โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

นิ่วในถุงน้ำดีวัว ราคาพุ่งแซงทองคำ หลังดีมานด์จีน–ฮ่องกงพุ่งสูง

Khaosod

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ความต้องการจากจีนและฮ่องกงดันราคา "นิ่ววัว" พุ่งแตะ 5,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สูงกว่าทองคำ กลายเป็นวัตถุดิบล้ำค่าในอุตสาหกรรมยาแผนจีน

นิ่วในถุงน้ำดีของวัว ซึ่งครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่าเป็นเพียงของเสียจากอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์ ปัจจุบันกลับกลายเป็นหนึ่งในวัตถุดิบที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก โดยมีราคาสูงกว่าทองคำ อันเป็นผลมาจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในจีนแผ่นดินใหญ่และฮ่องกง

หากถามว่าผลพลอยได้ที่มีมูลค่าสูงที่สุดจากอุตสาหกรรมปศุสัตว์คืออะไร หลายคนอาจนึกถึงหนังหรือเครื่องใน แต่แท้จริงแล้ว“นิ่วในถุงน้ำดีของวัว” กลับเป็นสิ่งที่มีราคาสูงอย่างคาดไม่ถึง ก้อนตะกอนที่แข็งตัวในระบบย่อยอาหารของวัวเหล่านี้มีขนาดเล็ก แต่มีมูลค่าเทียบเท่าทองคำ

นิ่วในถุงน้ำดีวัว คืออะไร

นิ่วในถุงน้ำดีของวัวคือก้อนตะกอนแข็งที่เกิดจากของเหลวในระบบย่อยอาหารของสัตว์ ก้อนนิ่วเหล่านี้มีขนาดเล็ก แต่มีคุณค่าทางยาในแพทย์แผนจีนมาอย่างยาวนาน

ในตลาดสมุนไพรจีน นิ่วชนิดนี้รู้จักกันในชื่อ “หนิวหวง” (牛黄) และถือเป็นวัตถุดิบสำคัญในตำรับยาหลายชนิด ซึ่งเป็นตำรับยาที่ใช้รักษาอาการทางระบบประสาทอย่างรุนแรง เช่น โรคหลอดเลือดสมอง ไข้สูงจนหมดสติ และภาวะสติสัมปชัญญะผิดปกติ

นิ่วชนิดนี้ถูกใช้ในแพทย์แผนจีนมานานนับพันปี เชื่อว่ามีสรรพคุณช่วยรักษาโรคหลายชนิด โดยเฉพาะโรคเกี่ยวกับระบบหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงความดันโลหิตสูง ปัจจุบันจีนมีอัตราการเกิดโรคหลอดเลือดสมองสูงกว่าสหรัฐอเมริกาถึงสามเท่า ส่งผลให้ความต้องการวัตถุดิบชนิดนี้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และผลักดันให้ราคาพุ่งสูงตามไปด้วย

ราคานิ่ววัวพุ่งสูงกว่าทองคำ

รายงานของหนังสือพิมพ์ธุรกิจระดับโลกในปี 2025 ระบุว่า ราคานิ่วในถุงน้ำดีวัวพุ่งขึ้นถึงประมาณ 5,800 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ซึ่งสูงกว่าราคาทองคำในช่วงเวลาเดียวกันเกือบสองเท่า และหากราคายังคงอยู่ในระดับเดิม นิ่วชนิดนี้ก็ยังคงมีมูลค่าสูงกว่าทองคำในตลาดโลก

อย่างไรก็ตาม นิ่วในถุงน้ำดีวัวเป็นวัตถุดิบที่พบได้ยากโดยธรรมชาติ โอกาสเกิดนิ่วจะเพิ่มขึ้นเมื่อวัวมีอายุมาก แต่ในอุตสาหกรรมปศุสัตว์ส่วนใหญ่ทั่วโลก วัวมักถูกส่งเข้าโรงฆ่าสัตว์ตั้งแต่อายุยังไม่มากเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเนื้อ ทำให้นิ่วชนิดนี้มีปริมาณจำกัดในตลาด

ความหายากและราคาที่พุ่งสูงทำให้เกิดการแสวงหาผลประโยชน์อย่างกว้างขวางในหลายประเทศที่มีอุตสาหกรรมเลี้ยงวัวขนาดใหญ่ เช่น บราซิล ออสเตรเลีย และรัฐเท็กซัสของสหรัฐอเมริกา

รายงานจากพื้นที่ชนบทในรัฐเซาเปาโลของบราซิล ระบุว่าในเมืองบาเฮตุส เกิดเหตุอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับนิ่ววัวเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด กลุ่มคนร้ายติดอาวุธบุกฟาร์มปศุสัตว์ ไม่ได้มุ่งขโมยวัว แต่กลับมุ่งเป้าไปที่นิ่วในถุงน้ำดีที่อาจพบในสัตว์ นอกจากนี้ยังมีกรณีพนักงานโรงฆ่าสัตว์ลักลอบนำออกไปขายในตลาดมืด จนเกิดเครือข่ายการซื้อขายใต้ดินที่คึกคัก

ขณะเดียวกัน นักวิจัยในจีนได้พัฒนา “นิ่วในถุงน้ำดีแบบเพาะเลี้ยง” ที่ผลิตขึ้นในห้องปฏิบัติการ โดยพยายามเลียนแบบคุณสมบัติทางชีวภาพของนิ่วธรรมชาติ เช่น การช่วยปกป้องระบบประสาทและตับ แม้ว่าผลิตภัณฑ์สังเคราะห์เหล่านี้จะยังไม่สามารถทดแทนของธรรมชาติได้ทั้งหมด แต่ก็ช่วยบรรเทาความตึงตัวของตลาดและลดแรงกดดันด้านราคาได้บางส่วน

ที่น่าสนใจคือ มีรายงานจากสื่อรัสเซียระบุว่าความต้องการ “นิ่วในถุงน้ำดีของมนุษย์” ในตลาดจีนก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยนิ่วหนึ่งก้อนอาจมีราคาสูงถึงประมาณ 100,000 รูเบิล หรือราว 1,270 ดอลลาร์สหรัฐ ราคาจะขึ้นอยู่กับขนาดและคุณภาพของนิ่ว โดยทั่วไปนิ่วที่มีขนาดใหญ่กว่าจะมีราคาสูงกว่า

บนแพลตฟอร์มออนไลน์บางแห่งยังพบประกาศขายนิ่วในถุงน้ำดีของมนุษย์จำนวนหลายสิบรายการ สะท้อนให้เห็นถึงตลาดเฉพาะกลุ่มที่กำลังขยายตัว ท่ามกลางกระแสความต้องการวัตถุดิบจากธรรมชาติในอุตสาหกรรมสมุนไพรและการแพทย์ทางเลือกที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องทั่วโลก

ที่มา: odditycentral

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นิ่วในถุงน้ำดีวัว ราคาพุ่งแซงทองคำ หลังดีมานด์จีน–ฮ่องกงพุ่งสูง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...