โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กองทัพ ลุ้น 'สนามไชย 1' ตัวจริง! เช็กลิสต์ 3 คู่ชิง ขุมกำลัง ตท.26 บึ้ม!! ยึด 6 แม่ทัพภาค จับตา 'รองตั้ม-เสธ.ปูด้วง' ชิงปลัด กห.

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 19 มี.ค. เวลา 05.26 น. • เผยแพร่ 16 มี.ค. เวลา 02.13 น.

รายงานพิเศษ

บัญชีรายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารชั้นนายพลกลางปีหรือโผเมษายน ได้เสร็จสิ้นและทูลเกล้าฯ ไปแล้ว

แม้จะเป็นการโยกย้ายเล็กๆ แค่รองรับคนที่จะเกษียณราชการ แต่ต้องรอดูว่ามีการขยับในบางตำแหน่ง เพื่อเปิดทางสำหรับการโยกย้ายใหญ่ ในเดือนกันยายนนี้หรือไม่ ทั้งระดับรองเสนาธิการทหารบก และรองแม่ทัพภาค 1

หลังจากที่มีกระแสข่าวว่า เตรียมทหารรุ่น 26 (ตท.26) มีการวางตัวเสธ.ปูด้วง พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ให้ข้ามไปเป็นปลัดกระทรวงกลาโหม แทนบิ๊กหนุ่ย พล.อ.ธราพงษ์ มะละคำ (ตท.24) ที่จะเกษียณตุลาคม 2569 นี้

เนื่องจาก พล.อ.ชัยพฤกษ์เป็นระดับแกนนำรุ่นและใกล้ชิดสนิทสนมกับบิ๊กปู พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. และที่ผ่านมาได้รับหน้าที่สำคัญ ทั้งสายบู๊และสายบุ๋น มาตั้งแต่เป็นเจ้ากรมยุทธการทหารบก และโดยเฉพาะเมื่อเป็นเสธ.ทบ.ได้มีบทบาทสำคัญเคียงข้าง พล.อ.พนาในการสู้ศึกกัมพูชา

อีกทั้งได้ทำงานใกล้ชิดและสนิทสนมกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในห้วงหลายเดือนที่ผ่านมา ทั้งการประชุม พบปะพูดคุย และการลงพื้นที่ชายแดนร่วมกัน

พล.อ.ชัยพฤกษ์ ยังทำหน้าที่เลขาธิการ กอ.รมน. ที่ต้องทำงานควบคู่ใกล้ชิดกับนายอนุทิน นายกรัฐมนตรีซึ่งควบตำแหน่ง ผอ.รมน.ด้วย

หากนายอนุทินควบเก้าอี้ รมว.กลาโหม ก็ยิ่งต้องได้ปลัดกระทรวงกลาโหมที่ครบเครื่อง และทำงานเข้าขากับนายอนุทิน

หรือหากนายอนุทินจำเป็นต้องควบเก้าอี้ รมว.มหาดไทยต่อไปเพื่อไม่ให้เกิดแรงกระเพื่อมภายในมหาดไทยรวมถึงในพรรคภูมิใจไทยเองอาจต้องเลื่อนชั้นบิ๊กดุลย์ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมช.กลาโหม ขึ้นมาเป็น รมว.กลาโหม

ก็จะยิ่งเป็นทีมเตรียมทหารรุ่น 26 กับ พล.อ.ชัยพฤกษ์เลยทีเดียว

พล.ท.อดุลย์เป็นเพื่อนร่วมรุ่น วปอ.61 ของนายอนุทิน และสนิทสนมใกล้ชิดกับครูใหญ่ เนวิน ชิดชอบ มายาวนาน เพราะรับราชการทหารในอีสานใต้โดยเฉพาะ จ.บุรีรัมย์มายาวนาน จนเป็นแม่ทัพภาค 2

แถมเป็นนักฟุตบอล คอเดียวกันกับครูใหญ่แล้ว ยังมีพลังของเตรียมทหารรุ่น 26 สนับสนุนให้เพื่อนร่วมรุ่นที่ชื่อ “อดุลย์” ได้เป็นสนามไชย 1 คุมกลาโหมอีกด้วย

มีรายงานข่าวว่า มีการลิสต์ชื่อเพื่อน ตท.26 ที่เหมาะสมที่จะเป็น รมว. กลาโหม และ รมช.กลาโหม เพื่อให้ผู้ใหญ่พิจารณา เช่น แม่ทัพกุ้ง พล.อ.บุญสิน พาดกลาง อดีตแม่ทัพภาค 2 พล.ท.อดุลย์ และ บิ๊กโก๋ พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผช.ผบ.ทอ. ซึ่งกำลังจะเกษียณ ที่ทำหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลข่าวสารสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา หรือแม่ทัพสงครามข้อมูลข่าวสาร

