โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กองทุนอสังหาฯ อินฟราฟันด์ ฟื้นตัวแกร่ง KTAM จ่ายปันผล-ลดทุน 4 กอง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 16 มี.ค. เวลา 14.17 น. • เผยแพร่ 16 มี.ค. เวลา 07.17 น.

บลจ.กรุงไทย (KTAM) โชว์บริหารกลุ่มกองทุนอสังหาริมทรัพย์ อินฟราฟันด์ ฟื้นตัวแกร่ง จ่ายปันผล-ลดทุนงวดไตรมาส 4/68 รวม 4 กองทุน วันที่ 18 มี.ค.นี้

วันที่ 16 มี.ค.2569 นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บลจ. กรุงไทย (KTAM) เปิดเผยว่า ปัจจุบันตลาดอยู่ในจังหวะที่เอื้อต่อการลงทุนในกลุ่ม Yield Play อย่างกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน(อินฟราฟันด์ และทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (รีท) เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยนโยบายเริ่มทรงตัวและมีแนวโน้มปรับลดลง ส่งผลให้ส่วนต่างผลตอบแทน (Yield Spread) มีความน่าสนใจมากขึ้น

อีกทั้งยังเป็นเครื่องมือช่วยกระจายความเสี่ยงและสร้างกระแสเงินสด (Passive Income) ให้กับพอร์ตลงทุนได้อย่างสม่ำเสมอ โดยภาพรวมกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน ยังคงมีความแข็งแกร่งสูง เนื่องจากเป็นสาธารณูปโภคจำเป็นที่มีรายได้ผันผวนต่ำตามสภาวะเศรษฐกิจ ขณะที่กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ประเภทที่เกี่ยวกับการอุปโภคบริโภคมีการฟื้นตัวที่โดดเด่นกว่ากลุ่มสำนักงานเช่าที่ยังมีอุปทานล้นตลาด

โดยในช่วงที่ผ่านมา KTAM ยังคงสามารถสร้างผลงานได้ดีต่อเนื่องในการบริหารกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน จึงได้กำหนดจ่ายปันผลและเงินลดทุนจากกำไรสุทธิสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีวันที่ 1 ต.ค. - 31 ธ.ค. 2568 และกำไรสะสม พร้อมกันจำนวน 4 กองทุน ในวันที่ 18 มี.ค. 2569 ดังนี้

กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 1 กองทุน ได้แก่ กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ตลาดไท (TTLPF) ซึ่งลงทุนในสิทธิการเช่าของสิ่งปลูกสร้างบางส่วนในโครงการตลาดไท โดยกำหนดจ่ายเงินปันผลครั้งที่ 61 ในอัตรา 0.4946 บาทต่อหน่วย

กลุ่มกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน จำนวน 3 กองทุน ประกอบด้วย กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้ากลุ่มน้ำตาลครบุรี (KBSPIF) ซึ่งลงทุนในสิทธิในผลประโยชน์จากการประกอบกิจการไฟฟ้าในสัดส่วนร้อยละ 62% ของรายได้ค่าไฟฟ้าจากสัญญาซื้อขายไฟฟ้าของบจก.ผลิตไฟฟ้าครบุรี กับการไฟฟ้ฝ่ายผลิต(กฟผ.) และภายในกลุ่มน้ำตาลครบุรี โดยโรงไฟฟ้าแห่งนี้เป็นโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวลที่ใช้กากอ้อยซึ่งเป็นวัสดุเหลือใช้จากการผลิตน้ำตาลเป็นเชื้อเพลิงหลัก สัญญาเข้าลงทุนของกองทุนมีระยะเวลาถึงปี 2582 จึงเหมาะกับนักลงทุนที่มีมุมมองการลงทุนระยะยาว มองหาโอกาสรับกระแสรายได้จากทรัพย์สินโครงสร้างพื้นฐานที่มีความจำเป็นในชีวิตประจำวัน โดยกำหนดจ่ายเงินปันผลครั้งที่ 22 ในอัตรา 0.1700 บาทต่อหน่วย

ลำดับถัดมาคือ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้าพระนครเหนือชุดที่ 1 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGATIF) ลงทุนในสิทธิในรายได้ค่าความพร้อมจ่ายของโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ ชุดที่ 1 โดยกำหนดจ่ายปันผลครั้งที่ 40 ในอัตรา 0.0351 บาทต่อหน่วย และจ่ายเงินลดทุนครั้งที่ 18 ในอัตรา 0.1700 บาทต่อหน่วย รวมจ่ายเงินปันผลและเงินลดทุน จำนวน 0.2051 บาทต่อหน่วย

กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (TFFIF) ลงทุนในสิทธิในรายได้ 45% ของรายได้ค่าผ่านทางสุทธิ ที่จัดเก็บได้จากโครงการทางพิเศษฉลองรัช และทางพิเศษบูรพาวิถี ซึ่งบริหารโดยการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) โดยสัญญาเข้าลงทุนของกองทุนจะสิ้นสุดปี 2591 กองทุนนี้จึงเหมาะกับนักลงทุนที่มีมุมมองการลงทุนระยะยาว มองหาทรัพย์สินโครงสร้างพื้นฐานที่มีโอกาสสร้างรายได้ตามการเพิ่มขึ้นของผู้ใช้บริการทางพิเศษทั้งใน 2 เส้นทางนี้ โดยกำหนดจ่ายปันผลครั้งที่ 29 ในอัตรา 0.1219 บาทต่อหน่วย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ กองทุน - การลงทุน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...