“ไอ้ต้อม” ผตห.ฆ่าหั่นศพแฟนสาวชาวลาวยินดีรับโทษประหารชีวิต เสียใจ-ขอโทษครอบครัว 2 ฝ่าย รับพลั้งมือฆ่าโดยไม่รู้สึกตัว
วันที่ 27 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีนายต้อม ชาวลาวฆ่าหั่นศพแฟนสาวก่อนอำพรางศพด้วยการนำชิ้นส่วนศพไปทิ้ง ล่าสุดทางพ.ต.อ.ยุทธศิลป์ การินทร์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง ได้มอบหมายให้พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง นำตัวนายต้อม ไปยังศาลอาญาเพื่อขออนุมัติศาลฝากขังผัดแรก โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้คัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์ มีอัตราโทษสูง เกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี ทั้งนี้ ระหว่างนำตัวนายต้อมขึ้นรถ นายต้อม ได้กล่าวว่า คิดถึงแฟนมาก อยากขอโทษพ่อแม่ผู้เสียชีวิตและครอบครัวของทั้งสองฝ่าย
นายต้อม ยังกล่าวด้วยว่า สำนึกผิดกับสิ่งที่ทำลงไป อยากจะขอโทษทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ยอมรับว่าตอนนั้นรู้สึกโกรธ หึงหวง พยายามจะพูดคุยดี ๆ ต้องการพาแฟนสาวกลับไปพูดคุยกับครอบครัว แต่แฟนสาวไม่ยินยอมพร้อมกับขึ้นเสียงใส่ ทำให้พลาดพลั้งมือฆ่า ส่วนสาเหตุที่ต้องหั่นศพ ตนก็ตอบไม่ได้ ไม่รู้ว่าตอนนั้นที่ทำตนเองคิดอะไรอยู่
นายต้อม ยอมรับว่า รู้สึกผิดและเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไป ตอนนี้กลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว ตนก็พร้อมรับในสิ่งที่กระทำลงไปตามกฎหมาย ยินดีรับโทษประหารชีวิต ถ้าประหารชีวิตได้ยิ่งดี อยากได้รับโทษประหารชีวิต จะได้ไม่เป็นเยี่ยงอย่างแก่คนอื่น ทุกคนจะได้กลัว แต่ถ้าหากพ้นโทษจากเรือนจำก็พร้อมบวชให้แฟนสาวตลอดชีวิตที่ลาว และอยากบอกเป็นอุทาหรณ์ให้กับทุกคนว่า อย่าประมาทในชีวิต ตนประมาทเกินไป
มีรายงานทางการสอบสวนเพิ่มเติมด้วยว่า ช่วงค่ำวานนี้พนักงานสอบสวนได้นำตัวผู้ต้องหามาสอบปากคำเพิ่มเติม โดยนายต้อมได้ชี้จุดที่นำถุงบรรจุเศษชิ้นส่วนศพไปทิ้งและยอมรับว่าเป็นบุคคลในคลิปตามกล้องวงจรปิดที่ปรากฏ พร้อมอ้างถึงสาเหตุที่กระทำลงไปว่าเพราะหึงหวงและโกรธ
ส่วนทางด้านสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ยังอยู่ระหว่างการรอชิ้นส่วนที่เหลืออีก 2 ชิ้นที่ยังหายไป เพื่อตรวจสอบร่างอย่างละเอียด ก่อนส่งมอบให้กับครอบครัว ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาอย่างน้อย 20 วัน ถึงจะสามารถรับร่างไปประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลทางศาสนาได้
ขณะที่ทางด้านครอบครัวผู้เสียชีวิต ขณะนี้ได้ดำเนินการตรวจ DNA เป็นที่เรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างรอผลไปเทียบเคียงกับ DNA เศษชิ้นส่วนที่พบ หากครอบครัวได้รับร่างแล้วก็จะนำมาประกอบพิธีฌาปนกิจและบำเพ็ญกุศลที่วัดช่องลม อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ส่วนระหว่างนี้กำลังเดินทางกลับไปยังประเทศลาว เพื่อไปดูใจพ่อแม่ของ น.ส.แรม ผู้เสียชีวิต ซึ่งยังคงโศกเศร้าเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น