โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ก.พาณิชย์ ชงมาตรการ “ปุ๋ยธงเขียวพลัส” เข้า ครม.วันนี้ พร้อมรับซื้อข้าวนาปรัง 1 ล้านตัน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 26 มี.ค. เวลา 13.33 น. • เผยแพร่ 26 มี.ค. เวลา 06.33 น.

ก.พาณิชย์ ชงมาตรการ “ปุ๋ยธงเขียวพลัส” เข้า ครม.วันนี้ ช่วยลดต้นทุนเกษตรกรผ่านส่วนลดปุ๋ยเคมี-คูปองปุ๋ยอินทรีย์ เดินหน้าดูดซับข้าวนาปรัง 1 ล้านตัน

วันที่ 26 มีนาคม 2569 เวลา 12.22 น. น.ส.กนิษฐา กังสวนิช ผู้ตรวจราชการและรองโฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์เตรียมเสนอมาตรการ "ปุ๋ยธงเขียวพลัส" เข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษในวันนี้ เพื่อเป็นมาตรการเร่งด่วนในการช่วยเหลือลดต้นทุนการผลิตให้แก่เกษตรกร

โดยจะเป็นการสนับสนุนส่วนลดค่าปุ๋ยเคมี และยังมีสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมสำหรับเกษตรกรที่ถือบัตรดินดี ที่ออกโดยกรมพัฒนาที่ดิน รวมถึงคูปองส่วนลดสำหรับการซื้อปุ๋ยอินทรีย์ ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับเกษตรกร เตรียมความพร้อมสำหรับฤดูกาลเพาะปลูกข้าวนาปีที่กำลังจะมาถึง

น.ส.กนิษฐา กล่าวอีกว่า วานนี้กรมการค้าภายใน มีการหารือกับสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย เพื่อเตรียมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปรับ ทั้งในด้านของต้นทุนและในเรื่องการตลาด

สำหรับมาตรการด้านการตลาด จะดำเนินโครงการดูดซับข้าวเปลือนาปรังสำหรับปีการผลิต 2526 เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 69 ในพื้นที่แหล่งผลิตข้าวนาปรังทั่วประเทศ โดยนำร่องใน 5 จังหวัดที่เป็นแหล่งผลิตสำคัญ ได้แก่ นครสวรรค์ พิษณุโลก พระนครศรีอยุธยา กำแพงเพชร และสุโขทัย เป้าหมายรองรับผลผลิตข้าวนาปรังที่จะออกสู่ตลาดจำนวน 1 ล้านตันข้าวเปลือก ซึ่งทางองค์การคลังสินค้าจะประสานโรงสีและสหกรณ์การเกษตรเปิดจุดรับซื้อในราคาที่สูงกว่าตลาดประมาณ 300 บาทต่อตัน

นอกจากนี้ ยังมีโครงการตลาดนัดข้าวเปลือกในแหล่งข้าวนาปรังเพิ่มเติม โดยจะจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงปลายเดือน มี.ค.-พ.ค. นี้ เพื่อเชื่อมโยงผู้ประกอบการจากนอกพื้นที่ให้เข้ารับซื้อถึงแหล่งผลิตของเกษตรกรโดยตรง เพื่อลดภาระค่าขนส่งและเพิ่มช่องทางการจำหน่ายให้ชาวนา ราคารับซื้อในตลาดนัดข้าวเปลือกจะสูงกว่าตลาดทั่วไปประมาณ 200-400 บาทต่อตัน ซึ่งขณะนี้ได้ยืนยันแผนจัดงานไปแล้วรวม 8 ครั้ง เช่น สิงห์บุรี อ่างทอง พิจิตร พระนครศรีอยุธยา พิษณุโลก และน่าน

พร้อมกำชับให้สำนักงานชั่ง ตวง วัด ดูแลการซื้อขายในพื้นที่ให้เกิดความโปร่งใสทั้งในเรื่องของน้ำหนัก การวัดความชื้น รวมทั้งจะประสานกระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเร่งด่วน เพื่อจัดสรรน้ำมันดีเซลในพื้นที่เก็บเกี่ยวให้เพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกรที่ต้องพึ่งพารถเกี่ยว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจทั่วไทย ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...