน้อยทำให้ร่างกายดื้ออินซูลิน น้ำตาลขึ้นง่ายกว่าปกติ

พฤติกรรมเล็ก ๆ หลังตื่นนอน ถ้าทำผิดซ้ำ ๆ ทุกวัน อาจเป็นจุดเริ่มต้นของน้ำตาลพุ่งและเบาหวานแบบไม่รู้ตัว ลองปรับแค่เล็กน้อย เช่น กินมื้อเช้าให้สมดุล ลดหวาน ขยับร่างกาย และนอนให้พอ แค่นี้ก็ช่วยให้ระดับน้ำตาลนิ่งขึ้น

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หมอ เตือน 5 พฤติกรรม หลังตื่นนอน ระวัง น้ำตาลพุ่งสูง แบบไม่รู้ตัว

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...