ซึ่งปรากฏว่าชื่อ พล.ท.อดุลย์ มาแรงสุด

หาก รมว.กลาโหมเป็น ตท.26 โดยเฉพาะ พล.ท.อดุลย์ ก็จะทำให้ ตท.26 คุมอำนาจเบ็ดเสร็จครั้งประวัติศาสตร์เลยทีเดียว

เพราะแม้ว่า พล.ท.อดุลย์จะมียศพลโทและเป็นเพียงอดีตแม่ทัพภาค 2 และยังไม่ได้เป็นพลเอก อาจดูไม่มีบารมีมากเท่าที่ควร

แต่เป็นที่รู้กันดีว่าหากได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เมื่อมีอำนาจ บารมีก็จะตามมา และที่สำคัญการเป็นสายตรงบุรีรัมย์ ก็ทำให้บารมีเติบโตไปด้วย

แม้ว่า พล.ท.อดุลย์จะยืนยันว่ายังไม่ได้รับการทาบทามหรือสัญญาณใดๆ จากนายกรัฐมนตรีหรือผู้ใหญ่ในพรรคภูมิใจไทย เรื่องการให้ร่วม ครม.ก็ตาม

แต่ในแวดวงพรรคน้ำเงินก็เชื่อกันว่าชื่อของ พล.ท.อดุลย์ จะติดโผ ครม.

หากไม่ได้ รมว.กลาโหม ก็อาจจะได้ รมช.กลาโหม โดยดูจากความสนิทสนมใกล้ชิดที่นายอนุทินมักเรียกหา และพูดคุยสั่งการ พล.ท.อดุลย์บ่อยครั้งมากขึ้น และมอบหมายงานสำคัญให้ปฏิบัติในห้วงที่เป็นรักษาราชการ รมช.กลาโหม

และบางงานก็มีโอกาสที่จะทำต่อเนื่อง ในรัฐบาลใหม่โดยเฉพาะเรื่องงานความมั่นคง อาวุธยุทโธปกรณ์ และชายแดนไทย-กัมพูชา

ปัจจุบัน ตท.26 มี พล.อ.พนาเป็น ผบ.ทบ.และบิ๊กคิม พล.อ.อ.เสกสรร คันธา เป็น ผบ.ทอ. ที่นั่งยาวกันถึง 3 ปี คือเกษียณตุลาคม 2570 และตุลาคม 2571 ตามลำดับ

ส่วนแกนนำ ตท.26 ที่จ่อเป็น ผบ.เหล่าทัพ ในช่วง 1-2 ปีนี้ มีทั้ง พล.อ.ชัยพฤกษ์ ที่ลุ้นเป็นปลัดกระทรวงกลาโหม

บิ๊กจุ๊ฟ พล.อ.ชิดชนก นุชฉายา เสนาธิการทหาร ที่เป็นแคนดิเดตชิงเก้าอี้ผู้บัญชาการทหารสูงสุด

บิ๊กโอ๋ พล.ร.อ.กรวิทย์ ฉายะรถี ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ (ผบ.กร.) และ พล.ร.อ.นเรศ วงศ์ตระกูล ผู้ช่วย ผบ.ทร. ที่เป็นแคนดิเดตชิงเก้าอี้ ผบ.ทร.

ที่สำคัญ ในกองทัพบกซึ่งเป็นเหล่าทัพใหญ่ที่สุดและมีพลังอำนาจแฝงในทางการเมืองมากที่สุด ล้วนเป็นเครือข่ายขุมกำลัง ตท.26 ภายใต้การนำของ พล.อ.พนาทั้งสิ้น โดยมีแม่ทัพนายกอง และผู้บังคับหน่วย ชั้นนายพล รวมกว่า 30 ตำแหน่ง

ที่สำคัญคือ คุมกำลังครบทุกกองทัพภาค ยกเว้นกองทัพภาค 1 ซึ่งเป็นกองทัพคอแดง ที่เป็นของเตรียมทหารรุ่น 28 แม่ทัพไก่ พล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพภาค 1 และ ผบ.ฉก.ทม.รอ.904 เท่านั้น

ขุมกำลังรบจึงอยู่ในมือ ตท.26 ทั้งสิ้น ตั้งแต่ระดับ 5 เสือกองทัพบก คือ บิ๊กรุ่ง พล.อ.ชิษณุพงษ์ รอดสิริ รอง ผบ.ทบ. บิ๊กเต้ พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ ผู้ช่วย ผบ.ทบ. เสธ.ปูด้วง พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสธ.ทบ.

