โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ผลประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษ ยกราคาน้ำมันประเทศเพื่อนบ้านยังสูงกว่าไทย-ควบคุมราคาสินค้า

JS100

อัพเดต 26 มี.ค. เวลา 09.41 น. • เผยแพร่ 26 มี.ค. เวลา 09.38 น. • JS100:จส.100
ผลประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษ ยกราคาน้ำมันประเทศเพื่อนบ้านยังสูงกว่าไทย-ควบคุมราคาสินค้า

สถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือคนไทย ภายหลังการประชุม คณะรัฐมนตรี หรือครม.นัดพิเศษ เกี่ยวกับการดูแลประชาชนเพื่อลดผลกระทบจากวิกฤตพลังงานของโลกจากสงครามในตะวันออกกลาง ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงข่าวโดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง, นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์, นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน, นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน, นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม และนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ร่วมแถลงข้อมูลและมาตรการต่าง ๆ โดยนายเอกนิติ กล่าวว่า แม้จะอยู่ระหว่างจัดตั้งรัฐบาลใหม่ แต่จะใช้กลไกในด้านกฎหมายเท่าที่ทำได้ โดยให้เป็นไปตามกฎหมาย

ปลัดกระทรวงพลังงาน ยังได้ตอบคำถามสื่อมวลชนถึงการปรับขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาท เมื่อวานนี้ (25 มี.ค.) ว่า เมื่อวานตอนที่ตัดสินใจ คุยกันนานและก็หนักใจ แต่ด้วยสถานการณ์ความรุนแรงที่คาดไม่ถึง ซึ่งช่วงแรกไม่คิดว่าจะรุนแรงและยาวนานขนาดนี้ รัฐบาลจึงพยายามตรึงราคาให้ได้ และผ่อนมาเหลือ 33 บาทต่อลิตร ต้องยอมรับว่าด้วยสถานการณ์สู้รบที่รุนแรง กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงฯ เอาไม่อยู่ ประกอบกับเรื่องของการลักลอบ กักตุนและเก็งกำไร ทำให้น้ำมันที่นำเข้าระบบกว่า 86 ล้านลิตร ซึ่งมากกว่าปกติ 20% หายไป

สำหรับ มาตรการราคาเป็นเพียงมาตรการหนึ่ง และขณะนี้ราคาน้ำมันในประเทศเพื่อนบ้านสูงกว่าไทย เช่น มาเลเซียอยู่ที่ 45 บาทต่อลิตร สิงคโปร์อยู่ที่ 100 บาทต่อลิตร เมียนมาและลาว อยู่ที่ 60-70 บาทต่อลิตร ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลไม่ต้องการให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนจึงตรึงราคาโดยตลอด ถามว่าราคาน้ำมันจะถึงลิตรละ 50 บาทหรือไม่นั้น ตอบไม่ได้ ราคาอาจจะลงก็ได้ หากหยุดรบ ดังนั้นราคาน้ำมันจากนี้ไปจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์การสู้รบ หากดีขึ้นก็จะลดภาษีก็จะลดราคา สถานการณ์ก็จะมีทั้งบวกและลบ ขณะนี้ราคาน้ำมันไม่ได้กำหนดเพดานไว้ และให้เป็นไปตามกลไกการตลาด แต่กองทุนน้ำมันยังคงเป็นตัวช่วยอยู่ ไม่ได้ถอนออกไป

ด้านรมว.พาณิชย์ กล่าวถึงมาตรการของกระทรวงพาณิชย์ ว่า ได้สั่งการให้กรมการค้าภายใน ทำงานร่วมกับพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ และคณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กจร.) ซึ่งเป็นคณะกรรมการระดับจังหวัด โดยขณะนี้มีสินค้าควบคุมที่พาณิชย์ดูแล 59 รายการ และจะเพิ่มเติมอีก 7 รายการ เช่น เมล็ดพลาสติก น้ำดื่มบรรจุขวด และซอสปรุงรส เป็นต้น รวมเป็น 66 รายการ

ขณะเดียวกันได้ยกระดับความเข้มข้นของมาตรการควบคุมดูแลราคาสินค้าใน 5 ระดับ โดยระดับที่เข้มข้นที่สุด คือ หากจะขึ้นราคาสินค้าต้องขออนุญาตจากกรมการค้าภายในก่อน ซึ่งขณะนี้มี 8 สินค้าที่ต้องขออนุญาตหากจะขึ้นราคา เช่น ปลากระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และนม เป็นต้น นอกจากนี้จะมีสินค้าอื่น ๆ เพิ่มเติมเข้ามาด้วย รวมถึงน้ำมันปาล์ม

ส่วนสินค้าที่ไม่ต้องขออนุญาต แต่หากจะเปลี่ยนแปลงราคาต้องแจ้งกรมการค้าภายในก่อน เช่น น้ำตาลทราย เป็นต้น รวมถึงมีการปรับสินค้าที่จากเดิมต้องแจ้งก่อนขึ้นราคา เป็นขออนุญาตก่อนขึ้นราคาได้ เช่น กระดาษชำระ กระดาษเช็ดหน้า แชมพู ผงซักฟอก น้ำยาซักฟอก ผลิตภัณฑ์ล้างจาน ผ้าอนามัย สบู่ เป็นต้น พร้อมยืนยันว่า จะพยายามดูแลสินค้าอุปโภคบริโภค โดยจะใช้วิธีบริหารจัดการกับผู้ประกอบการเหล่านี้เป็นสิ่งที่พยายามเตรียมพร้อม ถ้ามีการขยับราคาสินค้า ก็ต้องเข้าไปควบคุมดูแลเรื่องต้นทุนและกลไกอย่างถูกต้องเหมาะสม

รมว.พาณิชย์ กล่าวอีกว่า ราคาสินค้าบางประเภทที่ยังไม่ได้อยู่ในการควบคุม แต่มีความจำเป็น ก็ได้เจรจาพูดคุยและได้รับความร่วมมืออย่างดีจากผู้ประกอบการ ในการทำสินค้าที่เรียกว่า "ไทยช่วยไทย" โดยจะส่งสินค้าราคาพิเศษไปยัง 77 จังหวัดผ่านทางผู้ค้าปลีก-ค้าส่ง รวมถึงมีโครงการที่ช่วยลดค่าครองชีพในพื้นที่ เป็นการลดค่าครองชีพเฉพาะจุดที่มีความเปราะบางและส่งตรงไปยังประชาชน

ขณะที่การดูแลภาคเกษตรกร จะหาวัตถุดิบมาเพิ่มเติมและหากวัตถุดิบมีราคาสูงขึ้น จะช่วยเรื่องค่าปุ๋ย รวมถึงทำงานใกล้ชิดกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการปรับสูตรปุ๋ย เพื่อลดการพึ่งพาวัตถุดิบที่ต้องนำเข้า รวมถึงมีการใช้ปุ๋ยอินทรย์เพิ่มมากขึ้นในพื้นที่ที่ทำได้

#มาตรการช่วยเหลือประชาชน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...