โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ข่าวปลอม!! รัฐบาลเก็บภาษีรถกระบะ 2 ประตู หรือ กระบะแค๊ป เท่า 4 ประตู

เชียงใหม่นิวส์

เผยแพร่ 14 พ.ย. 2564 เวลา 10.03 น. • Chiang Mai News

วันที่ 14 พ.ย. 64 พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับการยืนยันข้อมูลว่าเป็นข่าวปลอม เพิ่มเติม 1 กรณีคือ

กรณีที่มีการเผยแพร่ข่าวสารเกี่ยวกับประเด็นเรื่อง รัฐบาลเก็บภาษีรถกระบะ 2 ประตู หรือ กระบะแค๊ป เท่า 4 ประตู ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ

กรณีการโพสต์ข้อมูลเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนการเก็บภาษีรถ ที่ระบุว่ารถกระบะ 2 ประตู หรือกระบะแค๊ป ต้องเสียภาษีเท่ารถกระบะ 4 ประตูนั้น ทางกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม ได้ทำการตรวจสอบและชี้แจงข้อเท็จจริงว่า กรมการขนส่งทางบกยังคงจัดเก็บภาษีรถประจำปีในอัตราคงเดิมตามที่กำหนดไว้ในกฎหมาย โดยหากเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน (รถเก๋งหรือรถกระบะ 4 ประตู) จะเรียกเก็บตามขนาดความจุกระบอกสูบของรถยนต์ ส่วนรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน (รย.2 หรือ รถตู้) และรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล (รย.3 หรือ รถกระบะ 2 ประตู หรือ รถกระบะตอนเดียว หรือ กระบะแค๊ป) จะคิดอัตราภาษีรถตามน้ำหนักรถ

นอกจากนี้ ปัจจุบันกรมการขนส่งทางบกยังได้มีมาตรการส่งเสริมการใช้รถที่ใช้พลังงานทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยรถที่ใช้พลังงานไฟฟ้า หรือใช้พลังงานทดแทนพลังงานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือพลังงานอย่างประหยัด ตามที่กำหนดในกฎกระทรวงโดยจัดเก็บภาษีประจำปีในอัตรากึ่งหนึ่งของอัตราตามที่กำหนดไว้

ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ จาก กรมการขนส่งทางบก สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.dlt.go.th/th หรือ โทร.1584 ตลอด 24 ชั่วโมง

บทสรุปของเรื่องนี้คือ : กรมการขนส่งทางบกยังคงจัดเก็บภาษีรถประจำปีในอัตราคงเดิมตามที่กำหนดไว้ในกฎหมาย โดยกระบะ 2 ประตู หรือ รถกระบะตอนเดียว หรือ กระบะแค๊ป คิดอัตราภาษีรถตามน้ำหนักรถ ส่วนรถกระบะ 4 ประตู เรียกเก็บตามขนาดความจุกระบอกสูบ

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวเพิ่มเติมว่า การผลิตข่าวปลอม สร้างข่าวบิดเบือน ทำให้ประเทศชาติเสียหาย ประชาชนสับสน เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14(2),(5) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจเข้าข่ายความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน รวมทั้งกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่ผลิตข่าวปลอมและผู้ที่เผยแพร่ทุกรายอย่างเด็ดขาดจริงจังและต่อเนื่องต่อไป
ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนพบข้อมูลการกระทำผิด สามารถแจ้งเบาะแสข่าวผ่าน
5 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com, เฟซบุ๊ก ANTI-FAKE NEWS CENTER, ทวิตเตอร์ @AFNCThailand, ไลน์ @antifakenewscenter, ช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 และสายด่วน 1599 ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...