มี ตท.27 แทรกอยู่คนเดียวคือ บิ๊กใหญ่ พล.อ.อมฤต บุญสุยา ผู้ช่วย ผบ.ทบ.

นอกจากนี้ แม่ทัพคุมกำลัง และเทียบเท่าแม่ทัพภาค และแม่ทัพน้อยยัง เป็น ตท.26 ถึง 6 กองทัพภาค

เช่น แม่ทัพเติ่ง พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 แม่ทัพกุ้ง พล.ท.วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาค 3 แม่ทัพยูร พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาค 4 พล.ท.อดุลย์ จันทร์มา ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (ผบ.นสศ.) เทียบเท่า แม่ทัพภาค 5 ผบ.ปิ๊บ พล.ท.ไพบูลย์ พุ่มพิเชฏฐ์ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ กองทัพบก (ผบ.นปอ.) เทียบเท่า แม่ทัพภาค 6

และ พล.ท.วัชรินทร์ มุทะสินธุ์ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (ผบ.นรด.) เทียบเท่าแม่ทัพภาค 7 และตำแหน่ง ผบ.หน่วย ในระดับ มทบ. รวมกว่า 30 นาย

ดังนั้น อำนาจกองทัพบกจึงอยู่ในมือ พล.อ.พนา และ ตท.26 แบบเบ็ดเสร็จ และอาจสร้างประวัติศาสตร์อีกไม่ช้านี้ที่จะคุมระดับหัวทุกตำแหน่ง และ ผบ.5 เหล่าทัพ

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของ ตท.26 คงต้องมีการบริหารจัดการอำนาจ ในการจัดวางตำแหน่งให้เหมาะสม โดยเฉพาะใน 5 เสือกองทัพบก ในโยกย้ายตุลาคมนี้หาก พล.อ.ชัยพฤกษ์ได้ข้ามไปเป็นปลัดกลาโหม เพื่อนคนใดจะได้ขึ้นมาเป็นเสธ.ทบ.แทน

โดยที่ตำแหน่งนี้สำคัญ เพราะต้องคุมทุกเรื่องทั้งสายบู๊และสายบุ๋น รวมทั้งต้องควบเก้าอี้เลขาธิการ กอ.รมน.อีกด้วย

โดยในเตรียมทหาร 26 มีเจ้ากรมโอ๋ พล.ท.ธีรนันท์ นันทขว้าง เจ้ากรมข่าวทหารบก เป็นเต็งหนึ่ง เพราะมีความใกล้ชิดสนิทสนมและเป็นที่เชื่อมือของ พล.อ.พนา เพราะเติบโตมาจากหน่วยรบพิเศษ อีกทั้งยังมีความสามารถในสายบุ๋น ด้านงานคิดงานเขียน

รวมทั้งยังมี เสธ.เอก พล.อ.อานุภาพ ศิริมณฑล หัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการ ประจำ ผบ.ทบ. ที่เป็นแคนดิเดตเสธ.ทบ.อีกคนหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม เส้นทางที่ พล.อ.ชัยพฤกษ์จะข้ามจากกองทัพบกไปเป็นปลัดกระทรวงกลาโหมในโยกย้ายปลายปีนี้ก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แม้ว่าจะมีความเหมาะสมในทุกด้าน และที่ผ่านมามีนายทหารระดับห้าเสือกองทัพบก ยศพลเอกพสามารถข้ามไปเป็นปลัดกระทรวงกลาโหมมาแล้วนับไม่ถ้วนก็ตาม

เนื่องจากที่กระทรวงกลาโหมมีเตรียมทหาร 26 จ่อคิวอยู่ เช่น รองต้ม พล.อ.ศรัณย์ เพชรานนท์ รองปลัดกระทรวงกลาโหม ที่เติบโตมาจากเจ้ากรมเสมียนตรา และที่สำคัญรับราชการในสำนักปลัดกระทรวงกลาโหมมายาวนานตั้งแต่เป็นนายพัน

และกล่าวกันว่าเป็นน้องรักของบิ๊กหนุ่ม พล.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม แกนนำ ตท.24 ที่นั่งยาว 3 ปี เพิ่งเกษียณราชการไปเมื่อตุลาคม 2568 และมี พล.อ.ธราพงษ์ เพื่อน ตท.24 ขึ้นมาเป็นปลัดกระทรวงกลาโหมแทนและกำลังเกษียณ

