ศบก.แจงเหตุน้ำมันขึ้นพรวด 6 บาท น้ำมันไทยสะเทือนตามตลาดโลก ไม่การันตีปรับขึ้นในอนาคต
ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง (ศบก.) โดยนายพรชัย จิรกุลไพศาล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ชี้แจงถึงกรณีการปรับขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิด 6 บาทต่อลิตร ว่าเป็นผลจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้อ ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
โดยราคาน้ำมันดิบปรับขึ้นจากประมาณ 198 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 เป็นราว 242–243 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ในวันที่ 23 มีนาคม 2569 ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่วัน ส่งผลกระทบต่อราคาขายปลีกในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย
นายพรชัยระบุว่า ปัจจุบันกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีฐานะติดลบประมาณ 35,000 ล้านบาท และมีภาระเงินไหลออกเฉลี่ยวันละ 2,000 ล้านบาท ทำให้เริ่มขาดสภาพคล่อง จำเป็นต้องปรับลดการชดเชยราคาน้ำมันลง เพื่อรักษาเสถียรภาพของกองทุนในระยะยาว
ทั้งนี้ การปรับขึ้นราคาดังกล่าวเป็นผลจากการพิจารณาของคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในหลายมิติ ไม่เพียงแต่ราคาตลาดโลก แต่รวมถึงสถานการณ์ของประเทศเพื่อนบ้าน โดยยกตัวอย่างมาเลเซียที่ปรับขึ้นราคาดีเซลราว 7 บาทต่อลิตร
อย่างไรก็ตาม รัฐยังคงให้ความช่วยเหลือในกลุ่มน้ำมันที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจ เช่น น้ำมันดีเซล และแก๊สโซฮอล์ E10 และ E20 เพื่อบรรเทาภาระประชาชน
สำหรับข้อกังวลเรื่องการปรับราคาที่ไม่เป็นขั้นบันได นายพรชัยยอมรับว่า ไม่สามารถกำหนดรูปแบบตายตัวได้ เนื่องจากสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกมีความผันผวนสูง อาจต้องพิจารณาปรับราคาเป็นรายวัน
ส่วนกรณีการประกาศปรับราคาช่วงกลางคืน ชี้แจงว่าเป็นไปตามกระบวนการอ้างอิงราคาตลาดสิงคโปร์ที่ปิดในช่วงเย็น ก่อนนำมาคำนวณและประชุมเพื่อกำหนดราคาให้รอบด้าน
นายพรชัยยังยืนยันว่า ไม่มีการกักตุนหรือรู้ล่วงหน้าเกี่ยวกับการปรับราคา โดยการตัดสินใจเกิดขึ้นจากข้อมูล ณ ขณะนั้น
ทั้งนี้ ยอมรับว่าทิศทางราคาน้ำมันในอนาคตยังมีความไม่แน่นอน และไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะปรับขึ้นถึงระดับ 70 บาทต่อลิตรหรือไม่ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาดโลกและความสามารถของกองทุนน้ำมันในการดูแลเสถียรภาพราคาในประเทศต่อไป