ทั้ง พล.อ.สนิธชนก และ พล.อ.ธราพงษ์ ถูกมองว่าเป็นสายบ้านป่ารอยต่อฯ ที่เป็นปลัดกระทรวงกลาโหมต่อเนื่องกันมาหลายปีตั้งแต่ พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ น้องรักของบิ๊กป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นปลัดกลาโหมยาว 3 ปี ก่อนต่อด้วย พล.อ.สนิธชนก และ พล.อ.ธราพงษ์

ดังนั้น พล.อ.ศรัณย์ ก็ถือว่ามีแบ็กอัพดี และได้เปรียบเพราะเป็นอัตราพลเอกพิเศษแล้ว

แต่อย่างไรก็ตาม โดยผลงานและเส้นทางรับราชการทหาร พล.อ.ชัยพฤกษ์ถือว่าโดดเด่นและครบเครื่องกว่า

รวม ตท.26

เป็นที่น่าสังเกตด้วยว่า ในห้วงที่นายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี และบิ๊กเล็ก พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เป็น รมว.กลาโหม ได้มีความพยายามที่จะเพิ่มบทบาทหน้าที่ของปลัดกระทรวงกลาโหมในด้านงานความมั่นคงมากขึ้น โดยเฉพาะสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา

ประการหนึ่งอาจเป็นเพราะ พล.อ.ธราพงษ์เติบโตมาจากทหารบูรพาพยัคฆ์ พล.ร.2 รอ. ชายแดนไทย-กัมพูชาด้าน จ.สระแก้ว

อีกประการหนึ่งคือเพื่อเป็นการทำงานแบบทีมเวิร์กของผู้บัญชาการเหล่าทัพ โดยไม่มีแบ่งแยกปลัดกระทรวงกลาโหม เพราะที่ผ่านมาตามสายการบังคับบัญชาของกองทัพ ก็จะมีผู้บัญชาการทหารสูงสุดและผู้บัญชาการสามเหล่าทัพ

ประการสำคัญคือ ในห้วงที่ผ่านมานายอนุทินได้เรียกปลัดกลาโหมมาพบและประชุมต่างๆ ร่วมกับ รมว.กลาโหม

นอกจากนั้น สภากลาโหมยังมีมติมอบหมายให้ปลัดกระทรวงกลาโหมรับผิดชอบในเรื่องการสร้างรั้วชายแดนรูปแบบต่างๆ ตลอด 798 กิโลเมตรตลอกชายแดนไทย-กัมพูชา จากเดิมที่ให้กองบัญชาการกองทัพไทยซึ่งเป็นหน่วยแม่ของกรมการชายแดนทหาร เป็นผู้รับผิดชอบ ทั้งนี้ ก็เพื่อเพิ่มบทบาทให้ปลัดกระทรวงกลาโหมได้มีส่วนร่วมและทำงานเป็นหนึ่งเดียวกันทั้งกองทัพ

ดังนั้น หาก พล.อ.ชัยพฤกษ์ได้ข้ามมาเป็นปลัดกระทรวงกลาโหม ก็จะสนองงานเรื่องชายแดนไทย-กัมพูชา ได้อย่างไร้รอยต่อเพราะทำหน้าที่มาตลอดตอนอยู่กองทัพบก

ดังนั้น จึงต้องรอเพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร 26 ด้วยกันเอง ตกลงกัน หรืออีกมุมหนึ่ง อาจต้องวัดพลังกัน แต่ท้ายที่สุดตำแหน่งปลัดกลาโหม เป็นอำนาจของ รมว.กลาโหม แม้ว่าจะเทียบเท่า เป็นผู้บัญชาการเหล่าทัพ 1 ก็ตาม ดังนั้น จึงต้องรอดูว่าใครจะเป็น รมว.กลาโหมตัวจริง

เพราะบรรดานายทหารชั้นผู้ใหญ่ในกองทัพจำนวนไม่น้อยยังเชื่อว่านายอนุทินอาจจะควบ รมว.กลาโหมเอง

คาดการณ์ว่าทุกอย่างจะชัดเจนเมื่อมีการโหวตเลือกนายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี และมีโปรดเกล้าฯ ให้เป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว จะมีการพบปะพูดคุยกับผู้บัญชาการเหล่าทัพ

คาดว่าวันนั้นทุกอย่างจะกระจ่าง

พล.อ.ศรัณย์ เพชรานนท์
พล.อ.ศรัณย์ เพชรานนท์
พล.อ.ศรัณย์ เพชรานนท์

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กองทัพ ลุ้น ‘สนามไชย 1’ ตัวจริง! เช็กลิสต์ 3 คู่ชิง ขุมกำลัง ตท.26 บึ้ม!! ยึด 6 แม่ทัพภาค จับตา ‘รองตั้ม-เสธ.ปูด้วง’ ชิงปลัด กห.

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...